Facilitator ที่ดี ต้องมีทั้งกระบวนการและความรู้

    ช่วงที่ฝึก Facilitator ด้วย Action learning ผมมอบประเด็นเรื่อง Maslow ให้เวทีไปจัดการความรู้ครับ  มีสี่เวที

 

    ผมเดินไปดูเวทีแรก  น้องผู้หญิงที่เป็น Facilitator ไปไม่ถูกครับ  ไม่รู้จะเริ่มแบบไหน ไปอย่างไร  สาเหตุสำคัญที่ไปไม่ถูก คือ น้องคนนี้ไม่มีความรู้เรื่อง Maslow อยู่เลยครับ  เอาเอกสารมาอ่านกันสดๆ ก็ยังไปไม่ถูก   (ก่อนเข้าประชุม ผมบอกให้ผู้เข้าประชุมทุกท่านศึกษาเรื่องMaslowมาก่อน)  แต่สมาชิกในวงก็ร่วมด้วยช่วยกัน ประคับประคองกันไปครับ

 

     วงที่สอง น้องผู้ชาย ความรู้เรื่อง Maslow ก็ยังไม่แม่นจริงครับ   แต่ก็ทำหน้าที่ Facilitator อย่างเต็มที่ ดูภายนอกก็ดูแคล่วคล่องว่องไวดีครับ  แต่เนื้อหาออกมาผิดทิศผิดทางไปหมด

 

      กลุ่มที่สามและกลุ่มที่สี่  Facilitator  มีความรู้เรื่อง Maslow ดีครับ สามารถทำหน้าที่ Facilitator ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  คือ  ได้ทั้งกระบวนการ และ องค์ความรู้

 

      ผมว่าคุณสมบัติที่สำคัญอันดับแรกของ Facilitator  คือ "องค์ความรู้"  ครับ ส่วน "กระบวนการ"  สำคัญเป็นอันดับสอง

 

     นั่นคือ Facilitator จะจัดการความรู้ในเรื่องใด  จะต้องมีความรู้เรื่องนั้นเป็นอย่างดีครับ

 

     อย่างตัวผม ผมก็จะรู้ดีเรื่องการศึกษา  จะให้เป็น Fa เรื่องการเกษตร หรือ การท่องเที่ยว  ผมว่าผมไปไม่รอดครับ  หรือ ถ้าจะไปให้รอดจริงๆ ก็ต้องศึกษาข้อมูลความรู้มาเสียก่อน

 

     เหมือนกับครั้งหนึ่งที่เป็นเรื่องจริง (ผมเคยยกตัวอย่างมาแล้ว)  เอาครูผู้สอนมาเป็น Fa ให้ผู้บริหารเรื่องการบริหารงบประมาณ  ปรากฏว่าล้มเหลวไม่เป็นท่าครับ เพราะครูผู้สอนที่มาเป็น Fa ไม่มีความรู้เรื่องงบประมาณเลย

 

      เรื่องนี้ ก็โยงมาถึงเรื่องการเรียนการสอน  ที่ว่าการปฏิรูปการเรียนการสอน ต้องเน้น "กระบวนการ" ไม่เน้น "เนื้อหา"  ช่วงนั้น ครูหลายท่านหลงทางไปกันมากครับ  ปล่อยเด็กให้มีกระบวนการกันตามสบายครับ  ไม่สนใจเนื้อหา  ผลออกมา  คะแนนตกต่ำกว่าที่เน้นเนื้อหามาก  แทนที่จะรับผิด กลับบอกว่าต้องดูผลระยะยาว

 

     กระบวนการก็สำคัญ แต่ความรู้สำคัญกว่าครับ

 

     เมื่อความรู้ดี  กระบวนการก็จะมีมาเอง

 

    แต่ถ้าความรู้ไม่ดี  ก็มีแต่กระบวนการที่ไร้ค่าครับ