พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นครองราชย์ครั้งที่สอง ในวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๑๖ ซึ่งนับว่าทรงเป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์แล้ว เนื่องจากไม่ต้องมีผู้สำเร็จราชการอีกต่อไป ดังนั้นการที่ทรงครองราชสมบัติครบรอบ ๑ ปีด้วยพระองค์เองและประเทศก็สงบสุขร่มเย็นด้วยพระบารมีของพระองค์ จึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีควรแก่การเฉลิมฉลอง
ในอดีตพระราชพิธีนี้ไม่ถือว่าเป็นของหลวงแต่ถือว่าเป็นของเจ้าพนักงานที่จะต้องแสดงความจงรักภักดี รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า วันบรม-ราชาภิเษกนั้นเป็นมหามงคลสมัย ควรจะมีการสมโภชพระมหาเศวตรฉัตร ให้เป็นสวัสดิมงคล แก่ราชสมบัติจึงทรงจัดการพระราชกุศล ซึ่งพระราชทานชื่อว่า "พระราชพิธีฉัตรมงคล" ขึ้น ดังนั้นในกลอนไดอารี่ซึมซาบจึงบรรยายภาพของพระราชพิธีไว้อย่างละเอียด ดังนี้
ถึงขวบปีที่เสวยราชสมบัต จะสมโพดเสวกรฉัดเฉลิมศรี
อีกบังคมบรํมรูปประจำปี สวดมํนที่พระมหาปราสาทนั้น
ตั้งพระไชยไว้ทั้งห้าแผ่นดิน โยงสายสินจัดการทุกสิ่งสัน
บํนบันลังตั้งราชกุกุพัน พระแสงพานสองชั้นประจํงรอง
พระสํงนั้นคะนะเหนือสามสิบถ้วน ล้วนท่านเจ้าท่านพระครูสิ้นทั้งผอง
พวกเจ้านายเสนามาเปนกอง พอสักสองทุ่มเสดเสดจลํง
ทรํงจุดเครื่องสะการมัดส่กาน อาลักอ่านคำประกาดไม่คลาดหลง
แล้มพระท่านสวดมํนไม่วํนวํง พอจํบลํงเสดจขึ้นก็คืนมา
จากกลอนนี้ให้ภาพของการเฉลิมฉลองและสมโภชเศวตฉัตรอย่างยิ่งใหญ่ มีการนิมนต์พระเป็นจำนวนมากเพื่อทำพิธี เจ้านายและเสนาบดีกองต่าง ๆ ก็มาอย่างพร้อมหน้าในงานพระราชพิธีที่สำคัญเช่นนี้