คาใจ
บ่ายวันหนึ่ง ในแผนกส่งเสริมสุขภาพ วันนี้เป็นวันที่ตัวแทนประกันชีวิตพาผู้รับบริการมาตรวจสุขภาพก่อนทำประกันกันมากหน้าหลายตา ดิฉันเป็นพยาบาลตำแหน่ง In charge ก็ง่วนอยู่กับการเคลียร์เอกสารประกันให้กับตัวแทน แบบ case ต่ออีก case ทีเดียว ขณะเดียวกันนั้นมีผู้รับบริการเป็นชายวัยกลางคนเดินเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยแพทย์เพื่อขอใบรับรองแพทย์ที่ตรวจเพิ่มเรื่อง Hemoglobin typing, SERUM IRON, TIBC โดยแจ้งว่าจะนำไปเบิกกับที่ทำงาน ผู้ช่วยแพทย์รับทราบแล้วได้รีบดำเนินการให้ทันที หลังจากผู้รับบริการได้รับใบรับรองแพทย์เรียบร้อยแล้ว ผู้รับบริการท่านนั้นก็ยังไม่กลับ ยังคงลังเลหันซ้ายหันขวา แลหน้าแลหลังเสมือนกำลังรอตัดสินใจอะไร และแล้วผู้รับบริการท่านนั้นก็เดินกลับมาหาพยาบาลที่กำลังง่วนอยู่กับการเคลียร์เอกสารประกัน และผู้รับบริการได้พูดว่า “ คุณพยาบาลครับ ผมขอปรึกษาเรื่องผลการตรวจเลือดหน่อยได้ไหมครับ” ฉันเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเกรงใจและขอร้องเป็นนัยๆ จึงตอบไปว่า “ได้ค่ะ ยินดีค่ะ” ผู้รับบริการนั่งลงแล้วเริ่มเล่าให้ฟังอย่างเกรงใจว่า “ คุณหมอบอกผลการตรวจเลือดผมแล้วว่าและได้อธิบายว่าผมมีความผิดปกติเรื่องโลหิตจาง และได้แนะนำผมให้ทานอาหารบำรุงเม็ดเลือดและให้ผมตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของเรื่องโลหิตจาง และจะโทรบอกผลอีกครั้ง หลังจากที่ผลเลือดที่ตรวจเพิ่มภายหลังออกรายงานผล” ผู้รับบริการพยายามอธิบายเพื่อชี้แจงให้ทราบว่าขณะที่ตรวจร่างกาย และฟังผลการตรวจเลือดนั้นผู้รับบริการแจ้งว่า “ ผมไม่ใช่ไม่สนใจที่คุณหมอแจ้งผลการตรวจเลือดของผมนะครับ แต่ในขณะที่ทราบว่าผลเลือดผิดปกติ ผมมีความรู้สึกกังวลใจในระหว่างที่ฟังผลเลือดจนรู้สึกสบสนมากกว่าครับ ” ฉันจึงเสนอไปว่า “ คุณสะดวกจะรอคุยกับคุณหมออีกครั้งไหมค่ะ เพราะตอนนี้คุณหมอกำลังตรวจผู้รับบริการอีกท่านหนึ่งค่ะ เพื่อความสบายใจ ของคุณดิฉันจะแจ้งให้คุณหมอรับทราบอีกครั้งค่ะ” แต่ผู้รับบริการกลับตอบกลับมาว่า “ ผมเกรงใจคุณหมอครับ คุณหมอได้อธิบายให้ผมฟังไปแล้วในห้องตรวจ ไม่อยากรบกวนคุณหมอซ้ำ ถ้าไม่เป็นการรบกวนผมขอให้คุณพยาบาลอธิบายแทนได้ไหมครับ” ทั้งท่าทางและสีหน้าของผู้รับบริการบ่งบอกถึงความวิตกกังวลและความเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง และเป็นอย่างนั้นจริงๆ และผู้รับบริการก็เล่าต่อว่า “ ผมลืมถามคุณหมอไปว่า การที่โลหิตจางมันเป็นอันตรายกับตัวผมอย่างไร” ดิฉันเห็นว่าผู้รับบริการมีความกังวลใจจึงได้อธิบายให้ผู้รับบริการฟังว่า “ เม็ดเลือดของเราจะทำหน้าที่นำพาสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายถ้าหากร่างกายของเราเป็นโรคโลหิตจาง หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “ซีด” ก็คือความเข้มข้นของเลือดน้อย ส่งผลทำให้อวัยวะส่วนต่างๆก็ได้รับสารอาหาร ได้รับพลังงาน ได้รับออกซิเจนน้อยไปด้วย เปรียบเสมือนคนที่ร่างกายตัวเล็ก ไม่แข็ง ประสิทธิภาพในการทำงาน การเรียนรู้ ต่างๆก็ไม่ดี ทำงานได้ไม่เต็มที่ เกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าคนทั่วไปที่ร่างกายกำยำแข็งแรงกว่า หากเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมาก็ไม่แข็งแรงที่จะต้านทานเชื้อโรคต่างๆ และถ้าร่างกายที่เล็กผิดปกตินี้เป็นแบบที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ด้วยแล้ว รุ่นลูกรุ่นหลานของคุณก็มีโอกาสที่จะเป็นเช่นนี้ได้เช่นกันค่ะ ”
หลังจากที่ผู้รับบริการได้ฟังในสิ่งที่ฉันอธิบายแล้วนั้น ผู้รับบริการได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แสดงความดีใจ เมื่อเขาได้รับคำตอบในสิ่งที่เขา...คาใจว่า “ผมเข้าใจแล้วครับ ผมขอบคุณ คุณพยาบาลมากที่ช่วยอธิบายผมอีกครั้ง ผมรู้สึกว่าผมเข้าใจง่ายมากขึ้น คุณพยาบาลยกตัวอย่างให้ผมมองเห็นภาพได้ชัดเจน เมื่อผมเข้าใจแล้ว ผมสามารถที่นำไปบอกคนในครอบครัวของผมได้ และถ้าเป็นแบบถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ผมก็จะได้พาลูกๆผมมาตรวจสุขภาพบ้างครับ ” และผู้รับบริการก็พูดต่อไปอีกว่า “ผมเห็นประโยชน์ของการตรวจสุขภาพ ใช่ว่า! จะอยู่ที่เรารู้ ว่าเราเป็นอะไร แต่อยู่ที่เมื่อเรารู้ว่าเราเป็นอะไร เราจะต้องดูแลตนเองเพื่อรักษาหรือป้องกันไม่เกิดอันตรายอย่างไรมากกว่า” และหลังจากนั้นผู้รับบริการก็กลับไปพร้อมกับกล่าวขอบคุณอีกครั้ง แต่คำขอบคุณมันกลับก้องอยู่ในหูของดิฉันไปสักระยะ กับคำพูดของผู้รับบริการ ที่ทำให้ฉันนึกถึงผู้รับบริการที่มาตรวจสุขภาพท่านอื่นๆ ว่าเวลาที่ตรวจสุขภาพครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว เขาจะได้รับคำตอบที่เขาสงสัยหรือยัง ? หรือมีอะไรที่ยัง... คาใจอยู่บ้าง และเขาจะกล้าถามหรือเปล่า เพราะเคยเจอหลายครั้งที่ผู้รับบริการที่เกรงใจ ไม่กล้าถามแพทย์ พยาบาล เพราะฉะนั้นถ้าจะให้เขาสุขภาพดี เราต้องรู้ก่อนว่าสิ่งสำคัญคือ ผู้รับบริการต้องมีความเข้าใจก่อน และต้องรู้ว่าตัวเองป่วยหรือเสี่ยงที่จะเป็นอะไร และจะดูแลตนเองอย่างไรเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี เพราะฉะนั้น ก่อนผู้รับบริการกลับบ้าน อย่าลืมถาม “ มีข้อสงสัยจะปรึกษาเพิ่มเติมอีกไหมค่ะ”
แบ่งปัน สรรสร้าง เรื่องเล่าดีดี โดย
คุณอัจจิมา ชมเชย
พยาบาลวิชาชีพ แผนกส่งเสริมสุขภาพ
โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่
19 มีนาคม 2553
อยากบอน้องโยว่าพี่อุ๊ขอชื่นชมน้องสาวคนนี้ด้วยนะคะ
ก็ยังคาใจ ข้างในลึกๆ โย๊ว โย๊ว...... สำหรับความสงสัยครั้งนี้ก็คงจะสามารถเข้าใจได้ด้วยดี เพราะน้องสาวคนสวยของเรานี่เอง
เป็นกำลังใจให้นะคะ
ลูกค้าคนนี้โชคดีมากที่ได้พบกับพยาบาลที่มีหัวใจในการให้บริการ อยากให้พยาบาลมีหัวใจเป็นพยาบาลที่เหมือนน้องโยทำ
เก่งมาพยาบาลคนสวย ที่สวยทั้งกานและใจ น่ารักมาก
ขอบคุณนะคะ