การเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ เมื่อผลประโยชน์ไม่ลงตัว รักกลับเกลียด ชอบกลับชัง ผู้สิ้นหวังคือประชาชน

พี่น้องครับ...

ในขณะที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย..ผมได้มีโอกาสไปดูแลการปฏิบัติธรรมของนิสิต หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต วิชาชีพครู รุ่นที่ 1 จำนวน 78 คน เมื่อวันที่ 12-14 มีนาคม 2553 ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อยุธยา

เป็นโครงการพิเศษสำหรับผู้มาเรียนที่แห่งนี้ จะต้องเข้าฝึกปฏิบัติกรรมฐาน อย่างน้อย 160 ชั่วโมง จึงจะจบหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือคฤหัสถ์จะต้องเข้าปฏิบัติเช่นเดียวกัน

ผมจึงได้มีโอกาศทำใจให้สงบ..ไม่อยากรับทราบข้อมูลข่าวสารที่มันทำให้บ้านเมืองต้องสะดุดเป็นระยะๆ...ผมไม่มีความคิดเห็นใดๆ ละกัน

มีสิ่งที่ผมอยากบันทึกไว้สอนตัวเองคือ...สิ่งที่เราเกิดมาต้องเรียนรู้ ต้องทำ และได้รับผลตอบแทนกลับมา นั่นคือความรู้  ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย แต่ถ้าจะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ผมคิดว่าแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ  ความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพ และความรู้เกี่ยวกับ วิชาชีวิต

สิ่งที่เราเรียนรู้เมื่อเข้าโรงเรียน ครูก็จะให้เรียนวิชาโน่นนี่นั่น และเมื่อโตมาก็ต้องเลือกสายที่จะเรียน เช่น วิทย์ คณิต ภาษา ศิลป์ เสร็จแล้วก็มีรายละเอียดย่อยลงไปเมื่อเรียนสูงขึ้น เรียกว่าเฉพาะด้าน เช่น คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี วิศวะ แพทย์ เรียกกันว่า วิชาเอก หรือ สาขาวิชา เมื่อเรียนจบ เราก็ต้องไปหางานทำตามสาขาที่เล่าเรียนมา ถึงแม้ว่าบางคนจะรู้ตัวเมื่อเรียนจบแล้วว่า สิ่งที่เรียนจบมา ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบ หรือบางคนไม่มีทางเลือก ก็เรียนๆ ไปให้จบมาก่อน อะไรก็ได้ แต่โดยสรุปแล้ว วิชาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่อง วิชาชีพ

อีกสิ่งหนึ่งที่ครูก็สอนเราเช่นกัน คือ วิชาเกี่ยวกับศิลปะ มารยาท วัฒนธรรม และศาสนา ซึ่งตอนเด็กๆ เราก็ทำตามที่ครูได้ดี เรียนรู้ได้ดี แต่พอโตขึ้นมาวิชาเหล่านี้ก็รู้สึกว่ามันจะอ่อนจางลงไปจากจิตใจเราเรื่อยๆ บางคนกว่าจะคิดได้ก็สายเสียแล้ว...วิชาเหล่านี้แหละเป็น วิชาชีวิต คือเป็นวิชาที่จะทำให้เราดำเนินชีวิตไปได้อย่างมีสุขตามความเหมาะสมของแต่ละคน

ในทางศาสนามีคำสอนเหล่านี้มากมาย และมีทุกศาสนา ความรัก ความเอื้อเฟื้อ ให้เกียรติกัน พูดความจริง และมีสติปัญญา ซึ่งในทางพุทธศาสนา สรุปเป็น 5 เป็นเด็นหลักเรียกว่า เบญจศีล-เบญจธรรม ซึ่งโดยสรุป คือ

1. เว้นการฆ่า เบียดเบียน ให้ร้าย  และให้มีเมตตา กรุณาต่อสรรพสัตว์

2. เว้นการลักขโมย ฉ้อโกง เบียดบังของคนอื่นๆ  และให้เอื้อเฟื้อ แบ่งปันก้น

3. เว้นการผิดใจใฝ่หาที่ผิดประเวณี  และให้เกียรติซึ่งกันและกัน

4. เว้นการกล่าวเท็จ ส่อเสียด เพ้อเจ้อ และให้พูดจริง สุภาพ ประกอบด้วยเมตตา

5. เว้นการเสพสิ่งมันเมา ขาดสติ ไร้ปัญญา และให้เจริญสติ แสวงหาปัญญา

แต่สิ่งที่พุทธศาสนาต่างจากศาสนาอื่นๆ คือ วิปัสสนากรรมฐาน การฝึกวิปัสสนากรรมฐานมีวิธีการหรือเครื่องมือที่สำคัญคือ สติปัฏฐาน 4 ได้แก่ กาย เวทนา จิต ธรรม หากฝึกได้เป็นอย่างดีแล้ว การดำเนินชีวิตของเรา รับรองว่ามีความสุข ซึ่งเป็นความสุขที่เกิดจากภายใน และการรู้เท่าทัน ซึ่งไม่ต้องอาศัยอามิสทั้งหลายเป็นเครื่องมือต่อไป

ไม่เชื่อลองปฏิบัติดูนะครับ