การสื่อสารนั้น เป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต

 

 ตั้งแต่กลับจากอินเดีย ผู้เขียนก็แสดงความอยากฝึกพูดภาษาอังกฤษมากๆ เพราะรู้ตัวว่า นี่คืออีกปัญหาของตัวเอง ที่รู้ภาษาอังกฤษ แต่ไม่กล้าพูด ทำเอาต้องอึดอัดทุกครั้ง ที่มีคนส่งภาษาด้วย

 ลูกชายก็น่ารัก หาโปรแกรมฝึกพูดภาษาอังกฤษมาลงคอมพิวเตอร์ให้ ว่างเมื่อไหร่ ก็ต้อง ฝึกพูดเลย ด้วยหวังว่า จะได้ทะลุกำแพงใจเสียที เวลาไปต่างประเทศ แต่ก็นิสัยเดิมๆ ไม่ค่อยกล้าพูดกับใครอยู่ดี พออยู่ต่อหน้า รู้สึกว่ามันลืมไปหมด ส่งเสียงไม่ออก ได้แต่ยิ้มน้อย กับยิ้มใหญ่ไปเรื่อย

   เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ผู้เขียนกำลังจะออกจากสำนักงาน ลูกชายก็โทรมาหา ว่ากลับบ้านเร็วๆนะ เพราะมีโปรแกรมฝึกพูดภาษาอังกฤษที่ดีมากๆ เตรียมไว้ให้คุณแม่ จากแมกซิโก

  ตื่นเต้นนะ ว่าน่าจะดีกว่าอันเก่า ดูลูกชายรับรองแข็งขัน

พอมาถึงบ้าน ลูกชายก็บอกว่า มีผู้หญิงฝรั่งนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง จากเม็กซิโก เขามาพักบ้านเรา แบบโฮมสเตย์ มาคนเดียวและพูดภาษาอังกฤษชัดมาก คุณแม่จะได้ฝึกจริงๆเสียที บอกเขาแล้ว ว่าแม่พูดภาษาอังกฤษได้

 

  สองวันเต็มๆ ที่ผู้เขียนแอบๆดูเขา ไม่กล้าเข้าไป เห็นนั่งเล่นคอมอยู่ ปอกมะม่วงสุก ว่าจะเอาไปให้เขากิน แล้วก็ไม่กล้า แช่ไว้ในตู้เย็นอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งวันที่สาม จึงปอกมะม่วงสุกลูกใหม่ แล้วตัดสินใจเดินไปบอกลูกชายว่า พาแม่ไปหาแหม่มหน่อย ลูกชายดีใจพาผู้เขียนไปทำความรู้จัก พร้อมมะม่วงจานนั้น เขายิ้มแย้มใจดี ผู้เขียนกำลังจะบอกว่า พูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ยังหาคำลงไม่ได้ เขาก็แทรกขึ้นมาว่า พูดได้นิดหน่อยใช่ไหม

  เขาพูดเป็นภาษาไทย แล้วต่อจากนั้น เขาก็พูดแต่อังกฤษ ชัดเจนและช้าๆ แปลกนะ ฟังเข้าใจทุกคำเลย หันมาอีกที เจ้าลูกชายก็ทิ้งแม่ไปเสียแล้ว เชื่อไหม ผู้เขียนมีเรื่องคุยกับ Mrs.ZUE ( ซูอี) แต่เรียกเขาว่า คุณสมศรี คุยนานตั้งสองชั่วโมง มากมายหลายเรื่อง ราวกับว่าคุ้นเคยกันมานาน นี่ผู้เขียนสื่อสารกับคนต่างชาติได้แล้วหรือ

  การสื่อสารนั้น เป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต ต่อให้ไม่รู้ทั้งหมดว่าเขาพูดแปลว่าอะไร แต่ก็จับใจความได้ เข้าใจกันได้ ดังนั้นในวันต่อๆมา ผู้เขียนจึงหาโอกาส ไปสนทนากับเขา เมื่อมีเวลาว่าง เขาจะพักอยู่ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ดีจังเลย โปรแกรมรุ่นใหม่ ที่ทำให้ผู้เขียนเข้าใจภาษาต่างด้าว ลึกซึ้งเสียที

  ขอบใจนะเจ้าลูกชาย