Appreciative Inquiry : การขอให้คิดนอกกรอบ ท้าทายตัวเอง และมองปัญหามุมกลับ(ด้านบวก)

สวัสดีครับ... ชาว G2K และผู้อ่านทุกท่าน ^^

วันนี้ผมมาถึงขอนแก่นแต่เช้าครับ... เพื่อที่จะมาประชุม JAM

ซึ่งเป็นงานที่เราส่งแผนธุรกิจเข้าไปประกวดในรายการ SEBP ครับ

ตอนนี้เราเข้ารอบ 15 ทีมสุดท้าย ไว้โอกาสหน้าๆผมจะมาเล่าเรื่อง JAM ให้ฟังครับ

สำหรับเรื่องราวในวันนี้ ผมได้แรงบันดาลใจมาจากบทความของ อ.โย ซึ่งจะลองนำมา

ต่อยอดให้เข้ากับ "จิตวิทยาการขอ" แต่จะเป็นในแง่มุมไหนนั้น ตามผมมาเลยครับ ^^



เมื่อหลายวันก่อนผมได้มีโอกาสอ่านบทความของ ดร.ภิญโญ เรื่อง ...กำจัด "จุดอ่อน" ด้วย "จุดบวก"...

ซึงผมรู้สึก "Click" กับเคสตัวอย่างในบทความนี้เป็นอย่างมากครับ เลยขอนำมาเล่าให้ทุกท่านฟัง

อาจารย์เล่าว่า "โรงงานผลิตแผงวงจรแถวขอนแก่น มีปัญหาเรื่องของเสีย เนื่องจากคนงานเสียบสายไฟผิดสีบ่อย แต่บังเอิญว่า

เจ้าปัญหาของเสียนี้ มันยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของอเมริกัน ที่มีอัตราส่วนของเสียจากอยู่ที่ประมาณ 5,000 ต่อล้านชิ้นครับ

ซึ่งถ้านำมาทำ SWOT มันก็จะไม่ถือเป็น "จุดอ่อน" เพราะมันก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน... แต่ทีนี้ ถ้าเราลองท้าทายตัวเอง

ด้วยการตั้งคำถามว่า "ถ้าปัญหานี้คือจุดอ่อนละ เราจะแก้ยังไง???" ทีนี้ก็เริ่มสืบหาครับ ด้วยการถามว่ามีลายผลิตทั้งหมดเท่าไหร่

คำตอบคือ 3... ถามต่อครับ แล้วสายการผลิตไหนที่"เสียน้อยที่สุด" คำตอบก็คือลายที่ 2 ครับ เอาแล้วไงครับเริ่มเจออะไรบ้างอย่างแล้ว



มาสืบกันต่อครับ ทีนี้ลองเช็คดูรายงานของลายที่ 2 ครับ ปรากฎว่ามีคนงานคนหนึ่ง ที่ไม่ทำของเสียเลยมากว่า 2 ปี ซึ่งปกติไม่เสียติดต่อกัน

2 เดือนก็เทพแล้วครับ แต่นี้ทำได้ถึง 2 ปี ทีนี้ก็ลองสังเกตดูครับ ปรากฎว่าเขามีวิธีการจับสายลงบอร์ดในแบบของตัวเอง คือพลิกมือ

ไปคนละทิศกับวิธีที่โรงงานกำหนดมา ซึ่งมัน Work ครับ เป็นวิธีที่วิศวกรก็คิดไม่ถึง ทีนี้เราก็นำมาขยายผลครับ ด้วยการเอาคนงาน

ทั้งโรงงานมาดูแล้วทำตาม ถ่ายวิดีโอ ให้ดูตอนเที่ยง ปรับเอกสารปฏิบัติงานครับ ในที่สุดจากจุดนี้ เราสามารถลดของเสียลงได้กว่า 50%

(ดูเอกสารได้ที่ www.aithailand.org)" ...ขอขอบคุณอาจารย์ภิญโญสำหรับเคสดีๆนี้ด้วยครับ... _/|\_



ตัดมาที่จุดนี้ครับ... มาดูกันครับว่า เคสนี้ถ้ามองในมุมมองของ "จิตวิทยาการขอ" จะเป็นยังไง... ตามผมมาครับ ^^

จะเห็นได้ว่า... เคสนี้ถ้าทำตามกฎตามเกณฑ์เราจะ"ไม่มีทางได้เจอเคล็ดลับที่สุดยอดนี้" เพราะว่ามันไม่ใช่ปัญหา ก็ไม่ได้เป็นจุดอ่อน

อะไรสักหน่อย ทำไมต้องมาใส่ใจ... แต่ถ้าเราลอง "คิดนอกกรอบ" ดูครับ ลองมองว่ามาตรฐานของเสียมันอยู่ที่ 5,000/ล้านแล้ว

ถ้าเราทำให้เหลือ 2,500/ล้านได้ละ มันจะเกิดอะไรขึ้น (ท้าทายตัวเอง) คำตอบก็คือผลกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลยังไงละครับ

ทีนี้อีกประเด็นหนึ่งที่อยากให้มองก็คือ "กระบวนการแก้ปัญหาครับ" ในเคสนี้จะเห็นได้ว่า เราสืบค้นด้วยประโยคที่ว่า "แล้วสายการผลิตไหนที่

"เสียน้อยที่สุด""มองที่จุดนี้ดีๆครับ นี้คือเทคนิคที่อยากให้คิดใหม่ทำใหม่ ลองมองอะไรใน"มุมกลับ"(ด้านบวก) ดูบ้าง เพราะถ้าเป็นเคสทั่วไป

การสืบปัญหามักจะถามว่า "แล้วสายการผลิตไหนที่เสีย"มาก"ที่สุด" ซึ่งถ้าเราสืบค้นแบบทั่วไปอย่างนี้ เราจะหลงทางครับ แถมจะไม่เจอ

คำตอบที่ Work เพื่อนำมาขยายผล อย่างวิธีการจับสายลงบอร์ดของพนักงานคนนั้นอย่างแน่นอน... จริงไหมครับ ^^



เป็นอย่างไรกับบ้างครับ... กับ "การขอให้คิดนอกกรอบ ท้าทายตัวเอง และมองปัญหามุมกลับ(ด้านบวก)" อย่างในเคสนี้

นี่คือการสืบค้นปัญหาแบบ AI ครับ คือเราจะทำการมองหาสิ่งที่ Work เพื่อมาขยายผลต่อ จนทำให้สิ่งที่ไม่ Work นั้น

น้อยลง/หมดสิ้นไป
ในที่สุด
ลองนำไปปรับใช้กับองค์กรของท่านดูครับ... "การขอให้คิดนอกกรอบ ท้าทายตัวเอง และมองปัญหามุมกลับ"

ด้วยกระบวนการนี้ อาจจะทำให้ท่านพบสุดยอดเคล็ดวิชา ที่ถูกซ่อนอยู่ในสำนักของท่านอย่างไม่รู้ตัวอยู่ก็ได้... ใครจะไปรู้ ^^



แล้วคุณละคิดยังไง ^^

 

ท่านที่สนใจจะอ่านเคส"จิตวิทยาการขอ"ที่เกี่ยวกับ ธุรกิจเพิ่มเติ่ม

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ >>> AI-Positive Psychology For Business ( จิตวิทยาการขอสำหรับธุรกิจ ) <<<