ชีวิต มีอรรถศาสตร์

22 มีนาคม 2553

สวัสดีกัลยาณมิตร...ที่รัก

หลังจากกลับมาจากการทัศนศึกษา จ.อุบลราชธานี...ก็ได้มีเวลาว่างได้อ่านหนังสือดีๆ ที่เพื่อนเก็บมาฝากจากแดนไกล อ่านแล้วก็รู้สึกว่าดี...จึงขอแบ่งปัน  นำเสนอข้อคิดดีๆ ให้กับกัลยาณมิตร ได้อ่านในช่วงที่บ้านเมืองร้อนเป็น...ไอ...

"เข้าวัด  ทำไม?" โดยพระอาจารย์ ชยสาโร ภิกขุ..."พิมพ์แจกเป็นธรรมบรรณาการด้วยศรัทธาของญาติโยม หากท่านไม่ได้ใช้ประโยชน์จากหนังสือแล้ว โปรดมอบให้กับผู้อื่นที่จะได้ใช้ จะเป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง"

หลังจากอ่านจบ...แต่มีเพื่อนมากกว่าจำนวนหนังสือ....จึงคิดว่าวิธีนี้น่าจะเป็นวิธีมอบสิ่งดีๆ ให้กับมิ่งมิตรได้ดีอีกวิธีหนึ่ง...จึงขอสรุปข้อคิดต่างๆ ไว้ในบันทึกนี้นะคะ

ในหนังสือกล่าวไว้ว่า..."มันน่าคิดนะ ว่าทำไมในประเทศที่คนมีเงินมีทองพอที่จะสบายได้แล้ว มีความสะดวกทางวัตถุ มากพอควรแล้วทำไมความซึมเศร้าจึงแพร่หลายเหลือเกิน...ส่วนมากคนที่อยู่ในสังคมประเภทนี้ สังคมที่ปริญญาบัตรกลาดเกลื่อน  แต่ปัญญาในการดับทุกข์สร้างสุข จึงกระท่อนกระแท่น...บางประเทศ...พลเมืองเลี้ยงหมา  แมว เป็นเพื่อนแทนมนุษย์"

จะว่าดีก็ดีนะ แต่ก็น้บว่ายังไม่พอเหมาะนัก เนื่องจากว่าอยู่ท่ามกลางมนุษย์แต่ไม่รู้จักมนุษย์

ชีวิตที่สมบูรณ์ จำต้องมีจุดมุ่งหมายที่สูงกว่าผลตอบแทนจากการทำมาหากิน...จึงจะเรียกว่า..."ชีวิตมีอรรถศาสตร์"

พระท่านเทศน์ว่า...ชีวิตมนุษย์ธรรมดา มี 3 ก. ในการดำเนินชีวิตประจำวัน  นั่นคือ  กิน  กาม เกียรติ์ 

คนยิ่งมีฐานะสูง การศึกษาสูง ทำอะไรต้องทำอย่างมีเกียรติ  กินอย่างมีเกียรติ

ผู้ที่ยังไม่เข้าถึงธรรมมักชอบเข้าข้างตัวเอง....

สรุปความตามหนังสือนี้ว่า เข้าวัดทำไม...เข้ามาในวัด ต้องกล้าขัดเกลานิสัยเก่า ถึงแม้จะรู้สึกอึดอัด ทุกข์บ้าง

เข้าวัดเพื่อปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเรา

สาธุ

วันหน้าโอกาสมี จะมาเล่าให้ฟังใหม่นะคะ

ขอบคุณ

และ

สวัสดี

My Regards

KIM