เรื่องนี้ต่อเนื่องจากบันทึกที่แล้ว เป็นกรณีศึกษาในหลักสูตรธรรมาภิบาลเพื่อพัฒนาอุดมศึกษา รุ่น ๐ ที่มหาวิทยาลัยหนึ่งดำเนินการเปิดหลักสูตรโดยร่วมมือกับบริษัท ในแบบที่ผมเคยเอามาตั้งคำถามที่นี่ และที่นี่ ซึ่งจะเห็นว่า คนที่เข้ามาให้ความเห็นยังไม่เข้าใจ social responsibility ทางวิชาการของมหาวิทยาลัย
วันนี้ (๒๖ ก.พ. ๕๓) คณะนักศึกษาหลักสูตรธรรมาภิบาลเพื่อพัฒนาอุดมศึกษา รุ่น ๐ ได้ร่วมกันตอบโจทย์นี้ ผมโชคดีมากที่ได้อยู่ร่วมในวงอภิปรายเรื่องนี้
ประเด็นคือ ในกรณีตัวอย่างนี้ หน้าที่และความรับผิดชอบทางวิชาการเป็นของบริษัทที่ทำความตกลงร่วมมือ ฝ่ายมหาวิทยาลัยทำหน้าที่ด้านธุรการ ซึ่งในฐานะมหาวิทยาลัยมันกลับทิศกลับทางชอบกล
การทำสัญญาแบ่งผลประโยชน์กับบริษัท ซึ่งเท่ากับเป้นการทำธุรกิจ เกิดประเด็นปัญหาว่ามหาวิทยาลัยแห่งนั้นได้ทำผิดกฎหมาย คือ พรบ. จัดตั้งมหาวิทยาลัยนั้นๆ หรือไม่ นักกฎหมายบอกว่า ต้องพิจารณาด้วยกฎหมาย ๒ กลุ่ม คือบทบัญญัติของกฎหมาย กับหลักกฎหมายทั่วไป (การจัดบริการสาธารณะ)
เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติของกฎหมาย คือ พรบ. จัดตั้งมหาวิทยาลัยนั้นๆ หากเป็น ม. ของรัฐ ต้องไปเปิดดูว่า พรบ. เขียนให้อำนาจในการจัดการศึกษาร่วมกับองค์กรประเภทอื่นหรือไม่ หากไม่ แสดงว่าไม่มีอำนาจ หากเป็น ม. เอกชน จะคิดแบบตรงกันข้าม คือหากไม่มีกฎหมายห้าม ก็ดำเนินการได้
คุณดิสทัต โหตระกิตย์ ให้หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการศึกษา ดังนี้
• ผู้ให้บริการไม่อาจจัดบริการทางการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรเช่นเดียวกันกับการประกอบธุรกิจด้านพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมได้
• ผู้ให้บริการต้องจัดทำบริการเอง
• การจัดทำบริการสาธารณะต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพและเกณฑ์การกำกับดูแลเพื่อรักษามาตรฐาน
• การจัดทำบริการสาธารณะตามเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
มีการหยิบยกกรณีตัวอย่างบริษัท Laureate Education, Inc ร่วมมือกับ University of Liverpool จัดตั้ง Xi’an Jiaotong Liverpool University และ Laureate ก็เข้ามาเลียบเคียงในประเทศไทยแล้ว
ทีมศึกษากรณีนี้ให้คำตอบว่า “การจัดหลักสูตรการศึกษา โดยทำข้อตกลงร่วมมือทางวิชาการและแบ่งปันผลประโยชน์กับกลุ่มบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิที่รวมตัวกันก่อตั้งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ทำไม่ได้” การที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้ทำ เป็นการผิดหลักธรรมาภิบาล เพราะเป็นผิดวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย แทนที่จะทำหน้าที่วิชาการ กลับไปทำหน้าที่ธุรการ ส่อว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ทีมศึกษากรณีนี้เสนอว่า มหาวิทยาลัยที่เกิดเหตุการณ์นี้ควรตรวจสอบและสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติม ในด้าน
• ความสัมพันธ์ระหว่างกรรมการสภามหาวิทยาลัยกับคณะผู้บริหาร
• บทบาทของสภามหาวิทยาลัยชุดที่อนุมัติให้ดำเนินการ ต่อกรณีการมีผลประโยชน์ทับซ้อน
• มูลเหตุที่ทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จัดทำสัญญาให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดมาบริหารจัดการหลักสูตร
• รายละเอียดการเจรจา ในการทำข้อตกลงกับห้างหุ้นส่วน
• รายละเอียดของผู้ถือหุ้น และสัดส่วน
• การสอบสวนประเด็นทุจริต
มีการเสนอคำ university governance (UG) คู่กับ corporate governance (CG) และชี้ว่า CG ในประเทศไทยก้าวหน้าไปอย่างน่าภาคภูมิใจ แต่ UG ยังเพิ่งเริ่ม
ดร. กอปร กฤตยากีรณ เสนอว่า องค์ประกอบหลัก ๔ ด้านของ UG คือ
๑. การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
๒. การดำเนินการที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน
๓. การกำหนดยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
๔. การดำเนินการในขอบเขตของกฎหมาย
คณะนักศึกษากลุ่มนี้เสนอประเด็นสำคัญของการพัฒนา UG ในสังคมไทย เสนอให้มีการประกาศ UG Principle ของประเทศไทย สำหรับถือปฏิบัติร่วมกัน
วิจารณ์ พานิช
๒๖ ก.พ. ๕๓
บรรยากาศในห้องประชุม
อีกมุมหนึ่ง
อีกมุมหนึ่ง
การบรรจบของ "วิทยาศาสตร์และธรรมะ" ความท้าทายเพื่อศาสตร์ที่ค้นหา "สุขภาพจิตที่มีคุณภาพ"
นักวิทยาศาสตร์ตะวันตก ต้องการค้นหาว่า
สมาธิ เชื่อมโยงหรือผสมผสาน ให้มีผลต่อเซลล์ในม้นสมองของมนุษย์ออกมาเป็นรูปธรรม..ได้อย่างไร?
The Center for Investigating Healthy Minds แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1268368111&catid=02
อยากเห็นเช่นนี้...ในเมืองไทย...จังเลย
เพราะนี่คือ จุดแข็งของคนไทย
อาจารย์...โปรดช่วยทีครับ