ปรากฏการณ์ที่ยากยิ่งของผู้ป่วยและญาติ

       บทบาทการรักษาเฉพาะทางที่ต้องทบทวน จากความคิดที่หลากหลาย จากมุมมองที่ต่างกันของ แพทย์ เภสัชกร พยาบาล ผู้ป่วย และญาติมิตร ความศรัทธาของผู้ป่วยต่อแพทย์ทำให้โรคหายได้เหมือนกัน แม่หมอ(สุนัขกัด)อยู่อำเภอหนึ่ง ต้องเดินทางไปอีกอำเภอหนึ่งซึ่งมีเพื่อนลูกเป็นหมออยู่  ที่สามารถขอความช่วยเหลือไหว้วาน ให้ทำการรักษาตามแผนการรักษาที่ต้องการได้ พฤติกรรมนี้น่าจะเรียกว่าอะไรถึงจะเหมาะกำลังคิดอยู่……….. เมื่อข้าพเจ้าป่วย แพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Dx วัณโรค ผู้ใกล้ชิดซึ่งก็เป็นหมอเวชกรรมมีความเห็นแย้ง คนไข้อย่างข้าพเจ้าอยู่ตรงกลางต้องหาทางออกให้ตัวเอง ไม่ได้นะเธอถ้าหมอ ก. ว่าอย่างนี้ ก็ต้องอย่างนี้ไม่นั้นแกโกรธตายเลยถ้า order แล้วใครห้ามมา off หรือมาเปลี่ยน เป็นเรื่องราวใหญ่โตกินใจกันแน่ ๆ เขาไม่ทำกันหรอก เคยอ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยหลายรายที่ลงตีพิมพ์ เช่น คุณศรีเครือ โพธิ์ทอง ในทางเลือกของผู้ป่วย “ แพทย์ที่รักษาตอนฉุกเฉินบอกอีก 6 เดือนให้กลับมาผ่าตัดแก้ไขใหม่ แต่บังเอิญรู้จักกับพยาบาลแนะนำให้ทำกับ แพทย์เฉพาะทาง Plastic Surgery แพทย์ไม่ยอมแก้ไขให้บอกว่าไม่ได้ทำ แต่แรก การมาแก้ไขทีหลังเสียมารยาท ข้าพเจ้าเลยคิดว่าไปหาที่อื่นดีกว่า พฤติกรรม Shopping around ก็เกิดขึ้นแต่ ในที่สุดผู้ป่วยรายนี้โชคดีได้เจอวิธีการรักษาที่นอกกรอบแต่มีประสิทธิภาพดี ถึงขั้น ยกเป็น case study ได้ จากค่ารักษาครึ่งแสนเหลือแค่พันเดียว แต่ที่ผู้ป่วยยังไม่เข้าใจก็คือทำไมหมอผู้หนึ่งทำพลาดไปหมออีกผู่หนึ่งจะแก้ไขกลับคืน เป็นการเสียมารยาท มีครั้งหนึ่งข้าพเจ้าทำงานอยู่ในชนบทพี่สาวโทรไปบอกว่าวันนี้ ( วันอังคาร ) ไปตรวจวัยทองที่โรงพยาบาลศูนย์ แห่งหนึ่งหมอบอกมีก้อนที่เต้านมมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นมะเร็งนัดผ่าตัดวันศุกร์นี้ปรึกษาข้าพเจ้าว่าจะผ่าที่ไหม ข้อมูลจาก ปากคนไข้ที่คนไข้ทราบจากแพทย์นั้นมีไม่มากพอที่จะเป็นข้อมูลให้ข้าพเจ้าช่วยพี่สาวในการตัดสินใจข้าพเจ้าเองก็อยู่ไกลอีกทั้ง โรคที่เป็นก็ต้องอาศัยเทคโนโลยีซับซ้อนไม่สามารถวินิจฉัยได้ในโรงพยาบาลระดับที่ข้าพเจ้าทำงานอยู่ช่วงนั้นมีงานหลายอย่าง ที่รับผิดชอบก็ยังปลีกตัวลาไม่ได้ข้าพเจ้าคิดหนักมากตอนเย็นหลังเลิกงานข้าพเจ้าโทรกลับไปบอกพี่สาวว่าวันพรุ่งนี้ให้ไปยื่นบัตร ตรวจแผนกศัลยกรรมที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในจังหวัดเดียวกันโดยแจ้งความประสงค์ว่าขอตรวจมะเร็งเต้านมโดยไม่ต้อง ให้รายละเอียดของผลเมื่อวานนี้ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ( มีสิทธิ์เบิกได้ ) เนื่องจากเกรงจะมีปัญหาเรื่องการส่งตรวจหากใช้ สิทธิ์เบิกต้นสังกัด บางครั้งแพทย์อาจคิดว่าการตรวจเกินความจำเป็น ผลออกมาตรงกันมี…..ขนาด……ที่…….พี่สาวโทรศัพท์จากโรงพยาบาลมาบอกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าให้กำลังใจพี่สาวแล้วบอกว่าเตรียมตัวเข้าผ่าตัดตามนัดเถอะเราโชคดีแล้วที่รู้เร็วและหมอก็รับแก้ไขให้โดยเร็ว ข้าพเจ้ารีบเคลียงานหามรุ่งหามค่ำเพื่จะลาบ่ายวันรุ่งขึ้นข้าพเจ้าก็เดินทางไปดูแลได้ทันคุณหมอที่ผ่าตัดก็ให้การดูแลดีและตกกลางคืนหลังผ่าตัดมี Bleed พุ่งอีกรอบเมื่อตามคุณหมอก็มา Set OR อีกรอบทำการแก้ไขทันทีขอชมเชยและขอบคุณ……..นี่คือบทเรียน Seeking Behavior ที่บางครั้งก็จำเป็น ใคร ๆ ก็ต้องรักชีวิตขอให้บุคลากรสุขภาพ Seeking Behavior ในมุมมองนี้ให้มาก ๆ จะได้เลิกตำนิผู้ป่วยแต่มาช่วยกันหาทางให้ผู้ป่วยใช้พฤติกรรมนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ในเรื่องของสิทธิผู้ป่วย เป็นการยกระดับ ให้ผู้รับบริการขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับผู้ให้บริการ เป็นเครื่องเตือนไม่ให้ผู้ให้บริการมีความประมาท แต่ถ้าผู้รับบริการ รับจุดต่าง ๆ ในคำประกาศสิทธิผู้ป่วย เพื่อตั้งใจจะหาความบกพร่องในการให้บริการแล้วนำมาเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องก็เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ และที่น้าเศร้าใจไม่แพ้กันก็คือ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลผู้ป่วยอ้างสิทธ์ผู้ป่วยในการไม่ให้รับรู้ข้อมูลผู้ป่วยเพื่อปกต้องตนเอง