The tao that can be told is not the eternal Tao. The name that can be named is not the eternal Name. The unnamable is the eternally real. Naming is the origin of all things.
ในงาน HA National Forum ครั้งที่ 11 ในปีนี้ ผมได้มีโอกาสบรรยายในหัวข้อที่ว่า "เต๋ากับการบริหาร: จัดการอย่างไรจึงจะเรียบง่ายและได้สมดุล" เป็นหัวข้อที่ ผอ. สรพ. (คุณหมออนุวัฒน์) ขอมา เพราะท่านมองว่าหลักการของเต๋าน่าจะสามารถนำมาใช้เพื่อให้ได้ "การพัฒนาที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน" ซึ่งเป็น Theme ของการจัดประชุมวิชาการในปีนี้


       
           ผมเริ่มการบรรยายด้วยการทำความเข้าใจกับผู้เข้าร่วมก่อนว่า "เต๋าที่จะพูดกันนี้ ไม่ใช่เรื่องลัทธิศาสนา " และก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับ "คนที่นัท มีเรีย ไม่เข้าใจ" (อันนี้เป็นมุขของอาจารย์ ดร.วรภัทร์ ที่พูดไว้ใน Session ก่อนหน้าผม) แต่เต๋าในที่นี้ หมายถึง "วิถี หรือ เส้นทาง" เป็นเส้นทางของการใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างไหลลื่น เหมาะสม กลมกลืน เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ฝืนธรรมชาติ เป็นวิถีชีวิต (Way of Life) ที่ท่านเล่าจื๊อได้ถ่ายทอดไว้ และได้มีการเผยแพร่กันอย่างกว้างขวางผ่านคัมภีร์ที่มีชื่อว่า “เต้าเต๋อจิง” (ภาษาแต้จิ๋วออกเสียงเป็น “เต๋าเต็กเก็ง”)


        ในบทที่ 1 ของคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" ได้อธิบาย “เต๋า” ไว้ว่า . . .


                     
         แค่บทที่ 1 ก็คงเห็นแล้วนะว่าคัมภีร์นี้ลึกซึ้งเพียงใด คือแทนที่จะอธิบายว่าเต๋าคืออะไร ดันบอกว่า เต๋าที่อธิบายได้ไม่ใช่ของจริง สรุปก็คือสิ่งที่เป็นเต๋าไม่สามารถเข้าใจได้โดยอาศัยการใช้ภาษา หากแต่ว่าต้องเป็น “การเข้าถึง” ด้วยประสบการณ์ตรง ไม่ใช่การเข้าใจผ่าน “ถ้อยคำภาษา” เป็นการบอกว่าเรื่องเต๋า ต้องก้าวข้าม “สมมติบัญญัติ” ไป