ตอนที่ ๗ พระราชพิธีฉัตรมงคล

          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นครองราชย์ครั้งที่สอง ในวันที่ ๑๖ ตุลาคม  พ.ศ. ๒๔๑๖  ซึ่งนับว่าทรงเป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์แล้ว  เนื่องจากไม่ต้องมีผู้สำเร็จราชการอีกต่อไป   ดังนั้นการที่ทรงครองราชสมบัติครบรอบ ๑ ปีด้วยพระองค์เองและประเทศก็สงบสุขร่มเย็นด้วยพระบารมีของพระองค์  จึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีควรแก่การเฉลิมฉลอง 

          ในอดีตพระราชพิธีนี้ไม่ถือว่าเป็นของหลวงแต่ถือว่าเป็นของเจ้าพนักงานที่จะต้องแสดงความจงรักภักดี  รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า วันบรม-ราชาภิเษกนั้นเป็นมหามงคลสมัย ควรจะมีการสมโภชพระมหาเศวตรฉัตร ให้เป็นสวัสดิมงคล แก่ราชสมบัติจึงทรงจัดการพระราชกุศล ซึ่งพระราชทานชื่อว่า "พระราชพิธีฉัตรมงคล" ขึ้น ดังนั้นในกลอนไดอารี่ซึมซาบจึงบรรยายภาพของพระราชพิธีไว้อย่างละเอียด  ดังนี้

               ถึงขวบปีที่เสวยราชสมบัต            จะสมโพดเสวกรฉัดเฉลิมศรี

    อีกบังคมบรํมรูปประจำปี                      สวดมํนที่พระมหาปราสาทนั้น

    ตั้งพระไชยไว้ทั้งห้าแผ่นดิน                     โยงสายสินจัดการทุกสิ่งสัน

    บํนบันลังตั้งราชกุกุพัน                            พระแสงพานสองชั้นประจํงรอง

    พระสํงนั้นคะนะเหนือสามสิบถ้วน               ล้วนท่านเจ้าท่านพระครูสิ้นทั้งผอง

    พวกเจ้านายเสนามาเปนกอง                     พอสักสองทุ่มเสดเสดจลํง

    ทรํงจุดเครื่องสะการมัดส่กาน                    อาลักอ่านคำประกาดไม่คลาดหลง

     แล้มพระท่านสวดมํนไม่วํนวํง                    พอจํบลํงเสดจขึ้นก็คืนมา

          จากกลอนนี้ให้ภาพของการเฉลิมฉลองและสมโภชเศวตฉัตรอย่างยิ่งใหญ่  มีการนิมนต์พระเป็นจำนวนมากเพื่อทำพิธี   เจ้านายและเสนาบดีกองต่าง ๆ ก็มาอย่างพร้อมหน้าในงานพระราชพิธีที่สำคัญเช่นนี้