Academic excellence ของระบบมหาวิทยาลัยไทย จะเกิดขึ้นได้จริง แข่งขันได้กับประเทศอื่น จะต้องมีการยกเครื่องระบบ human resources ของสถาบันอุดมศึกษา


          เมื่อวันที่ ๔ มี.ค. ๕๓ มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ที่ สกอ. เรื่องความเข้มแข็งของสภามหาวิทยาลัย   ที่จะเป็นพลังขับดันความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัย

          ศ. ดร. ศุภชัย ยาวะประภาษ ได้ชี้ให้เห็นภาพใหญ่ที่อาจจะเป็นอุปสรรคที่อุดมศึกษาไทยจะก้าวหน้า เข้มแข็งทางวิชาการอย่างแท้จริง   คือการที่โครงสร้างทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยเป็นโครงสร้างที่ผิด   ทำให้มหาวิทยาลัยไทยปรับตัวแข่งขันกับมหาวิทยาลัยในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคนี้ไม่ได้ 

          โครงสร้างที่ผิด คือการที่อาจารย์เข้าไปทำหน้าที่ด้านธุระการหรืองานจัดการ ที่ควรเป็นหน้าที่ของบุคลากรสายสนับสนุน มากเกินไป   จนทำให้อาจารย์เสียเวลาไปกับงานที่ไม่ควรเป็นหน้าที่ของอาจารย์   มีผลให้อาจารย์ไม่มีเวลาทุ่มเทกับการทำหน้าที่ด้านวิชาการ   หากสภาพนี้ดำเนินต่อไป มหาวิทยาลัยไทยจะล้าหลังทางวิชาการ    เมื่อมหาวิทยาลัยในประเทศอื่นๆ เขาปรับตัว มีระบบการทำงานที่ให้เวลาอาจารย์มุ่งมั่นทำงานวิจัยและงานวิชาการอื่นๆ ได้อย่างจริงจังต่อเนื่อง 

          โครงสร้างที่ถูกต้อง (ดูของสหรัฐอเมริกาและยุโรปเป้นตัวอย่าง)   บุคลากรของมหาวิทยาลัยมี ๒ สาย   คือสายวิชาการ (teaching staff) กับสายจัดการ ถือเป็น supporting staff   ทั้งสองสายต้องได้คนดีและเก่ง และมีความภูมิใจในการทำหน้าที่ของตน    เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่มหาวิทยาลัย 

          เวลานี้ ระบบกำลังคนของมหาวิทยาลัยไทย ไม่ให้ความสำคัญ ไม่ให้เกียรติ ไม่ให้ค่าตอบแทนสูงตามความรับผิดชอบ แก่บุคลากรสายสนับสนุน   คนเก่งในสายนี้จึงลาออกไปทำงานอื่นที่ได้รับการยอมรับสูงกว่า 

          ตกสาย ท่านที่ปรึกษาโอภาส เขียววิชัย และ ผอ. ขจร จิตสุขุมมงคล มาคุยเรื่องการดำเนินการด้านวินัยและกฎหมายในมหาวิทยาลัย   คุยกันจนขยายออกมาที่ปัญหามหาวิทยาลัยขาดนักกฎหมายเก่งๆ    เพราะรักษาคนเก่งไว้ไม่ได้   เนื่องจากหน่วยงานอื่นเขาให้การยอมรับและการตอบแทนสูงกว่า 

          Academic excellence ของระบบมหาวิทยาลัยไทย จะเกิดขึ้นได้จริง แข่งขันได้กับประเทศอื่น   จะต้องมีการยกเครื่องระบบ human resources ของสถาบันอุดมศึกษา

 

 

วิจารณ์ พานิช
๔ มี.ค. ๕๓