15 มี.ค.53 เรื่อง "การจัด กพช.และการเทียบโอนผลการเีรียน", 22 มี.ค.53 เรื่อง "การเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียนหลักสูตรใหม่", 29 มี.ค.53 เรื่อง "การบริหาร-การวัดผลประเมินผล หลักสูตรใหม่", 5 เม.ย.53 เรื่อง "นโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี", 12 เม.ย. เทปซ้ำวันที่ 1 ก.พ.53, 19 เม.ย.53 เรื่อง "การจัดการศึกษาให้กับผู้สูงอายุใน จ.สมุทรสงคราม"

 

รายการสายใย กศน.  วันที่  19  เมษายน  2553

 

         เรื่อง “การจัดการศึกษาให้กับผู้สูงอายุในจังหวัดสมุทรสงคราม
         ดำเนินรายการโดย วราภรณ์  บุญพรวงศ์ 
         วิทยากร คือ
         - นายธวัชชัย  ใจชาญสุขกิจ  รอง ผอ. สนง.กศน.จ.สมุทรสงคราม
         - อ.อัจฉรา  ใจชาญสุขกิจ  ครูชำนาญการพิเศษ สนง.กศน.จ.สมุทรสงคราม
         - นาวาเอก ทวี  เชื้อชูชาติ  ประธานชมรมผู้สูงอายุ กศน.สมุทรสงคราม

         จ.สมุทรสงคราม มีผู้สูงอายุมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ( รองจากสิงห์บุรี ) และมีผู้ที่อายุ 90 ปีขึ้นไป กว่า 300 คน นับวันจะมากขึ้นเรื่อย ๆ   กศน.จ.สมุทรสงครามจึงให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ  และในการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ของ กศน. จะให้ผู้สูงอายุร่วมเป็นกรรมการ เพราะมีภูมิปัญญา   ปัจจุบันมี พรบ.ผู้สูงอายุ กำหนดหน้าที่ให้กระทรวงศึกษาธิการจัดการศึกษาให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้สูงอายุ  กศน.ควรให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมผู้สูงอายุมากขึ้น   จ.สมุทรสงครามให้ความสำคัญมาตั้งแต่ปี 2546 ตามนโยบายของท่านอธิบดีอาธร  จันทรวิมล  มีกิจกรรมต่อเนื่องมาตลอด มีความผูกพันเหมือนญาติกับสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ กศน.สมุทรสงคราม เป็นที่ภาคภูมิใจ

         นาวาเอกทวี  เชื้อชูชาติ ประธานชมรมผู้สูงอายุ เดิมปี 2548 ทราบว่า กศน.จ.สมุทรสงคราม เป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรมผู้สูงอายุ จึงเข้ามาร่วมกิจกรรม ถึงปีนี้ได้รับเลือกเป็นประธาน  ( ชมรมผู้สูงอายุ กศน. เป็นการรวมกันของประธานและเลขาฯตัวแทนของชมรมผู้สูงอายุจากอำเภอต่างๆ  โดยชมรมผู้สูงอายุ กศน. จะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำไปเผยแพร่แก่ชมรมในอำเภอ


         กศน. วางรูปแบบการจัดกิจกรรมไว้ คือ

         - กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดในวันจันทร์ที่สองของเดือนเว้นเดือน ในรูปแบบการสัญจรไปตามบ้านสมาชิกที่พร้อมเป็นเจ้าภาพ (มีงบประมาณหัวละ 25 บาท )  มีวิทยากรบ้าง เช่นเรื่องไข้หวัด 2009  บางครั้งสมาชิกเป็นวิทยากร  มีการอวยพรสมาชิกที่ครบรอบวันเกิดในรอบสองเดือนนั้น มีการบริจาคเงินเข้าชมรม ปัจจุบันมีเงินสามหมื่นกว่าบาท

         - กิจกรรมไปปลูกป่าชายเลน หรือปลูกต้นลำพูริมคลอง

         - กิจกรรมไปศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชมรมผู้สูงอายุ กศน.ในต่างจังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี ( เขามาก่อน), บุรีรัมย์, สุรินทร์, พัทลุง, ตรัง, กระบี่  ไปทุกปี  ได้ท่องเที่ยวทางด้านธรรมชาติ-วัฒนธรรม-อาชีพ ด้วย เช่น นำรำโทนไปแลกเปลี่ยนกับโนรา   รวมทั้งศึกษากิจกรรมผู้สูงอายุของจังหวัดอื่น

         - กิจกรรมกลุ่มสนใจ  ตามความสนใจของผู้สูงอายุ เช่น ขนมหวาน ( ข้าวตู ), คอมพิวเตอร์, สานพัด, สานตะกร้า ฯลฯ

         - กิจกรรมการส่งเริมการอ่าน  ให้ผู้สูงอายุเขียนบทความ ความประทับใจในอดีต หรือความประทับใจในการร่วมกิจกรรม 1 หน้ากระดาษ A4  และอ่านในที่ประชุม  ช่วยให้ความจำไม่เสื่อม  เช่นบางคนเขียนเรื่อง “ของเล่นฉันในวัยเด็ก”

         นอกจากนี้มีการฝึก การแสดงโชว์ทางด้านศิลปวัฒนธรรม ที่มีการค้นคว้าอ้างอิง เช่น รำโทน เพลงพวงมาลัย

         กิจกรรมที่มีคุณค่าเหล่านี้ ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขโดยไม่รู้ตัว


         ( ปิดรายการด้วยการแสดงรำโทนของผู้สูงอายุ กศน.สมุทรสงคราม )




รายการสายใย กศน. วันที่  12  เมษายน  2553

 

         เทป ซ้ำวันที่ 1 ก.พ.53 เรื่อง “โครงการส่งเสริมการอ่าน”

 


รายการสายใย กศน.  วันที่  5  เมษายน  2553

 

         เรื่อง “นโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี”
         ดำเนินรายการโดย วราภรณ์  บุญพรวงศ์ 
         วิทยากร คือ
         - นายศักดิ์ชัย  ทวีศักดิ์  ผอ. กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
         - นายธวัช  ชลารักษ์  ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานการศึกษา สำนักงาน กศน.

         เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พุทธศักราช 2546  รวมทั้งให้สอดคล้องกับเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ในหมวดที่ 1 และหมวดที่ 7  ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการบริหารภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาล   ตลอดจนให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันจะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ศรัทธาและไว้วางใจในการบริหารงานภาครัฐ

         สำนักงาน กศน. จึงได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี  ประกอบด้วย  นโยบายหลัก 4  ด้าน  คือ    ด้านรัฐ สังคม และสิ่งแวดล้อม  ด้านผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  ด้านองค์การ  และด้านผู้ปฏิบัติงาน  รวมทั้งได้กำหนดแนวทางปฏิบัติตามนโยบายหลักด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ และค่านิยมร่วมสำหรับองค์การและบุคลากรทุกคนพึงยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติควบคู่กับกฎ ข้อบังคับอื่น ๆ  อย่างทั่วถึง


         ผลการดำเนินงานตามนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี ในปีงบประมาณ 2551 ของ กศน. ได้รับรางวัลคะแนนสูงสุดในจำนวน 29 สำนักงาน ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ


         ในปีงบประมาณ 2552 สำนักงาน กศน. จัดโครงการตามนโยบายการกำกับดูแลองค์กรที่ดีของ 4 ด้าน คือ
         1. ด้านรัฐ สังคม และสิ่งแวดล้อม ( โครงการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา )
         2. ด้านผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ( โครงการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิต )
         3. ด้านองค์การ ( โครงการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ )
         4. ด้านผู้ปฏิบัติงาน ( โครงการพัฒนาบุคลากร )

        ผลการดำเนินงานยังไม่ออก  โดยมีบางหน่วยงานยังไม่ส่งรายงานผล ซึ่งมีจำนวนหน่วยงาน กศน. ที่ยังไม่ส่งรายงานผลจำแนกตามภาคดังนี้
         - ภาคเหนือ 4 แห่ง
         - ภาคกลาง 6 แห่ง
         - ภาคตะวันออก 1 แห่ง
         - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 แห่ง
         - ภาคใต้ 5 แห่ง


        การดำเนินงานตามนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดีนี้ เรื่องการมีส่วนร่วมสำคัญมาก ทุกคนในองค์การต้องมีส่วนร่วม
         ในปีงบประมาณ 2553 ส่วนกลาง กศน. กำหนดโครงการตามนโยบายการกำกับดูแลองค์กรที่ดีของ 4 ด้าน ดังนี้
         1. ด้านรัฐ สังคม และสิ่งแวดล้อม  คือ โครงการพัฒนาห้องสมุด 3 ดี  ผู้รับผิดชอบคือ สพร./ หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด  ( หนังสือดี บรรยากาศดี บรรณารักษ์ดี )
         2. ด้านผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  คือ โครงการ Tutor Channel  ผู้รับผิดชอบคือ ศท./ หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด
         3. ด้านองค์การ  คือ โครงการยุทธศาสตร์ กศน. ว่าด้วยการป้องกันการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553  ผู้รับผิดชอบคือ กจ./ หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด
         4. ด้านผู้ปฏิบัติงาน  คือ โครงการพัฒนาบุคลากร  ผู้รับผิดชอบคือ กจ./ หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด


         ภารกิจการดำเนินงานของหน่วยงาน กศน. ทุกแห่ง  คือ
         1. ให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานทุกคน ลงนามรับทราบนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดีของสำนัดงาน กศน.
         2. จัดกิจกรรมโครงการให้ครบ 4 ด้าน ( เลือกโครงการที่มีงบประมาณอยู่แล้ว )
         3. ส่งรายงานผลการจัดกิจกรรมโครงการตามนโยบายการกำกับองค์การที่ดี เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ( รายงานเป็นรูปเล่มเอกสาร )

         ดาวน์โหลดรายละเอียดหนังสือที่แจ้ง และแบบฟอร์มการรายงาน ได้จากเว็บไซต์ www.nfe.go.th ( ข่าวส่วนกลาง )


         จุดมุ่งหมายสำคัญของนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี คือ ประชาชนพึงพอใจในการให้บริการของหน่วยงานราชการ
         จึงควรมีการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนในแต่ละโครงการ ( การสอบถามความพึงพอใจเป็นตัวชี้วัดหนึ่ง ถ้าพึงพอใจ 80 % ขึ้นไป ถือว่ามีความพึงพอใจในระดับดี )

         ประมาณเดือนสิงหาคม 2553 คณะกรรมการจะไปดูผลการดำเนินงานทุกภาค

         นโยบายนี้จะต้องดำเนินการตลอดไป ควรกำหนดโครงการตั้งแต่ต้นปีงบประมาณในแต่ละปี




รายการสายใย กศน. วันที่  29  มีนาคม  2553

 

         เรื่อง “การบริหารการดำเนินงานหลักสูตร การวัดและการประเมินผล หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551”
         วราภรณ์  บุญพรวงศ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - ผอ.พรทิพย์  กล้ารบ  ผอ. กลุ่มพัฒนา กศน.
         - อ.ผณินทร์  แซ่อึ้ง  นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนา กศน.


         การวัดผลประเมินผล หลักสูตรใหม่
         1. การวัดและประเมินผลเป็นรายวิชา
            1.1 การวัดและประเมินผลก่อนเรียน
            1.2 การวัดและประเมินผลระหว่างภาคเรียน   ควรทำควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอน  สัดส่วนคะแนนระหว่างภาคเรียนกับปลายภาคเรียน ให้เป็นไปตามที่สำนักงาน กศน.กำหนด  ซึ่งปัจจุบันกำหนดเป็น 60 : 40
            1.3 การวัดและประเมินผลปลายภาคเรียน ถ้าเป็นวิชาบังคับ ระดับประถม และ ม.ต้น  สำนักงาน กศน. จะเป็นผู้ทำแบบทดสอบ เป็นแบบ 4 ตัวเลือก  ถ้าเป็นระดับ ม.ปลาย จะเป็นข้อสอบ N-Net ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาเป็นผู้ผลิตแบบทดสอบ ( สมศ. จะใช้คะแนนประกอบการประเมินคุณภาพผู้เรียนในมาตรฐานที่ 2.8 จึงให้ สทศ. ผลิตเป็นแบบทดสอบ N-Net )
            ถ้าคะแนนระหว่างภาครวมปลายภาคไม่ถึง 50 %  ให้ซ่อม โดยผู้มีสิทธิ์ซ่อมต้องเข้าสอบปลายภาค

         2. การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ( กพช. )

         3. การประเมินคุณธรรม   9 ประการ ( สถานศึกษาสามารถเพิ่มได้ ลดไม่ได้ ) แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
            - คุณธรรมเพื่อการพัฒนาตน ( สะอาด สุภาพ กตัญญูกตเวที )
            - คุณธรรมเพื่อการพัฒนาการทำงาน ( ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ )
            - คุณธรรมเพื่อการพัฒนาการอยู่ร่วมกันในสังคม ( สามัคคี มีน้ำใจ มีวินัย )

            แนวทางการประเมินคุณธรรม

            - กำหนดพฤติกรรมบ่งชี้ของคุณธรรม ( มีตัวอย่างพฤติกรรมบ่งชี้ในเอกสาร สถานศึกษาสามารถกำหนดใหม่ได้ )
            - ประเมินคุณธรรมตามพฤติกรรมบ่งชี้ ( สอบถาม สัมภาษณ์ สังเกต ตรวจสอบผลงานของผู้เรียน )
            - สรุปผลการประเมินเป็นรายกลุ่มคุณธรรม
            ประเมินทุกภาคเรียนเพื่อการปรับปรุง  แต่ผลการประเมินภาคเรียนสุดท้ายควรอยู่ในระดับดีขึ้นไป

         4. การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ   ประเมินในภาคเรียนสุดท้ายของนักศึกษาทุกคน  ใช้ผลการประเมินสำหรับเปรียบเทียบเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน ไม่มีการตัดสินได้ตก

 

         การบริหารงาน

         1. การประชาสัมพันธ์ ( หลายช่องทาง )

         2. แต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับสมัครขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา  ออกรหัสนักศึกษา หลักสูตรใหม่ใหม่แยกรหัสสถานศึกษา กับรหัสประจำตัวนักศึกษา ออกจากกันเป็น 2 ชุด ๆ ละ 10 หลัก
            รหัสสถานศึกษา  หลักที่ 1-2 คือรหัสสังกัด ( สำนักงาน กศน. คือ “12” ),  หลักที่ 3-4 เป็นรหัสจังหวัด,  หลักที่ 5-6 เป็นรหัสอำเภอ/เขต,  หลักที่ 7-9 เป็นลำดับที่
            รหัสประจำตัวนักศึกษา  หลักที่ 1-2 เป็นปีการศึกษา,  หลักที่ 3 คือภาคเรียน,  หลักที่ 5-9 คือลำดับที่,  หลักที่ 10 เป็นรหัสอัตโนมัติออกโดยโปรแกรม IT

            ออกบัตรประจำตัวนักศึกษา ( มีรหัสทั้ง 2 ชุด )

         3. การแนะแนวการศึกษา   แต่งตั้งผู้มีความรู้/ประสบการณ์ เป็นเจ้าหน้าที่แนะแนว
            - การแนะแนวก่อนเรียน  เช่น รูปแบบการเรียน, การเทียบโอน
            - การแนะแนวระหว่างเรียน
            - การแนะแนวหลังจบหลักสูตร  เช่น การศึกษาต่อ, การประกอบอาชีพ

            ภาคเรียนแรกของการใช้หลักสูตรใหม่ ให้ลงทะเบียนรายวิชาบังคับเหมือนกันทุกแห่ง คือ ทักษะการเรียนรู้, ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจพอเพียง อาชีพ และ ม.ปลาย เพิ่มวิชาศิลปศึกษา  ยังไม่ให้ลงวิชาบังคับอื่น  และให้ลงวิชาเลือกใด ๆ รวมแล้วไม่เกิน 14 หน่วยกิตสำหรับประถม, 16 หน่วยกิตสำหรับ ม.ต้น, 20 หน่วยกิตสำหรับ ม.ปลาย
            ตอนลงทะเบียนไม่ต้องระบุวิธีเรียน  ถือว่าเป็นวิธีเรียน กศน. วิธีเดียว  แต่กระบวนการเรียนรู้เรียนได้หลายแบบ

         4. เอกสารและแบบฟอร์มต่าง ๆ
            4.1  เอกสารการศึกษา  ( เก็บไว้และทำลายได้ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 )
            4.2  หลักฐานการศึกษา  ( เก็บไว้สำหรับการตรวจสอบ  หลายรายการต้องเก็บไว้ตลอดไป ทำลายไม่ได้ )
                   - หลักฐานการศึกษาควบคุมและบังคับแบบ
                   - หลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษาดำเนินการเอง

         ( รายวิชาเลือกที่สถานศึกษาพัฒนาขึ้นเอง ให้คณะกรรมการสถานศึกษาอนุมัติแล้วจึงนำขึ้นเว็บเพื่อให้ได้รหัสรายวิชา )

 

         เกณฑ์การจบหลักสูตร

         1. ผ่านเกณฑ์การประเมินการเรียนรู้รายวิชาในแต่ละระดับการศึกษา ตามโครงสร้างหลักสูตร
         2. ผ่านเกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ( กพช.) ไม่น้อยกว่า 100 ชั่วโมง
         3. ผ่านการประเมินคุณธรรม ในระดับพอใช้ขึ้นไป
         4. เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ

 


รายการสายใย กศน. วันที่  22  มีนาคม  2553

 

         เรื่อง “การเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียน หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551”
         วราภรณ์  บุญพรวงศ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - อ.ดุษฎี  ศรีวัฒนาโรทัย  นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนา กศน.
         - อ.กนกพรรณ  สุวรรณพิทักษ์  นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนา กศน.


         การเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา ต้องจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา, ระเบียบการวัดและประเมินผล, ระเบียบการเทียบโอน, เตรียมสื่อแบบเรียนให้ทันเปิดภาคเรียน, ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ, ขึ้นทะเบียน, ลงทะเบียนตามรายวิชาที่ส่วนกลางกำหนด, พัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือก, คู่มือนักศึกษา

         ในเดือนเมษายน 2553 จังหวัดอาจแต่งตั้งคณะทำงานเป็นชุด ๆ เพื่อดำเนินการในแต่ละเรื่อง แล้วใช้ร่วมกันทั้งจังหวัด ( อำเภอนำไปปรับใช้ )

         การจัดกระบวนการเรียนรู้ ไม่ค่อยต่างจากหลักสูตร 2544  แต่หลักสูตรใหม่ใช้วิธีเรียน กศน. โดยจัดการเรียนรู้ได้หลายแบบ คือ แบบพบกลุ่ม  ตนเอง  ทางไกล  ชั้นเรียน และ อื่น ๆ

         แบบพบกลุ่ม   ไม่ต่างจากหลักสูตร 44 แต่เน้นให้เกิดกระบวนการกลุ่มจริง ๆ ( อภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้และหาข้อสรุปร่วมกัน ) ครูมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก ใช้เวลาพบกลุ่มอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง )

         แบบตนเอง   เน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง กำหนดแผนการเรียนรู้ของตนเอง ให้สอดคล้องกับรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนนั้น  มีการจัดทำสัญญาการเรียนรู้ระหว่างครูกับผู้เรียน โดยมาพบกันเป็นระยะ

         แบบทางไกล   เรียนจากสื่อต่าง ๆ ผู้เรียนกับครูสื่อสารกันทางอิเล็คทรอนิคส์เป็นส่วนใหญ่ ( เน้น e-Learning )

         แบบชั้นเรียน   ต้องกำหนดตารางเวลาเรียนแต่ละรายวิชาอย่างชัดเจน เหมาะกับผู้เรียนที่มีเวลาเข้าชั้นเรียนสม่ำเสมอ ( กศน.อำเภอ/เขต สามารถจัดแบบชั้นเรียนได้ ถ้าพร้อม )

         แบบอื่น ๆ   สถานศึกษาสามารถออกแบบการเรียนรู้แบบอื่น ๆ

         แต่ละรายวิชาจะเลือกเรียนแบบเดียวหรือหลายแบบก็ได้
         ไม่ว่าจะเรียนรู้แบบใด นักศึกษากับครูต้องมีการพบกันหรือติดต่อสื่อสารกัน
         ทุกรายวิชาต้องมีการสอบปลายภาคเรียน


         ส่วนกลางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกไว้ให้สถานศึกษาเลือกประมาณ 300 รายวิชาแล้ว   หลักสูตรรายวิชาเลือกที่สถานศึกษาพัฒนาขึ้นนั้น เพื่อไม่ให้สับสนเรื่องรหัสรายวิชา ให้สถานศึกษาจองรหัสรายวิชาที่เว็บไซต์กลุ่มพัฒนาฯ หรือเลือกใช้รายวิชาที่สถานศึกษาอื่นพัฒนาไว้แล้ว ( วันนี้ในเว็บไซต์ยังไม่พร้อมให้จอง )

         รหัสรายวิชา มี 7 หลัก
         - หลักที่ 1-2  เป็นตัวอักษรย่อของสาระ เช่น ทร = ทักษะการเรียนรู้
         - หลักที่ 3  เป็นระดับการศึกษา โดย 1 = ประถม,  2 = ม.ต้น,  3 = ม.ปลาย,  0 = ใช้ได้ทั้ง 3 ระดับ ( เรียนในระดับหนึ่งแล้ว เรียนซ้ำในระดับอื่นไม่ได้ )
         - หลักที่ 4  เป็นวิชาบังคับหรือวิชาเลือก โดย 1 = วิชาบังคับ,  2 = วิชาเลือกที่ส่วนกลางพัฒนา,  3 = วิชาเลือกที่สถานศึกษาพัฒนา

         - หลักที่ 5-7  = ลำดับที่ของรายวิชา


         สถานศึกษายังต้องมี 2 หลักสูตร ควรให้ครูแต่ละคนรับผิดชอบหลักสูตรเดียว เพื่อไม่ให้หนักเกินไป  ถ้ารับผิดชอบ 2 หลักสูตรก็แยกพบกลุ่ม 2 หลักสูตรไม่พร้อมกัน

         ฯลฯ

         สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่กลุ่มพัฒนาฯ โทร. 02-2822853  และเว็บไซต์  www.nfe.go.th/0405/


รายการสายใย กศน. วันที่  15  มีนาคม  2553

 

         เรื่อง “การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ( กพช. ) และการเทียบโอนผลการเรียน”
         วราภรณ์  บุญพรวงศ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - ศุทธินี  งามเขตต์  นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนา กศน.
         - พรทิพย์  เข็มทอง  นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนา กศน.


         กิจกรรม กพช. ของหลักสูตรใหม่ ไม่แตกต่างจากหลักสูตร 44  แต่แนวปฏิบัติ ให้ครูผู้สอนเน้นให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญ  โดย
         - ให้ลงทะเบียน กพช. ในภาคเรียนแรก เพื่อทำความเข้าใจภาคทฤษฎีและวิธีการเขียนโครงการ
         - เสนอโครงการได้ตลอดเวลาที่ผู้เรียนพร้อม

         - ไม่ให้มีการเทียบโอน กพช.

         - ให้ผู้เรียนมีอิสระในการทำกิจกรรมตามความสนใจ เน้นทำเป็นกลุ่ม แต่ทำเดี่ยวก็ได้

         กระบวนการทำ กพช. ของผู้เรียน

         1. ลงทะเบียน กพช.
         2. ศึกษาเรียนรู้พื้นฐานการทำกิจกรรม กพช., การเขียนโครงการ
         3. เสนอโครงการให้สถานศึกษาอนุมัติ ( ผู้เรียนทำโครงการเอง คิดเองทำเอง สถานศึกษาไม่ควรชี้นำ)
         4. ดำเนินการทำ กพช.
         5. สรุปรายงานส่ง

         การให้ความร่วมมือกับสถานศึกษา เช่นการเดินรณรงค์ตามที่สถานศึกษากำหนด ไม่ใช่ กพช. แต่ให้เป็นคะแนนระหว่างภาคของรายวิชาได้  ( กพช. ต้องเป็นกระบวนการ )
         กิจกรรม กพช. ที่ทำเกิน 100 ชั่วโมง จะนำไปรวมในการเรียนระดับต่อไปไม่ได้

         ( เอกสารเรื่อง กพช. ของหลักสูตรใหม่ รวมอยู่ในเล่มคู่มือการดำเนินงาน ไม่ได้แยกเล่มต่างหาก )

 

         หลักสูตร 51 ส่งเสริมให้มีการเทียบโอนผลการเรียน เพื่อให้ผู้เรียนไม่ต้องเรียนซ้ำในสิ่งที่มีความรู้แล้ว และส่งผลให้รายวิชาที่เรียนน้อยลง หรือเวลาเรียนน้อยลง
         หลักสูตรใหม่เทียบเป็นรายวิชาย่อย ทำให้เทียบโอนได้ง่ายขึ้น  ควรจะเทียบโอนในภาคเรียนแรก แต่ภาคเรียนอื่น ๆ ก็ยังเทียบโอนได้

         การเทียบโอนมี 5 ประเภท เหมือนหลักสูตร 44  คือ
         1. เทียบโอนจากการจัดการศึกษาที่เป็นระดับ ( เทียบโอนระหว่างหลักสูตรระดับ ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ) โดยดูความสอดคล้องกันของเนื้อหาสาระ ร้อยละ 60 ขึ้นไป  ผลการเรียนของการเทียบโอนให้เป็น ระดับผลการเรียน ( เกรด )   หน่วยกิตของวิชาที่นำมาเทียบโอนต้องไม่น้อยกว่าหน่วยกิตที่รับเทียบโอน

         2. เทียบโอนจากหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้นที่มีวุฒิบัตร )  ถ้าเป็นหลักสูตรของรัฐให้เทียบโอนได้เลย ถ้าเป็นหลักสูตรเอกชนให้คณะกรรมการพิจารณาความเชื่อถือได้  และเลือกวิชาที่รับเทียบโอนให้สอดคล้องกับเนื้อหาสาระที่เรียนรู้มา

         3. เทียบโอนจากหลักสูตรต่างประเทศ  มี 3 ประเภท
             - การเรียนในโรงเรียนนานาชาติหรือเรียนในต่างประเทศ  ต้องมีหลักฐานผลการเรียน และใบรับรองสถานศึกษาว่าเป็นสถานศึกษาที่ได้รับการรับรองหรือไม่
            - โครงการแลกเปลี่ยนฯ เช่น AFS
            - สอบเทียบความรู้ตามระบบของต่างประเทศ

         4. การเทียบโอนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น ทหารกองประจำการ, อาสาสมัครทหารพราน, อสม., กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน, สหกรณ์, สมาชิกสภาท้องถิ่น ฯลฯ  ( อยู่ในระหว่างดำเนินการจัดทำเกณฑ์การเทียบโอน )

         5. การประเมินความรู้และประสบการณ์   สถานศึกษาทำเครื่องมือประเมิน ไม่ใช่ใช้ข้อสอบอย่างเดียว อาจมีการ สัมภาษณ์, แฟ้มสะสมงาน, ดูของจริง ร่วมกับการทดสอบ

         สถานศึกษาต้องทำระเบียบ(หรือแนวปฏิบัติ หรือคู่มือ)การเทียบโอนฯของสถานศึกษา โดยทำตารางวิเคราะห์ไว้ และตั้งคณะกรรมการเทียบโอนฯของสถานศึกษา   เทียบโอนได้ทั้งวิชาบังคับและวิชาเลือก  ถ้าหลักสูตรสถานศึกษาไม่มีรายวิชานั้นก็เทียบโอนไม่ได้  การเทียบโอนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้รับเงินอุดหนุน จึงเก็บเงินค่าเทียบโอนจากผู้เรียนไม่ได้


         สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มพัฒนา กศน. 02 282-2853    www.nfe.go.th/0405/

         รายการสายใย กศน. ครั้งต่อไป จะเป็นเรื่อง “การเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียน"