Joint KPIs เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนบูรณาการ




"Joint KPIs เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนบูรณาการ"
ดร.ทศพร กล่าวว่า การทำตัวชี้วัดร่วม หรือ Joint KPIs ครั้งนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานราชการ โดยประเด็นสำคัญได้มีการกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ร่วมกันทั้ง 4 เรื่องหลักที่กล่าวมาข้างต้น เนื่องจากที่ผ่านมาเป้าหมายของหน่วยงานราชการส่วนใหญ่กำหนดขึ้นเฉพาะตัว ไม่ได้มีการร่วมกันทำแต่อย่างใด
เดิมระบบราชการต่างคนต่างทำงาน ครั้นต้องมาเผชิญกับงานบางอย่างที่จะต้องทำงานร่วมกันและไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งในกระทรวง ยกตัวอย่าง ข้าว มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก (Stakeholders) เช่น กระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยงานราชการระดับท้องถิ่นและองค์กรอิสระหรือเรื่องเยาวชนไทย มีกระทรวงศึกษาธิการ มหาดไทย วัฒนธรรม ท่องเที่ยวและกีฬา แรงงาน กลาโหม สาธารณสุข องค์กรอิสระและเอ็นจีโอ
ขณะที่เอดส์ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สาธารณสุข ศึกษาธิการ มหาดไทย ยุติธรรม แรงงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถานพยาบาลเอกชน หน่วยงานราชการระดับท้องถิ่น สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ กรมประชาสัมพันธ์และสื่อมวลชนต่าง ๆ เป็นต้น สำหรับเรื่องพลังงานผสม มีกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ พลังงาน เกษตร อุตสาหกรรม สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ สื่อมวลชน หน่วยงานราชการ ระดับท้องถิ่น องค์กรอิสระและเอ็นจีโอ เป็นต้น ทั้งนี้ ทุกประเด็นดังกล่าวได้มีการจัดทำตัวชี้วัดอย่างเต็มรูปแบบ ก็จะทำให้การทำงานในแต่ละยุทธศาสตร์ได้ผลลัพธ์มากยิ่งขึ้น
"ปัญหาหลายอย่างของประเทศ ต้องมีการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในแต่ละหน่วยงาน จึงสามารถแก้ไขปัญหาทุกส่วนและพร้อมเพรียงกัน ดังเช่น กรณียุทธศาสตร์เยาวชนไทย จึงทำให้ยุติวงจรอุบาทว์ได้ ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างรากฐานครอบครัวและสังคมมีความแข็งแรง เยาวชนมีภูมิต้านทานยาเสพติดและต่อปัญาอื่น ๆ อีกทั้งเยาวชนที่ติดยามีทางออกที่ดี มีโอกาสที่จะไม่กลับไปทำผิดซ้ำอีก"
ทั้งนี้ เลขาธิการ ก.พ.ร. ระบุว่า หลักเกณฑ์ในการคัดสรรประเด็นยุทธศาสตร์มุ่งเน้น 2 มิติหลัก ได้แก่ หนึ่ง - ผลกระทบ และสอง - จำนวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยกลไกความสำเร็จของตัวชี้วัดร่วมประกอบด้วย ความเข้าใจตรงกัน การยอมรับ การร่วมมือและข้อตกลง โดยกระบวนการมีส่วนร่วมยังได้คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสามส่วน คือ ประชาชน เอกชนและราชการ
สำหรับแนวคิดยุทธศาสตร์แต่ละอย่างนั้นได้กำหนดขั้นตอนขับเคลื่อนไว้อย่างเป็นระบบ เห็นได้ชัด กรณียุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายร่วมกันในด้านสังคม อาทิ ยุทธศาสตร์เอดส์ ได้มุ่งความสำคัญที่ "การป้องกันติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่" โดยเหตุผลสนับสนุนการป้องกันการติดเชื้อรายใหม่เป็นหลัก เนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดให้ "การลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลงครึ่งหนึ่ง" เป็นวาระเร่งด่วนอีกทั้งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการเข้าถึงบริการป้องกันและการดูแลรักษาอย่างทั่วถึง ที่ประเทศไทยประกาศในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติในปี 2549 โดยประเทศไทยระบุว่า จะลดอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่ลงครึ่งหนึ่ง....
ที่มา : จดหมายข่าวราย 3 เดือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ปีที่ 7 ฉบับที่ 30 เดือนพฤศจิกายน 2552 - มกราคม 2553
















