1
โรงเรียนมาตรฐานสากล
(World - Class Standard School)
1. ลักษณะการเป็นมาตรฐานสากล ประกอบด้วย
1) การจัดการเรียนการสอน
2) บริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ
2. คุณลักษณะโรงเรียนมาตรฐานสากลมี ดังนี้
1) ผู้เรียนมีศักยภาพเป็นพลโลก (World Citizen) [ เป็นเลิศวิชาการ,สื่อสารสองภาษา, ล้าหน้าทางความคิด , ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์]
2) การจัดการเรียนการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล (World – Class Standard)
3) บริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ (Quality System Management)
3. วัตถุประสงค์โรงเรียนมาตรฐานสากล
1) พัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก (World Citizen)
2) ยกระดับการจัดการเรียนการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล (World Class Standard)
|
3) ยกระดับการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ (Quality System Management) 2 เป้าหมาย การพัฒนาและยกระดับโรงเรียนมาตรฐานสากล ปีการศึกษา 2553 -2555 |
|
|
ปี |
จานวนโรงเรียน |
|
2553 |
200 ผ่านการประเมิน |
|
2554 |
200 ผ่านการประเมิน |
|
2555 |
100 ผ่านการประเมิน |
โดยดาเนินการพัฒนา 5 ด้าน ดังนี้
1. ปีการศึกษา 2553 พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา จานวน 500 โรงเรียน ดังนี้
พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เทียบเคียงกับหลักสูตรมาตรฐานสากลโดยนาจุดเด่นจากหลักสูตรต่างๆ เช่น
(1) หลักสูตร English Program (EP)
Mini English Program (MEP)
International English Program (IEP) หรือ
International Baccalaureate (IB)
(2) หลักสูตร ความเป็นเลิศเฉพาะทาง (วิทย์ - คณิต ภาษา อาชีพ ดนตรี กีฬา)
โดยทุกหลักสูตร ปรับเนื้อหาวิชาพื้นฐานต่าง ๆ ให้มีความเข้มข้นเทียบเคียงกับมาตรฐานสากล
และจัดให้มีกิจกรรมการเรียนการสอน/กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน / รายวิชาเพิ่มเติม 3 วิชา ได้แก่ ทฤษฎีองค์ความรู้ (Theory of Knowledge) การเขียนความเรียงขั้นสูง (Extended Essay) และการสร้างโครงงาน (Create Project Work)
2. พัฒนาการเรียนสาระการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ โดยใช้ภาษาอังกฤษ
จานวน 500 โรงเรียน
2.1 ปี 2553 พัฒนาการเรียนสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ - วิทยาศาสตร์ โดยใช้ภาษาอังกฤษ
จานวน 250 โรงเรียน
2.2 ปี 2554 พัฒนาการเรียนสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ - วิทยาศาสตร์ โดยใช้ภาษาอังกฤษ
จานวน 250 โรงเรียน
3. พัฒนาครูผู้สอน
3.1 พัฒนาครูผู้สอนในสาระการเรียนเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่ 2 (ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาญี่ปุ่น
และอื่น ๆ) จานวน 350 โรงเรียน จานวน 1,400 คน (ร่วมกับศูนย์ภาษาต่างประเทศที่ 2 )
3.2 พัฒนาครูผู้สอน สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์เพื่อใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรียน การสอน จานวน 500 โรงเรียน จานวน 3,667 คน (ร่วมกับสานักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน) ดังนี้
ระดับประถมศึกษา (119 โรงเรียน)
- ครูผู้สอนสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ - วิทยาศาสตร์ จานวน 119 โรงเรียน ๆ โรงเรียนละ 2 คน
รวม 238 คน
ระดับมัธยมศึกษา (381 โรงเรียน)
- ครูผู้สอนสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 381 โรงเรียน โรงเรียนละ 3 คน จานวน 1,143 คน
- ครูผู้สอนสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ 381 โรงเรียน โรงเรียนละ 6 คน จานวน 2,286 คน
4. พัฒนาผู้บริหารโรงเรียน
4.1 พัฒนาผู้บริหารโรงเรียนมาตรฐานสากล จานวน 500 โรงเรียน โรงเรียนละ 5 คน
รวมจานวน 2,500 คน ร่วมกับสานักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีหลักสูตร
การพัฒนา ดังนี้
- พัฒนาศักยภาพการใช้ IT และการใช้ภาษาอังกฤษจาแนกตามกลุ่มศักยภาพผผู้บริหารในแต่ละ
ด้าน โดย โปรแกรม WCSSP - การพัฒนาโรงเรียนสู่มาตรฐานสากล - การพัฒนาระบบการบริหารจัดการคุณภาพ
5. พัฒนาระบบการบริหารโรงเรียน
5.1 พัฒนาบุคลากรหลักของเรียนมาตรฐานสากลเกี่ยวกับการจัดทาแผนกลยุทธ์ โรงเรียนมาตรฐานสากล จานวน 500 โรงเรียน โรงเรียนละ 8 คน รวมจานวน 4,000 คน (ร่วมกับ ศกม.และศนม.)
คุณลักษณะผู้เรียน
ผู้เรียนมีศักยภาพเป็นพลโลก
(World Citizen)
ด้านคุณลักษณะของผู้เรียน
1. เป็นเลิศวิชาการ
2. สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา
3. ล้าหน้าทางความคิด
4. ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์
ด้านที่ 1 คุณภาพผู้เรียน มีลักษณะ ดังนี้
1. เป็นเลิศวิชาการ
1.1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การเรียนผ่านการประเมินระดับชาติอยู่ในระดับดี
เป็นที่ยอมรับจากสถาบันนานาชาติ
1.2 นักเรียนมีความสามารถ ความถนัดเฉพาะทางเป็นที่ประจักษ์ สามารถแข่งขันในระดับชาติ
และนานาชาติ
1.3 นักเรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นจนถึงระดับอุดมศึกษา ทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศได้ในอัตราสูง
1.4 นักเรียนมีผลการเรียนที่สามารถถ่ายโอนกับสถานศึกษาระดับต่างๆ ในนานาชาติได้
2. สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา
2.1 นักเรียนใช้ภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ในการสื่อสารได้ดี
2.2 นักเรียนสามารถสอบผ่านการวัดระดับความสามารถทางภาษาจากสถาบันภาษานานาชาติ 5
3. ล้าหน้าทางความคิด
3.1 นักเรียนสร้างกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดทาโครงงานที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะ
ประโยชน์ร่วมกับนักเรียนนานาชาติ
3.2 นักเรียนสามารถเขียนเรียงความขั้นสูง
4. ผลิตอย่างสร้างสรรค์
4.1 นักเรียนสามารถเลือกเรียนและฝึกวิชาชีพตามความถนัดและความสนใจ
4.2 นักเรียนมีผลงานการประดิษฐ์ สร้างสรรค์ และออกแบบผลงานเข้าแข่งขัน
ในเวทีระดับชาติ และนานาชาติ
4.3 นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ ออกแบบ สร้างสรรค์งาน สื่อสาร นาเสนอ เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนผลงานได้ในระดับนานาชาติ
ตัวชี้วัด คุณลักษณะผู้เรียน
ระดับประถมศึกษา
1. เป็นเลิศวิชาการ
ร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์การเรียนผ่านการประเมินระดับชาติ อยู่ในระดับดีขึ้นไป
ร้อยละของนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาสูงขึ้น
ร้อยละของนักเรียนที่สมัครสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาจากสถาบันสอบวัดผลทาง
ภาษา สอบได้คะแนน ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 %
2. สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา
ร้อยละของนักเรียนที่สามารถสื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ 6
3. ล้าหน้าทางความคิด
ร้อยละของนักเรียนที่สามารถเสนอความเห็นจากสถานการณ์ภายในโรงเรียนและท้องถิ่นได้
ร้อยละของนักเรียนที่เขียนเรียงความขั้นสูงได้
4. ผลิตอย่างสร้างสรรค์
ร้อยละของนักเรียนที่สามารถเลือกเรียนวิชาชีพในท้องถิ่นของตนเองได้ 1 อาชีพ
ร้อยละของนักเรียนสามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์เสนอต่อชุมชนได้
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
1. เป็นเลิศวิชาการ
ร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านการประเมินระดับชาติอยู่ในระดับดี
เป็นที่ยอมรับจากสถาบันนานาชาติ
ร้อยละของนักเรียนที่มีความสามารถ ความถนัดเฉพาะทาง เป็นที่ประจักษ์ สามารถแข่งขัน ในระดับชาติ และนานาชาติ
ร้อยละของนักเรียนที่สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งในและต่างประเทศ
อัตราการเพิ่มของรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขันทางวิชาการ/วิชาชีพระดับนานาชาติ
2. สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา
ร้อยละของนักเรียนที่สามารถใช้ภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ ในการสื่อสารได้ดี
ร้อยละของนักเรียนที่สามารถสอบผ่านการวัดระดับความสามารถทางภาษาจากสถาบัน ภาษานานาชาติ 7
3. ล้าหน้าทางความคิด
ร้อยละของนักเรียนที่สร้างกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดทาโครงงานที่เสนอแนวคิดเพื่อ
สาธารณะประโยชน์กับนักเรียนต่างวัฒนธรรม
ร้อยละของนักเรียนที่เขียนเรียงความขั้นสูงได้
4. ผลิตอย่างสร้างสรรค์
ร้อยละของนักเรียนที่มีผลงานการประดิษฐ์ สร้างสรรค์ และออกแบบผลงานทางวิชาการ/อาชีพ
เข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับชาติและนานาชาติ
ร้อยละของนักเรียนที่จบการศึกษาทางด้านอาชีพ
ร้อยละของนักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ ออกแบบ สร้างสรรค์งานทั้งด้านวิชาการ
และอาชีพ โดยสามารถสื่อสาร นาเสนอ เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนผลงานได้ในระดับนานาชาติ
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
1. เป็นเลิศวิชาการ
ร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านการประเมินระดับชาติอยู่ในระดับดี
เป็นที่ยอมรับจากสถาบันนานาชาติ
ร้อยละของนักเรียนที่มีความสามารถ ความถนัดเฉพาะทาง เป็นที่ประจักษ์ สามารถแข่งขัน ใน
ระดับชาติและนานาชาติ
ร้อยละของนักเรียนที่สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศได้ ในอัตราสูง
อัตราการเพิ่มของรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขันทางวิชาการระดับนานาชาติ
ร้อยละของนักเรียนมีผลการเรียนที่สามารถถ่ายโอนกับสถานศึกษาระดับต่าง ๆ ในนานาชาติ
2. สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา
ร้อยละของนักเรียนที่ใช้ภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศที่ 2 อื่น ๆ
ในการสื่อสารได้ดี
ร้อยละของนักเรียนที่สามารถสอบผ่านการวัดระดับความสามารถทางภาษาจากสถาบัน
ภาษา นานาชาติ
3. ล้าหน้าทางความคิด
ร้อยละของนักเรียนที่สร้างกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดทาโครงงานความคิดเพื่อ
สาธารณะประโยชน์กับนักเรียนนานาชาติ
ร้อยละของนักเรียนที่เขียนเรียงความขั้นสูงได้
4. ผลิตอย่างสร้างสรรค์
ร้อยละของนักเรียนที่มีผลงานการประดิษฐ์ สร้างสรรค์ และออกแบบผลงานเข้าแข่งขัน
ในเวทีระดับชาติและนานาชาติ
ร้อยละของนักเรียนที่จบการศึกษาทางด้านอาชีพ (ปวช. ในโรงเรียนมัธยมศึกษา)
ร้อยละของนักเรียนที่สามารถใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ ออกแบบ สร้างสรรค์งานทั้งด้าน
วิชาการและอาชีพ โดยสามารถสื่อสาร นาเสนอ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนผลงานในระดับ
นานาชาติได้ 9
การจัดการเรียนการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล
(World – Class Standard)
1. ด้านคุณภาพวิชาการ
2. ด้านคุณภาพของครู
3. ด้านการวิจัยและพัฒนา
1. ด้านคุณภาพวิชาการ
โรงเรียนจัดหลักสูตรทางเลือกที่เทียบเคียงกับหลักสูตรมาตรฐานสากล ได้แก่ หลักสูตร English
Program (EP) Mini English Program (MEP) International English Program (IEP)
International Baccalaureate (IB) หรือหลักสูตรความเป็นเลิศเฉพาะทาง
โรงเรียนจัดหลักสูตรที่ส่งเสริมความเป็นเลิศตอบสนองต่อความถนัดและศักยภาพตามความ
ต้องการของผู้เรียน
โรงเรียนจัดหลักสูตรด้านอาชีพ (ปวช.ในโรงเรียนมัธยมศึกษา)
โรงเรียนจัดการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ด้วยภาษาอังกฤษ
ปรับลดเนื้อหาเพิ่มความเข้มข้นของ 1) เนื้อหาหรือกิจกรรมสู่มาตรฐานสากล [(ทฤษฎีองค์ความรู้ (Theory of Knowledge) การเขียนความเรียงขั้นสูง (Extended Essay) การ สร้างโครงงาน (Create Project Work)] 2) เนื้อหากิจกรรมสู่สาระการเรียนรู้ที่จะส่งเสริมสู่ความเป็นเลิศ
ลดเวลาสอน เพิ่มเวลาเรียนรู้ด้วยตนเองให้แก่นักเรียน
โรงเรียนใช้หนังสือ ตาราเรียน สื่อที่มีคุณภาพสู่มาตรฐานสากล
โรงเรียนจัดการเรียนการสอน โดยพัฒนาใช้ระบบห้องเรียนคุณภาพ (Quality Classroom
System)
โรงเรียนใช้ระบบการวัดและประเมินผลแบบมาตรฐานสากล โดยประเมินจากการสอบข้อเขียน
สอบปากเปล่า สอบสัมภาษณ์ และสามารถเทียบโอนผลการเรียนกับสถานศึกษาระดับต่าง ๆ
ทั้งในและต่างประเทศ 10
ตัวชี้วัด คุณภาพวิชาการ
ร้อยละของโรงเรียนที่จัดหลักสูตรทางเลือกที่เทียบเคียงกับหลักสูตรมาตรฐานสากล
ร้อยละของโรงเรียนที่จัดหลักสูตรด้านอาชีพ (ปวช. ในโรงเรียนมัธยมศึกษา)
ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของโรงเรียนที่จัดหลักสูตรเทียบเคียงกับหลักสูตรมาตรฐานสากล
ร้อยละของโรงเรียนที่จัดให้มีรายวิชา ทฤษฎีองค์ความรู้ การเขียนความเรียงขั้นสูง
และการสร้างโครงงาน
2. ด้านคุณภาพครู
ครูผู้สอนมีความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิชาการผ่านการประเมินในระดับชาติ
ครูผู้สอนมีความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านอาชีพ ผ่านการประเมินในระดับชาติ
ครูสามารถใช้ภาษาต่างประเทศในการสื่อสาร
ครูใช้หนังสือ ตาราเรียนและสื่อที่เป็นภาษาต่างประเทศในการจัดการเรียนการสอน
ครูใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ICT) ในการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล
และการเผยแพร่ผลงาน ทั้งระบบออนไลน์ (online) และออฟไลน์ (offline)
ครูสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ในการจัดการเรียนการสอนกับนานาชาติ
ครูใช้การวิจัย สื่อ นวัตกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ตัวชี้วัด คุณภาพครู
ร้อยละของครูด้านวิชาการที่ผ่านการประเมินความเชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับชาติ
ร้อยละของครูผู้สอนด้านอาชีพที่ผ่านการประเมินความเชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับชาติ
ร้อยละของครูที่มีผลงานวิจัยโครงงาน หนังสือ บทความ หรือเป็นวิทยากร
อัตราการเพิ่มของครูที่สามารถใช้ภาษาต่างประเทศในการสื่อสาร
ร้อยละของครูที่สามารถใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน
ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของครูที่เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนานาชาติ 11
3. ด้านการวิจัยและพัฒนา
โรงเรียนดาเนินการจัดทาวิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และ
ใช้ผลการวิจัย เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล
ตัวชี้วัด วิจัยและพัฒนา
ร้อยละของโรงเรียนที่มีผลการวิจัย เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษา
อย่างน้อย ปีการศึกษาละ 1 เรื่อง 12
บริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ (Quality System Management)
1. ด้านคุณภาพผู้บริหารโรงเรียน
2. ด้านระบบการบริหารจัดการ
3. ด้านปัจจัยพื้นฐาน
4. ด้านเครือข่ายร่วมพัฒนา
1. ด้านคุณภาพของผู้บริหารโรงเรียน
ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และสามารถนาโรงเรียนสู่การเป็นมาตรฐานสากล
ผู้บริหารบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ
ผู้บริหารมีความเป็นผู้นาทางวิชาการ (Academic Leadership) ที่มีผลงานปรากฏเป็น
ที่ยอมรับ
ผู้บริหารมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารและการบริหารจัดการ
ผู้บริหารสามารถใช้ภาษาต่างประเทศในการสื่อสาร
ผู้บริหารมีประสบการณ์อบรม ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดการศึกษานานาชาติ
ตัวชี้วัด คุณภาพผู้บริหารโรงเรียน
ร้อยละของโรงเรียนที่จัดการศึกษาได้เทียบเคียงมาตรฐานสากล
ร้อยละของผู้บริหารที่ผ่านเกณฑ์การประเมินที่เกี่ยวข้อง TQA
ร้อยละของผู้บริหารที่สามารถใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ
ร้อยละของผู้บริหารสามารถใช้ภาษาต่างประเทศในการสื่อสาร 13
2. ด้านระบบบริหารจัดการ
โรงเรียนบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพที่ได้รับการรับรองจากองค์กรมาตรฐานสากล
ระดับโลก
โรงเรียนมีระบบการจัดการความรู้ (KM) และการสร้างนวัตกรรมเผยแพร่ ทั้งในประเทศ
และต่างประเทศ
โรงเรียนนาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) มาใช้ในการบริหารจัดการครอบคลุม
ภารกิจทุกด้านของโรงเรียน
โรงเรียนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การบริหารจัดทั้งในประเทศ / ต่างประเทศ
โรงเรียนมีการบริหารด้านบุคลากรอย่างมีอิสระ และคล่องตัว โดย สามารถกาหนดอัตรากาลัง
สรรหา บรรจุ จัดจ้าง ส่งเสริม และพัฒนา
โรงเรียนสามารถแสวงหา ระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศในการจัด
การศึกษา โดยสามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัวตามสภาพความต้องการและจาเป็น
ตัวชี้วัด ด้านระบบบริหารจัดการ
ร้อยละของโรงเรียนที่บริหารจัดการตามขั้นตอนของ TQA
ร้อยละของโรงเรียนที่มีการบริหารด้านบุคลากรอย่างมีอิสระ และคล่องตัว
ในการกาหนดอัตรากาลัง สรรหา บรรจุ จัดจ้าง ส่งเสริมและพัฒนา
ร้อยละของโรงเรียนที่มีการระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศ
ในการจัดการศึกษาโดยสามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัวตามสภาพความต้องการ
และจาเป็น 14
3. ด้านปัจจัยพื้นฐาน
โรงเรียนมีขนาดชั้นเรียนเหมาะสม โดยมีจานวนนักเรียนต่อห้อง ( ปฐมวัย 25 คน :1 ห้อง,
ประถมศึกษา 30 คน : 1 ห้อง,มัธยมศึกษา 35 คน : 1 ห้อง )
โดยมีจานวนครูที่มีความรู้ตรงสาขาวิชาที่สอนเพียงพอ และมีอัตรา ส่วนครู 1 คน ต่อ
นักเรียนไม่เกิน 20 คน
ภาระงานการสอนของครู มีความเหมาะสมไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
โรงเรียนจัดให้มีหนังสือ / ตาราเรียนที่มีคุณภาพระดับมาตรฐานสากล เพื่อให้นักเรียน
ได้ใช้เรียนอย่างเพียงพอ
โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์พกพา สาหรับนักเรียนทุกคน
โรงเรียนมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตแบบความเร็วสูงเชื่อมโยงครอบคลุมพื้นที่ ของโรงเรียน
โรงเรียนมีห้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์มัลติมีเดีย (Electronic Multi - Media Classroom)
ห้องทดลอง ห้องปฏิบัติการและมีอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย เน้นความเป็นเลิศ
ของนักเรียนตามกลุ่มสาระอย่างพอเพียง และสามารถเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อการเรียนรู้และ
สืบค้นข้อมูลได้รวดเร็ว
โรงเรียนมีห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ ศูนย์วิทยบริการ (Resource Center) ที่มีสภาพแวดล้อม
บรรยากาศเอื้อต่อการใช้บริการ มีสื่อที่พอเพียงเหมาะสมทันสมัย มีกิจกรรมที่ส่งเสริม
การอ่านการเรียนรู้ และการค้นคว้าอย่างหลากหลาย
ตัวชี้วัด ด้านปัจจัยพื้นฐาน
ร้อยละของโรงเรียนที่มีห้องอิเล็กทรอนิกส์มัลติมีเดีย
ร้อยละของโรงเรียนที่มีห้องทดลอง ห้องปฏิบัติการพร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัยเป็นไปตามเกณฑ์
ร้อยละของโรงเรียนที่มีห้องสมุด ศูนยวิทยบริการ ((Resource Center)ที่มีการบริการด้วย
ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ร้อยละของครู / นักเรียนที่มีความพึงพอใจในการใช้ห้องสมุดศูนยวิทยบริการ 15
4. ด้านเครือข่ายร่วมพัฒนา
โรงเรียนมีสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระดับเดียวกันเป็นเครือข่ายร่วมพัฒนา ทั้งในระดับ
ท้องถิ่น ภูมิภาค ระดับประเทศและระหว่างประเทศ
โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และทรัพยากรระหว่างเครือข่าย
โรงเรียนร่วมพัฒนา
โรงเรียนมีเครือข่ายสนับสนุนจากสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ
และเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นักเรียนและครูมีเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคคลอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ตัวชี้วัด ด้านเครือข่ายร่วมพัฒนา
ร้อยละของโรงเรียนที่มีเครือข่ายร่วมพัฒนา ทั้งในระดับท้องถิ่นภูมิภาค ระดับประเทศ
และระหว่างประเทศ
ร้อยละของครู/นักเรียนที่มีเครือข่ายเรียนรู้กับบุคคลอื่นทั้งระดับประเทศและระหว่างประเทศ 16
ภารกิจหลักของโรงเรียนในการพัฒนาและยกระดับดาเนินโครงการสู่โรงเรียนสู่มาตรฐานสากล
1. ศึกษาทาความเข้าใจโครงการและสร้างความตระหนักให้แก่บุคลากรในโรงเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
2. จัดทาแผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาโรงเรียนสู่มาตรฐานสากล และเสนอแผนกลยุทธ์ให้ สพฐ. พร้อมทั้งจัดทาพันธะสัญญา(กรอบ)ในการขับเคลื่อนโรงเรียนสู่มาตรฐานสากล
3. จัดทาสาระรายวิชาเพิ่มเติมสู่ความเป็นเลิศ
4. จัดทาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาโรงเรียนสู่มาตรฐานสากล และเสนอหลักสูตรต่อ สพฐ.
5. จัดทาห้องปฏิบัติการ Resource Center ห้องสมุดพร้อมทั้งจัดหาครุภัณฑ์ อุปกรณ์ สื่อ ปรับบรรยากาศสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนเพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนการสอนสู่สากล
6. สารวจข้อมูลครูเพื่อเตรียมการพัฒนา
7. ดาเนินการบริหารด้วยระบบคุณภาพ จัดตั้งและดาเนินการเครือข่ายร่วมพัฒนา
8. วิจัยและพัฒนาหารูปแบบการจัดหลักสูตรและการสอน โดยการมีส่วนร่วม
9. นาเสนอผลงานและการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
10. รายงานผลการประเมินโครงการ
ได้นำตัวชี้วัด คุณลักษณะผู้เรียน มาลองเขียนคำอธิบายรายวิชาเกษตร
กรุณาช่วยพิจารณาแนะนำด้วยค่ะ
คำอธิบายรายวิชา ง30256 ชื่อวิชา เทคโนโลยีการแปรรูปผลผลิตเกษตรสู่สากล
รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี(วิชาเกษตร)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หน่วย
ผู้สอน นางสาวจรรยา ธนะนิมิตร โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย กรุงเทพฯ 10400
ศึกษาวิเคราะห์ความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของเทคโนโลยีการแปรรูปผลผลิตเกษตรสู่สากล การจำแนกประเภทของการแปรรูปผลผลิตเกษตร วิธีการแปรรูปผลผลิตเกษตรและวิธีการวางแผนขั้นตอนในการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบด้วยกระบวนการกลุ่ม โดยใช้ กระบวนการสร้างองค์ความรู้ด้วยการสืบค้นและ แสวงหาความรู้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่ออินเตอร์เนต การนำเทคโนโลยีท้องถิ่นและสากลมาใช้ในกระบวนการแปรรูปผลผลิตเกษตรสู่สากล และผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ล้ำหน้าทางความคิด วิธีการพัฒนากระบวนการแปรรูปผลผลิตเกษตรให้เทียบเคียงมาตรฐานสากลอย่างเหมาะสม
ฝึกปฏิบัติการแปรรูปผลผลิตเกษตรอย่างสร้างสรรค์ ใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ ออกแบบ สร้างสรรค์การปรรูปผลผลิตเกษตรทั้งด้านวิชาการและอาชีพ จัดการผลผลิตโดยคำนึงถึงความปลอดภัยในการทำงาน ใช้พลังงานทรัพยากรและรักษาสิ่งแวดล้อม ใช้ความสามารถในการตัดสินใจแก้ปัญหาการทำงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและเพิ่มรายได้ คำนวณค่าใช้จ่าย จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และกำหนดราคาขาย ประเมินผลการปฏิบัติงานปรับปรุงพัฒนางาน และเผยแพร่ สื่อสารเป็นความเรียงขั้นสูง แลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยสามารถสื่อสาร นำเสนอ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนผลงานในระดับนานาชาตได้
เห็นคุณค่าของการนำองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ไปใช้ประโยชน์ในการพึ่งพาตนเอง มีนิสัยรักการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างรู้คุณค่า มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใผ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทยและเสียสละ มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรเพื่อสาธารณะประโยชน์กับนักเรียนนานาชาติ
ผลการเรียนรู้
1.เข้าใจความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์
2.สามารถจำแนกประเภทของการแปรรูปผลผลิตเกษตร
3.อธิบายวิธีการแปรรูปผลผลิตเกษตรแบบชุมชนและแบบมาตรฐานสากล
4. สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่ออินเตอร์เนตในการสืบค้นข้อมูล
5. วางแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ
6. สามารถคิดวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกปฏิบัติงานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
7. สามารถใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์การแปรรูปผลผลิตเกษตรที่เทียบเคียงกับมาตรฐานสากลได้อย่างเหมาะสม
8. สามารถสรุปประเมินผล หาจุดเด่นและสิ่งที่ต้องพัฒนา
9. สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีท้องถิ่นและสากลที่เหมาะสมมาใช้พัฒนากระบวนการแปรรูปผลผลิตเกษตรที่เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล
10. สามารถคำนวนค่าใช้จ่ายและกำหนดราคาขายได้
11.สามารถสื่อสาร นำเสนอ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนผลงานในระดับนานาชาติ
เรียนคุณครูจรรยา ธนะนิมิตร
ผมพึ่งจะเปิดอ่านเว็บและได้อ่านข้อความของคุณแล้วซึ่งเป็นคำอธิบายรายวิชา ผมไม่กล้าที่จะแนะนำอะไรมากเพราะท่านทำดีแล้ว แต่ผมพบข้อบกพร่องบางอย่างที่ท่านขาดไป ผมจึงจะแนะนำท่านโดยให้ท่านศึกษาจากคำแนะนำการจัดทำคำอธิบายรายวิชาดังต่อไปนี้
การเขียนคำอธิบายรายวิชา มี 5 รูปแบบ
รูปแบบที่ 1 เขียนเป็นความเรียงเสนอภาพรวมของผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง(ตัวชี้วัด) และสาระการเรียนรู้
รูปแบบที่ 2 เขียนแยกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง(ตัวชี้วัด) เขียนเป็นความเรียง
2. สาระการเรียนรู้เขียนเป็นความเรียงขอบข่ายเนื้อหา
รูปแบบที่ 3 เขียนเป็นความเรียงประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
1. ขอบข่ายกิจกรรมที่กำหนดกว้าง ๆ สอดคล้องกับผลการเรียนรู้(ตัวชี้วัด)ของรายวิชา
2. ขอบข่ายเนื้อหาที่สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ของรายวิชา
3. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนอย่างกว้าง ๆ
รูปแบบที่ 4 เขียนเป็นความเรียงประกอบด้วย 4 ส่วน คือ
1. จุดประสงค์ของรายวิชาที่สอดคล้องกับผลการเรียนรู้(ตัวชี้วัด)รายวิชา
2. ขอบข่ายสาระการเรียนรู้
3. กิจกรรมการเรียนรู้
4. วิธีวัดและประเมินผล
รูปแบบที่ 5 เขียนแยกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง(ตัวชี้วัด)เขียนให้ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน (ความรู้/ทักษะกระบวนการ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์)เป็นข้อ ๆ โดยไม่แยกส่วน
2. สาระการเรียนรู้เขียนเป็นข้อ ๆ
การจัดทำคำอธิบายรายวิชา
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางฯ กำหนดตัวชี้วัดเป็นช่วงชั้น (ม.4-6) ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนั้น ครูผู้สอนควรดำเนินการ ดังนี้
1ครูที่สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกัน ระดับชั้นเดียวกัน ศึกษาและวิเคราะห์ ตัวชี้วัดช่วงชั้นตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ กำหนด แล้วช่วยกันจัดวางตัวชี้วัดไว้ในแต่ละระดับชั้น(ม.4, ม.5, และ ม.6) ในแต่ละภาคเรียน (ภาคเรียนที่ 1-6) ตัวชี้วัดที่จัดวางในแต่ละภาคเรียน อาจจะซ้ำกัน หรือไม่ซ้ำกันก็ได้ แล้วแต่ดุลพินิจของผู้สอน ซึ่งต้องคำนึงถึงเวลาที่ใช้สอนในแต่ละภาคเรียนด้วยว่ามีเพียงพอหรือไม่ และถ้านำตัวชี้วัดใดไว้ในภาคเรียนใด ในภาคเรียนนั้นต้องประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามตัวชี้วัดนั้นด้วยทุกตัวชี้วัด
2 ครูผู้สอนวิเคราะห์ตัวชี้วัดช่วงชั้น และสาระการเรียนรู้แกนกลางตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ กำหนดสำหรับแต่ละภาคเรียน พิจารณาว่า แต่ละตัวชี้วัด มีคำหรือข้อความสำคัญ (Key words) ใดที่เป็น “ความรู้(K)” “ทักษะ/กระบวนการ(P)” และ “คุณลักษณะ(A)” (เป็นคุณลักษณะของรายวิชาที่ปรากฏตามตัวชี้วัดอาจจะไม่ตรงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่หลักสูตรแกนกลางฯ กำหนดก็ได้) จัดแยกไว้เป็นส่วนๆ ให้ครบทุกตัวชี้วัดของภาคเรียนนั้น
3 นำข้อความที่วิเคราะห์ไว้ (ด้านความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะ) มาสังเคราะห์ หรือร้อยเรียงเขียนเป็นคำอธิบายรายวิชา โดยอาจจะให้ข้อความทั้ง 3 ส่วนที่วิเคราะห์ไว้ผสมกลมกลืน หรือเขียนแยกส่วนของความรู้ ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะไว้คนละย่อหน้าก็ได้ และย่อหน้าสุดท้ายของคำอธิบายรายวิชา ต้องระบุด้วยว่า วิชานี้มีตัวชี้วัดอะไรบ้าง โดยเขียนเป็นรหัสกำกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้ด้วย ดังนี้
ว 1.1 ม. 4-6/1
ม.4-6/1 หมายถึง ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ข้อที่ 1
1.1 หมายถึง สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 1
ว หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
การวิเคราะห์เพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรู้............................วิชา.......................... ระดับชั้น.............ภาคเรียนที่...............
สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ท้องถิ่น
ตัวชี้วัด
ความรู้
ทักษะ / กระบวนการ
คุณลักษณะฯ
ตัวอย่าง
ว 1.1ป.1/1 เปรียบเทียบสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต
1. สิ่งมีชีวิต
2. สิ่งไม่มีชีวิต
การสังเกตและเปรียบเทียบสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต
มีความสนใจสังเกตสิ่งต่าง ๆ
ว 1.1ป.1/2 สังเกตและอธิบายลักษณะและหน้าที่ของโครงสร้างภายนอกของพืชและสัตว์
1. ลักษณะและหน้าที่ของโครงสร้างภายนอกของพืช
2. ลักษณะและหน้าที่ของโครงสร้างภายนอกของสัตว์
การสังเกตลักษณะและหน้าที่ของโครงสร้างภายนอกของพืชและสัตว์
มีความสนใจสังเกตสิ่งต่าง ๆ
ที่มา :
ดร.เฉลิม ฟักอ่อน ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำพูน เขต 1. กุมภาพันธ์