มาตรฐานแพทย์อาชีวเวชศาสตร์และพยาบาลอาชีวอนามัย

 

 

 

 

 

 

กฎกระทรวง

กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติและหน้าที่ของแพทย์อาชีวเวชศาสตร์

และพยาบาลอาชีวอนามัยเฝ้าระวังสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

 

                                                                ............................................................

 

                      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖และมาตรา ๑๐๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับแก่กิจการหรือสถานประกอบกิจการ ดังต่อไปนี้

     (๑)  การทำเหมืองแร่ เหมืองหิน กิจการปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมี  

                                     (๒) การทำผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง เก็บรักษา ปรับปรุง ตกแต่ง เสริมและดัดแปลง แปลงสภาพ ทำให้เสีย หรือทำลายซึ่งวัตถุหรือทรัพย์สิน รวมทั้งการต่อเรือ การให้กำเนิดแปลงและจ่ายไฟฟ้าหรือพลังงานอย่างอื่น

                                     (๓) การก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารสนามบินทางรถไฟ ทางรถราง ทางรถใต้ดิน ท่าเรือ อู่เรือ สะพานเทียบเรือ ทางน้ำ ถนน เขื่อน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายท่อน้ำ โทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซหรือประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ รวมทั้งการเตรียมหรือวางรากฐานของการก่อสร้าง

                                     (๔) การขนส่งคนโดยสารหรือสินค้าทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และรวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า

                                      (๕) สถานีบริการหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซ

                                       (๖) กิจการอื่นตามที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด

ข้อ ๒ กฎกระทรวงนี้มิให้ใช้บังคับแก่สำนักงานที่สนับสนุนกิจการหรือสถานประกอบกิจการตามข้อ ๑ ที่แยกอยู่ตามลำพังเป็นหน่วย ๆ                               

                                ข้อ ๓ กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้น

ข้อ  ๔  ในกฎกระทรวงนี้

                                     “สถานประกอบกิจการ” หมายความว่า ที่ทำงานของนายจ้างแต่ละแห่งที่ประกอบกิจการแยกออกไปตามลำพังเป็นหน่วยๆ และมีลูกจ้างทำงานอยู่

                                     “แพทย์อาชีวศาสตร์” หมายความว่า แพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยผู้ประกอบวิชาเวชกรรม  และต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด  ดังต่อไปนี้

      (๑) เป็นแพทย์แผนปัจจุบันที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติ  จากแพทย์สภาสาขา

เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์

      (๒) เป็นแพทย์แผนปัจจุบันที่ผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ตามหลักเกณฑ์ที

อธิบดีประกาศกำหนด

      “พยาบาลอาชีวอนามัย” หมายความว่า บุคคลผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลหรือ

ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์  ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

      (๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาพยาบาลศาสตร์และสำเร็จ

การศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางด้านอาชีวอนามัย หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาโททางด้านการพยาบาลอาชีวอนามัย

      (๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีสาขาพยาบาลศาสตร์และผ่านการ

อบรมด้านการพยาบาลอาชีวอนามัยตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

      (๓) พยาบาลตั้งแต่ระดับเทคนิคขึ้นไปที่ปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างประจำใสสถาน

ประกอบกิจการตามกฎกระทรวงการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕-- ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า ๓ ปีขึ้นไป และผ่านการอบรมด้านการพยาบาลอาชีวอนามัยตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

 

หมวด ๑

แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ในสถานประกอบกิจการ

 

                   ข้อ ๕ ให้นายจ้างจัดให้มีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ในสถานประกอบการ ดังนี้

                                      (๑) กรณีมีลูกจ้างตั้งแต่ ๕๐๐ คนขึ้นแต่ไม่ถึง ๑,๐๐๐ คน ต้องจัดให้มีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์เพื่อปฏิบัติงานสถานประกอบการตามเวลาที่กำหนดไม่น้อยกว่า ๑๖ ชั่วโมงต่อเดือนภายในสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ผลใช้บังคับ

                                ข้อ ๖ ให้นายจ้างจัดให้แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ในสถานประกอบกิจการ ทำหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)     ปฏิบัติงานร่วมกับนายจ้างและบุคคลที่เกี่ยวข้องในการวางแผนบริหารจัดการ

ด้านสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง รวมทั้งอำนาจเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในสถานประกอบกิจการ

                                     (๒) กำหนดแผนงานและมีส่วนร่วมบริหารจัดการงบประมาณในการเฝ้าระวังสุขภาพอนามัยของลูกจ้างต่อฝ่ายบริหารของสถานประกอบกิจการ

                                     (๓) ทำการตรวจสุขภาพหรือประเมินผลการตรวจสุขภาพลูกจ้างเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเฝ้าระวังสุขภาพอนามัยของลุกจ้างโดยเฉพาะการเฝ้าระวังตามความเสี่ยงที่เกิดจาการทำงาน

                                     (๔) พิจารณาและให้ความเห็นแก่นายจ้างเกี่ยวกับสุขภาพของลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสภาวะอื่นใดที่เปลี่ยนแปลงไปอันส่งผลต่อความเสี่ยงด้านสุขภาพของลูกจ้างเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับการทำงาน

                                      (๕) ตรวจสอบหาสาเหตุการเจ็บป่วยหรือโรคจาการทำงาน และรายงานผลรวบรวมเสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อการแก้ไขป้องกันโดยไม่ชักช้า

                                      (๖)  ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกจ้างเพื่อการแก้ไขป้องกันโรคภัย ส่งเสริม รักษา และฟื้นฟูสุขภาพ

                                      (๗) ให้คำปรึกษา แนะนำ และให้ความรู้แก่ลูกจ้างเกี่ยวกับด้านสุขภาพอนามัย

                                      (๘) ให้บริการทางการแพทย์และปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยอื่น ๆ

                                ข้อ ๗ ให้นายจ้างแจ้งชื่อแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ในสถานประกอบกิจการ พร้อมแนบสำเนาวุฒิการศึกษา และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่จัดให้มีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ตามข้อ ๕ หรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลูกจ้างเพิ่มขึ้นตามข้อ ๕ หรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

หมวด ๒

พยาบาลอาชีวอนามัยในสถานประกอบกิจการ

                                ข้อ ๘ ให้นายจ้างจัดให้มีพยาบาลอาชีวอนามัยในสถานประกอบกิจการ ดังนี้

(๑)     กรณีมีลูกจ้างตั้งแต่ ๒00 คน ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๑,๐๐๐ คนต้องจัดให้มีพยาบาลอา

ชีวอนามัยเพื่อปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการอย่างน้อยหนึ่งคนตลอดเวลาทำงานปกติ

                                      (๒) กรณีมีลูกจ้างตั้งแต่ ๑,๐๐๐ คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีพยาบาลอาชีวอนามัยต้องปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการอย่างน้อยสองคน ตลอดเวลาทำงานปกติ

                                ข้อ ๙ ให้พยาบาลอาชีวอนามัยในสถานประกอบกิจการ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)     กำหนดวัตถุประสงค์และโครงสร้างการดำเนินงานการพยาบาลอาชีวอนามัย

สถานประกอบกิจการ รวมทั้งอาจเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และ

สภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบการ

                                     (๒) กำหนดแผนงานและมีส่วนร่วมบริหารจัดการในการเฝ้าระวังสุขภาพอนามัยของลูกจ้างต่อฝ่ายบริหารของสถานประกอบการ

                                     (๓) จัดหน่วยงานพยาบาลให้ได้มาตรฐานและคุณภาพและสะดวกในการให้บริการและการปฏิบัติการของพยาบาล

                                     (๔) ให้บริการ การพยาบาลอาชีวอนามัยที่ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และป้องกันอันตราย การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสมรรถภาพของลูกจ้าง

                                     (๕) จัดเก็บข้อมูลและระบบรายงานการตรวจสุขภาพ การรักษา การฟื้นฟู หรือข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ เท่าที่จำเป็นเพื่อการรักษาหรือเฝ้าระวังสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

                                     (๖) ประสานงานและปฏิบัติงานร่วมกับแพทย์ประจำสถานประกอบกิจการหรือบุคลากรอื่นในการดูแลด้านสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

                                     (๗) ให้คำปรึกษา แนะนำ และให้ความรู้เกี่ยวกับด้านสุขภาพอนามัย

                                     (๘) ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยอื่น ตามที่นายจ้างมอบหมาย

                     ข้อ ๑๐ ให้นายจ้างแจ้งชื่อพยาบาลอาชีวอนามัยในสถานประกอบกิจการ พร้อมทั้งสำเนาวุฒิการศึกษา และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่จัดให้มีพยาบาลอาชีวอนามัยตามข้อ ๘ หรือภายในสิบวันนับจากวันที่มีลูกจ้างเพิ่มขึ้นตามข้อ ๘ หรือภายใยสามสิบวัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง