การเรียนวิชาชีพทันตแพทย์ต้องใช้ความรู้ภาคทฤษฎีและทักษะการลงมือปฏิบัติจริงทั้งในส่วนห้องปฏิบัติการและคลินิก นอกจากนั้นการบริหารจัดการ และการสื่อสารก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ ดังนั้นการเรียนในคณะทันตแพทยศาสตร์จำเป็นต้องใช้ทั้งความรู้ความสามารถทางวิชาการ และทักษะทั้งในทางศาสตร์และศิลป์ นิสิตทันตแพทย์ส่วนใหญ่สามารถพัฒนาทักษะในด้านความรู้ภาคทฤษฎีได้ด้วยตนเอง แต่ในภาคปฏิบัตินิสิตจำเป็นจะต้องมีการฝึกฝนอย่างมากร่วมกับการได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องจากผู้มีประสบการณ์เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีในการทำงานซึ่งโดยทั่วไปแล้วนิสิตแต่ละคนมีความสามารถ ทักษะ และความเข้าใจในภาคปฏิบัติไม่เท่ากัน จึงใช้เวลาเพื่อฝึกฝนและผลิตงานที่มีคุณภาพดีได้ไม่เท่ากัน แต่เนื่องมาจากระยะเวลาที่จำกัดในระหว่างภาคการศึกษา ประกอบกับงานที่ต้องมีปริมาณและคุณภาพดีตามที่หลักสูตรกำหนด จึงทำให้เกิดความกดดัน ความเครียด และความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจในการเรียนอย่างมาก ไม่เฉพาะแต่นิสิตทันตแพทย์แต่ยังรวมถึงความเครียดต่ออาจารย์ผู้สอน ซึ่งสามารถส่งผลด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมในการเรียนการสอน นอกจากปัญหาความเครียด และสิ่งแวดล้อมในการเรียนแล้ว การที่นิสิตทุ่มเทเวลาที่มากเกินไปกับการฝึกฝนทักษะเพื่อพยายามให้งานผ่านตามเกณฑ์ที่หลักสูตรกำหนดมักจะส่งผลในการแบ่งเวลาเพื่อศึกษาวิชาเรียนอื่น ๆ ในระหว่างภาคการศึกษาได้น้อยลง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนส่วนอื่น ต่อไป ทั้งนี้ยังมีผลต่อสุขภาพโดยรวมของทั้งนิสิตและอาจารย์
ธรรมนูญแห่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้บัญญัติคำจำกัดความของคำว่าสุขภาพไว้ว่า “สุขภาพ หมายถึง สุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณประกอบกัน ไม่ใช่แต่เพียงการปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือความพิการเท่านั้น นอกจากนี้ ศ.นพ. ประเวศ วะสี ได้เสนอให้เพิ่มสุขภาวะทางปัญญาไปด้วย และ ได้เขียนผังความคิดเกี่ยวกับสุขภาพ ว่าต้องให้ความสำคัญทั้งทางด้านร่างกายเช่น มีร่างกายแข็งแรง ได้รับอาหารที่มีประโยชน์ สิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการชีวิตที่มีคุณภาพ ด้านจิตใจเช่น การมีสติ มีสมาธิในการประกอบหน้าที่การงานต่างๆ มีความเมตตา รวมทั้งการขจัดความโลภออกจากจิตใจ ด้านสังคมเช่น การมีครอบครัวที่อบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง และด้านปัญญาเช่น การมีทักษะชีวิตที่ดี มีการเรียนรู้ต่อเนื่อง มีโลกทรรศน์ ชีวทรรรศน์ที่ถูกต้องเป็นต้น
จากคำกล่าวข้างต้นเมื่อบุคคลมีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญาแล้วบุคคลนั้นสามารถทำหน้าที่ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามศักยภาพ และทิศทางที่จะคงความผาสุกแก่ชีวิตของตัวเองไว้ ซึ่งไม่ใช่แต่เพียงปราศจากจากความเจ็บป่วยเท่านั้น ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตของเขาด้วย ในชีวิตประจำวันของนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ได้พบเจอปัญหาสุขภาพที่หลากหลาย เช่น ปวดเมื่อยร่างกายจากการทำแลป, ตาพร่ามัวจากการใช้สายตาเป็นเวลานาน, ความเครียดจากการเรียน, ความท้อแท้, คิดถึงบ้าน และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่ไม่เอื้อต่อการเรียนอย่างมีความสุข ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนิสิต ทั้งนี้ในฐานะที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหน่วยงานหนึ่งในการให้การศึกษาทางด้านวิชาการ และการฝึกปฏิบัติงานของนิสิตทันตแพทย์ เพื่อการผลิตทันตแพทย์ที่มีคุณภาพ จึงได้คิดริเริ่มแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลดน้อยลงหรือหมดไปโดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศักยภาพในการเรียนรู้ของนิสิตระดับก่อนคลินิก
ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากที่สุด โดยจัดให้มีการฝึกฝนทักษะในการทำงานภาคปฏิบัติเบื้องต้นก่อนการเรียนรู้จริงในชั้นเรียน เช่นการให้ความรู้ในงานศิลปะ การพัฒนาทักษะการใช้มือและสายตา นอกจากนี้ยังจัดให้มีการพัฒนาทักษะการสื่อสาร การบริหารตนเอง และบริหารเวลาในการเรียนวิชาชีพทันตแพทย์ เพื่อลดความตรึงเครียดและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีที่เอื้อต่อการเรียนการสอนอย่างมีความสุขร่วมกันของนิสิตและอาจารย์ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อการเรียนของนิสิตพร้อมปลูกฝังความรู้สึกภาคภูมิใจและรักในวิชาชีพ โดยมีความมุ่งหวังในระยะยาวเพื่อผลิตทันตแพทย์ที่มีคุณภาพสู่สังคมต่อไป
กิจกรรม
กิจกรรมที่ 1 เตรียมความพร้อมก่อนเรียน
1. กิจกรรมพัฒนาทักษะการใช้มือและสายตา
2. กิจกรรมการบริหารเวลาในชีวิต
3. สนทนากลุ่ม ประเด็น ปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการใช้มือ และการบริหารเวลา
กิจกรรมที่ 2 การกระตุ้นทักษะการใช้มือ โดยการใช้แผ่นพับ และแบบบันทึกการฝึกประจำวัน
กิจกรรมที่ 3 ประเมินผล
- สนทนากลุ่ม จากผู้เรียนและผู้สอน
- แบบบันทึก
โครงการเสริมสร้างศักยภาพสู่การเรียนวิชาชีพทันตแพทย์ (ม.นเรศวร) ฉบับบแก้ไข
การเรียนวิชาชีพทันตแพทย์ต้องใช้ความรู้ภาคทฤษฎีและทักษะการลงมือปฏิบัติจริงทั้งในส่วนห้องปฏิบัติการและคลินิก นอกจากนั้นการบริหารจัดการ และการสื่อสารก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ ดังนั้นการเรียนในคณะทันตแพทยศาสตร์จำเป็นต้องใช้ทั้งความรู้ความสามารถทางวิชาการ และทักษะทั้งในทางศาสตร์และศิลป์ นิสิตทันตแพทย์ส่วนใหญ่สามารถพัฒนาทักษะในด้านความรู้ภาคทฤษฎีได้ด้วยตนเอง แต่ในภาคปฏิบัตินิสิตจำเป็นจะต้องมีการฝึกฝนอย่างมากร่วมกับการได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องจากผู้มีประสบการณ์เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีในการทำงาน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนิสิตแต่ละคนมีความสามารถ ทักษะ และความเข้าใจในภาคปฏิบัติไม่เท่ากัน จึงใช้เวลาเพื่อฝึกฝนและผลิตงานที่มีคุณภาพดีได้ไม่เท่ากัน แต่เนื่องมาจากระยะเวลาที่จำกัดในระหว่างภาคการศึกษา ประกอบกับงานที่ต้องมีปริมาณและคุณภาพดีตามที่หลักสูตรกำหนด จึงทำให้เกิดความกดดัน ความเครียด และความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจในการเรียนอย่างมาก ไม่เฉพาะแต่นิสิตทันตแพทย์แต่ยังรวมถึงความเครียดต่ออาจารย์ผู้สอน ซึ่งสามารถส่งผลด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมในการเรียนการสอน นอกจากปัญหาความเครียด และสิ่งแวดล้อมในการเรียนแล้ว การที่นิสิตทุ่มเทเวลาที่มากเกินไปกับการฝึกฝนทักษะเพื่อพยายามให้งานผ่านตามเกณฑ์ที่หลักสูตรกำหนดมักจะส่งผลในการแบ่งเวลาเพื่อศึกษาวิชาเรียนอื่น ๆ ในระหว่างภาคการศึกษาได้น้อยลง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนส่วนอื่น ต่อไป ทั้งนี้ยังมีผลต่อสุขภาพโดยรวมของทั้งนิสิตและอาจารย์
ธรรมนูญแห่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้บัญญัติคำจำกัดความของคำว่าสุขภาพไว้ว่า “สุขภาพ หมายถึง สุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณประกอบกัน ไม่ใช่แต่เพียงการปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือความพิการเท่านั้น นอกจากนี้ ศ.นพ. ประเวศ วะสี ได้เสนอให้เพิ่มสุขภาวะทางปัญญาไปด้วย และ ได้เขียนผังความคิดเกี่ยวกับสุขภาพ ว่าต้องให้ความสำคัญทั้งทางด้านร่างกายเช่น มีร่างกายแข็งแรง ได้รับอาหารที่มีประโยชน์ สิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการชีวิตที่มีคุณภาพ ด้านจิตใจเช่น การมีสติ มีสมาธิในการประกอบหน้าที่การงานต่างๆ มีความเมตตา รวมทั้งการขจัดความโลภออกจากจิตใจ ด้านสังคมเช่น การมีครอบครัวที่อบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง และด้านปัญญาเช่น การมีทักษะชีวิตที่ดี มีการเรียนรู้ต่อเนื่อง มีโลกทรรศน์ ชีวทรรรศน์ที่ถูกต้องเป็นต้น
จากคำกล่าวข้างต้นเมื่อบุคคลมีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญาแล้วบุคคลนั้นสามารถทำหน้าที่ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามศักยภาพ และทิศทางที่จะคงความผาสุขแก่ชีวิตของตัวเองไว้ ซึ่งไม่ใช่แต่เพียงปราศจากจากความเจ็บป่วยเท่านั้น ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตของเขาด้วย ในชีวิตประจำวันของนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ได้พบเจอปัญหาสุขภาพที่หลากหลาย เช่น ปวดเมื่อยร่างกายจากการทำแลป, ตาพร่ามัวจากการใช้สายตาเป็นเวลานาน, ความเครียดจากการเรียน, ความท้อแท้, คิดถึงบ้าน และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่ไม่เอื้อต่อการเรียนอย่างมีความสุข ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนิสิต ทั้งนี้ในฐานะที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหน่วยงานหนึ่งในการให้การศึกษาทางด้านวิชาการ และการฝึกปฏิบัติงานของนิสิตทันตแพทย์ เพื่อการผลิตทันตแพทย์ที่มีคุณภาพ จึงได้คิดริเริ่มแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลดน้อยลงหรือหมดไปโดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศักยภาพในการเรียนรู้ของนิสิตระดับก่อนคลินิกให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากที่สุด โดยจัดให้มีการฝึกฝนทักษะในการทำงานภาคปฏิบัติเบื้องต้นก่อนการเรียนรู้จริงในชั้นเรียน เช่นการให้ความรู้ในงานศิลปะ การพัฒนาทักษะการใช้มือและสายตา นอกจากนี้ยังจัดให้มีการพัฒนาทักษะการสื่อสาร การบริหารตนเอง และบริหารเวลาในการเรียนวิชาชีพทันตแพทย์ เพื่อลดความตรึงเครียดและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีที่เอื้อต่อการเรียนการสอนอย่างมีความสุขร่วมกันของนิสิตและอาจารย์ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อการเรียนของนิสิตพร้อมปลูกฝังความรู้สึกภาคภูมิใจและรักในวิชาชีพ โดยมีความมุ่งหวังในระยะยาวเพื่อผลิตทันตแพทย์ที่มีคุณภาพสู่สังคมต่อไป
กิจกรรม
1. ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนการทำงาน ช่วงเดือนมีนาคม (3 ครั้ง)
2. เตรียมวัสดุอุปกรณ์และเอกสารประกอบการฝึก พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์โครงการแก่ผู้เข้าร่วม ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน
3. กิจกรรมครั้งที่1 (จัดนอกสถานที่) (รายละเอียดดังเอกสารแนบที่ 1) 17-19 พฤษภาคม (3วัน)
4.กิจกรรมครั้งที่2 (จัดในคณะฯ) (รายละเอียดดังเอกสารแนบที่ 1) ช่วงเดือนกรกฎาคม (1วัน)
5.กิจกรรมครั้งที่3 (จัดในคณะฯ) (รายละเอียดดังเอกสารแนบที่ 1) ช่วงเดือนกันยายน (1วัน)
6. ประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลโครงการ ช่วงเดือนตุลาคม (1ครั้ง)