จดหมายถึงครู ι ดูใจวันบริจาคเลือด


                      ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๓

 

สวัสดีค่ะครู

หนูไม่ได้เขียนจดหมายหาครูหลายวันเลยค่ะ สามสี่วันมานี่ มีอะไรหลาย ๆ เกิดขึ้นในชีวิตมากมาย หนูดิ้นรนหนีความจริงจนร่างกายออกอาการป่วย หนูได้รู้จักตนเองเพิ่มขึ้นอีกอย่างคือ เป็นเด็กที่ไม่ค่อยเชื่อฟังผู้ใหญ่ อืม จะว่าไปคือ ไม่ชอบถูกสั่ง อะไรก็ตามที่รู้สึกว่าถูกสั่งหรือบังคับ ใจนี้จะออกแรงต้าน บอกซ้ายก็ไปขวา ถ้ายอมทำตามก็ทำแบบขอไปที แบบเต็มไปด้วยข้อสงสัยและโกรธเคือง แบบนี้นี่เองที่ใจหนูถึงกลัวและเป็นกังวลทุกครั้ง หนูจะพยายามรู้ให้ทันใจตนเองที่ดื้อดึงและชอบต่อต้านค่ะ เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม หนูมีโอกาสได้ไปบริจาคเลือดที่กรมการแพทย์ ซึ่งสภากาชาดไทยมาขอรับบริจาค อืมจะว่าไปตั้งแต่หนูมาอยู่เมืองนนท์ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ ๒ ค่ะครู แม้จะเป็นครั้งที่สอง แต่ด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจว่าหนูนอนเพียงพอหรือไม่ ใจหนูหวั่นไหว กลัวตนเองจะไปเป็นลม มันน่าตลกตรงที่ว่าหนูเห็นใจตนเองที่มัน “ภาวนาให้เลือดไม่ผ่าน” ฮ่า ๆ ตรงที่น่าขำเพราะว่าเสียงข้างในมันดังมาก ๆค่ะ จนไม่ได้ยินเสียงคุณพยาบาลที่บอกว่า “ทานยาให้ครบหน่อยนะคะ” หนูเดินออกจากห้องด้วยความเข้าใจว่าตรวจเลือดไม่ผ่าน แต่ติดที่รู้สึกสงสัยว่าทำไมคุณพยาบาลไม่เก็บใบบริจาคเลือด จึงเดินเข้ามาถามแล้วก้มลงอ่าน “อ้าว จริง ๆ แล้วตรวจเลือดผ่าน แต่ผ่านแบบมีข้อแม้ให้ระวังหน้ามืดก็เท่านั้นค่ะครู” กลายเป็นว่าเสียงข้างในหนูดังมากขนาดที่ทำให้ความเข้าใจตนเองบิดเบือน

ช่วงเวลารอบริจาคเลือดเป็นอะไรที่รู้สึกดีมาก ๆ ค่ะครู ทุกคนมีแววตามุ่งมั่นเป็นที่ ๆ ใครหลาย ๆ คนมาเพื่อเสียสละ ที่ทำให้หนูแปลกใจอีกครั้งคือ มองเห็นพี่จากที่ทำงานเดียวกันหลายคนทีเดียวค่ะ เราเจอกันแบบไม่ได้นัดหมาย ทำให้หนูนึกถึงคำพูดที่ว่า “ไม่มีเรื่องบังเอิญ เราคงเคยเจอคนเหล่านี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง” และครั้งนี้ก็ทำให้เรามาเจอกันอีก แต่หนูค่อนข้างมั่นใจว่า เป็นกรรมดีที่เราทำร่วมกันมาเพราะสิ่งที่ทำอยู่นี้เป็นการเสียสละ ไม่นานนักเตียงแขนข้างขวาว่างลง แต่ไม่มีใครขยับ หนูจึงถามตนเองว่าแขนขวาได้ไหม แม้จะถนัดขวาแต่ว่าก็ไม่ได้ทำงานหนัก หนูจึงตัดสินใจไปนอนเตียงขวา

ระหว่างบีบมือเพื่อให้เลือดไหลหนูพยายามประคองสติ เห็นใจตนเองที่กลัวหน้ามืด รู้สึกโหว่ง ๆ เหมือนกันค่ะครู แต่ก็ไม่ได้มากมาย ตอนนั้นหนูแยกไม่ออกว่าเป็นความรู้สึกที่กาย หรือใจหนูหลอกตนเองกันแน่ พอเสร็จแล้วพี่ ๆ พยาบาลคงรู้สึกได้ถึงความกังวลใจของหนู จึงหันมาบอกว่าให้นอนลงก่อน โชคดีที่ตอนนั้นคนไม่เยอะแล้ว พอเริ่มมั่นใจขึ้น หนูจึงค่อย ๆ ลุกแล้วก็ไปนั่งทานน้ำหวาน ก็นั่งอยู่นานเหมือนกันค่ะ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่วูบแล้วก็นั่งมอร์ไซด์กลับที่ทำงาน พอมาถึงพยายามทำอะไรที่มันไม่ค่อยหนักนัก พอเลิกงานวันนั้นก็กลับบ้าน

หนูได้ข้อสรุปให้ตนเองว่า จริง ๆแล้ว ร่างกายหนูหน่ะยังไว แต่ใจมันเสาะ ขอบคุณ โอกาสที่ได้ไปบริจาคเลือดมาก ๆค่ะ ทำให้หนูเห็นใจตนเองที่มันขี้อ้อน ขี้กลัวชัดมาก ๆ แล้วก็สำนึกในตนเองว่า ร่างกายพร้อมสำหรับทุกสิ่งอย่าง แต่สิ่งที่ยังกลับกลอกก็คือ ใจหนูเองค่ะครู งานนี้เห็นใจตนเองชัดเลยค่ะ

ช่วงหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ หนูพยายามเคลียร์ตนเอง เคลียร์งาน เพื่อที่จะกลับขอนแก่นแล้ว ไม่ว่าการกลับจะเป็นแบบไหน แต่ลงใจแล้วว่า “สมควรแก่เวลา” ตอนที่ครูโทรมาเมื่อกลางวันหนูดีใจมากค่ะครู แม่รับตอนแรก ๆ ใจหนูยังเต้นตุ๊บ ๆ แต่พอได้คุยก็รู้สึกดี หนูรู้ว่าครูต้องการโทรมาให้กำลังใจ หนูกราบขอบพระคุณค่ะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในใจหนูทุกวันนี้เพราะได้ครูนำทาง

เมื่อเช้านี้หนูตื่นขึ้นมาทำวัตรเช้าสวดมนต์ แล้วก็ยังไปวิ่งค่ะครู หนูพยายามมีสติกับสิ่งที่ทำ ข้อบกพร่องในตนเองก็ยังเห็นอยู่ ยอมรับได้บ้างไม่ได้บ้างค่ะ แต่ก็หงุดหงิดน้อยลง ไม่ได้เป็นแน่น ๆ หนัก ๆ จุกอกเหมือนเมื่อก่อน แต่พอรู้สึกขุ่นมัวไม่ได้ดั่งใจก็ยังเป็นหนัก ๆ อยู่ การเขียนรายงานเป็นอะไรที่หนูไม่ชอบนัก แต่มันเป็นหน้าที่ ๆ ต้องทำ ยังก็เพียงเสร็จเท่าที่เสร็จค่ะครู พอเย็น ๆ หนูก็ไปวิ่งออกกำลังกายอีกรอบ เห็นต้นชมพูพันธ์ทิพออกดอกอีกรอบ แล้วร่วงกระจายตามรายทาง ก็รู้สึกเบิกบานในใจ กับสิ่งที่ปรากฏ ณ ตรงหน้า ไม่รู้ซิค่ะครู บางทีแค่ได้ยินเสียงนกร้องแว่วมาทางหน้าต่างก็ทำให้ใจหนูเบิกบานได้ ขอบพระคุณนะคะครู

 

 

 

ศีล

ข้อ ๑ หนูพยายามให้โอกาสตนเองเสียสละบ้าง เบียดเบียนคนอื่นให้น้อยที่สุด หนูรู้สึกว่าหนูรักตนเองเป็น อืมหนูจะอธิบายความรู้สึกนี้กับครูยังไงดีนะ มันเป็นอาการที่รู้สึกดีที่มีตนเอง เมื่อก่อนหนูได้ยินเพลงรัก ต่าง ๆจะ เหงาจะจินตนาการว่า อยากมีใครสักคน แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าใครสักคนที่หนูหาอยู่ก็คือ ตนเองค่ะ

ข้อ ๒ หนูไม่ได้ขโมยของใคร อาจจะไม่ค่อยได้อะไรกับคนอื่นนักข้อนี้ค่อนข้างโอเคค่ะ

ข้อ ๓ หนูไม่ยุ่งกับคนมีเจ้าของ ทำไมถึงรู้สึกเชื่อมั่นขนาดนี้ก็ไม่รู้ค่ะครู แต่ก็เห็นแว๊บ ๆว่าใจยังกวัดแกว่งหาใครสักคนอยู่ค่ะ ทำไมหนูถึงรู้สึกว่าข้างในใจหนู เจ้าชู้มาก ๆ เลยค่ะ เหมือนพร้อมที่จะรักใครก็ได้ แต่ก็ยังมีการสร้างกำแพงบางอย่างมากั้น ๆ ไว้ อยู่ ทั้ง ๆ ที่ข้างในค่อนข้างดีดดิ้นค่ะ

ข้อ ๔ หนูละอายจังเลยค่ะครู ไม่มีวันไหนที่ทำกิจวัตรได้สมบูรณ์ รายงานที่ตั้งใจจะทำให้เสร็จก็ไม่เสร็จ ข้อนี้ยากเหมือนกันค่ะ สำหรับการรักษาให้บริบูรณ์อย่างลึกซึ้งค่ะครู

ข้อ ๕ เหล้าหนูไม่ดื่มแน่ ๆ แต่ก็เผลออยู่ค่ะ ตอนเผลอไปนี่ เหมือนคนป่วยแต่ไม่รู้ว่าตนเองป่วย แล้วก็หนีออกจากโรงพยาบาลไม่เข้ารับการรักษายังไงอย่างงั้นเลยค่ะ กว่าจะกลับเข้ามาโรงพยาบาลได้ ก็แทบจะสะบักสะบอม แต่หนูก็จะพยาบยามต่อไปค่ะ

 

รักครูค่ะ

 

หมายเลขบันทึก: 344376เขียนเมื่อ 14 มีนาคม 2010 23:15 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 22:35 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ พระจาตุรงค์ ชูศรี

หนูกำลังพยายามค้นหาสิ่ง ๆ นี้ อย่างตั้งใจ เป็นความปรารถนาที่จะรู้จักและเข้าใจ

                                สาธุเจ้าค่ะ (^_^)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี