สติของฉัน(1)


จิตมันเกิด สติมันตามมาไม่ทัน

15 มิย.49 

วันนี้เป็นวันที่เรามาเป็นวิทยากร OD อีกครั้งกับบริษัทซาคาตะ เป็นบริษัทที่พี่สุเมธ รุ่นพี่ที่เกษตรรุ่นที่ 14 ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเมล็ดพันธ์ผลไม้ และไม้ดอก เป็นบริษัทที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าของแต่บริษัทที่ตั้งอยู่ที่จ.ขอนแก่นอ.เขาสวนกวาง  ประเทศไทย การมาครั้งนี้ตัวเราเองยอมรับว่าเหนื่อยมาก มันคงถึงจุดที่เรียกว่า อิ่มตัว ของการเป็นวิทยากรหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะงานนี้เราเตรียมตัวน้อยมาก เรามาเจอสภาพหน้างานแล้วก็พูดกับตัวเองว่ามันน่าจะดีกว่านี้ จิตมันเกิด สติมันตามมาไม่ทัน แม้แต่ตอนที่กำลังเขียนอยู่นี่ เจ้าสติสุดที่รักของฉันก็ยังไม่เกิด กลับมาที่ห้องพัก นอนหลับเป็นตาย จนไปร่วมงานสายเกือบชั่วโมง เราไม่เคยเหลวไหลขนาดนี้มาก่อน โรคเก่ากลับมาอีกแล้วคือ  Perfectionist  รับตัวเองลำบาก เริ่มเป็นคนแพ้ไม่เป็น สติพยามจะเกิด พยายามจะพูดกับตัวเองว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ร่างกายมันทนไม่ไหว ไหนจะเดินทาง ไหนจะเรียน ไหนจะต้องกังวลเรื่องสอบภาษา  ถึงตอนนี้เราเริ่มเหนื่อย แต่ไม่ท้อนะ พยายามบอกตัวเองว่าไม่ท้อ ห้ามท้อเด็ดขาด เราไม่ใช่คนที่ต้องแบกโลกทั้งโลกนี้ไว้นี่นา อะไรก็ตามที่เราเคยทำได้ดี ก็ไม่ได้แปลว่าจะแพ้ไม่ได้ ทำดีเหมือนเดิมได้ทุกครั้ง นางแบบที่เรียกว่าเดินแบบเก่ง ชำนาญแค่ไหน ยังมีวันตกรองเท้าตัวเอง นักร้องที่เรียกว่าโด่งดังแค่ไหนก็ยังมีวันร้องเพลงตัวเองผิด วิทยากรที่ชื่ออาจารย์เก่ง (วันนี้อยากเรียกตัวเองว่าอาจานเก่ง มากกว่า) ก็ยังมีวันที่บรรยายไม่ได้เรื่อง ปล่อยมุกแล้วไม่ขำ ไม่เตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเพื่อลูกค้า(เช่นพวงมาลัยคล้องคอนักร้อง คูรแอร์โรบิค เป็นต้น) เราคือนักเศรษฐศาสตร์ ที่มีนิสัยเสียอย่างหนึ่งคือ ทุกอย่างต้องได้ดุลยภาพ มีบางขณะจิตที่เสียความสมดุลไป จิตมันรับไม่ได้ สมองมันคิด มันปรุง ย้ำคิดเหตุการณ์เดิมๆ จิตมันก็เกิด การได้มาเขียนอะไรๆ เป็นทางหนึ่งที่ทำให้สติแข็งแรงขึ้น แมวของเรามันเริ่มตัวโตกว่าหนูแล้ว อาจารย์เก่ง ไอ้เก่ง คุณเก่ง น้องเก่ง หนูเก่ง แม่เก่ง จะเป็นใครก็ตามของให้เป็นคนที่ใช้สติแทนความคิด ขอให้วันนี้เป็นอีกวันที่ถือว่าเป็นวันออกกำลังกายของแมวในใจฉัน วันนี้แมวได้รับบทเรียนของการวิ่งไล่จับหนูที่ตัวโตกว่ามัน แต่ขณะนี้เข้าใจว่าแมวของฉันมันเริ่มตัวโตเท่าๆกับหนู แล้ว หนูวันนี้เป็นหนูชื่อว่าจิตตก

                                                                                16 มิย. 2549

และแล้วเหตุการณ์ก็ผ่านมาถึงวันที่สอง ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการอบรม เป็นวันที่กิจกรรมเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ  วันนี้เจ้าตัวสติของเราใช้การได้ดี กว่าเมื่อวาน คงเพราะนอนเต็มที่ สติที่เคยตั้งไม่อยู่เมื่อวาน วันนี้ฐานสติกว้างขึ้น แม้ว่าจะมีบางอารมณ์ที่เข้ามาพัด แต่สติไม่ล้ม แค่โอนเอียงไปมา แล้วก็ตั้งอยู่ได้ ขณะที่เขียนอยู่นี้ พวกเขา(ผู้เข้าอบรม)กำลังทำกิจกรรม STROKE กันอยู่ นั่งบ้าง นอนบ้าง บางคนจิต(กุศล)เกิดจนต้องร้องไห้ บางคนจิต(กุศล) เกิดจนต้องหัวเราะออกมา กฎของการทำ STROKE คือ ทุกคนจะต้องแสดงออกถึงสิ่งดีๆต่อกันเท่านั้น  การเป็นวิทยากร OD นี่มันเหนื่อยว่า BSC แต่คุณค่ามันก็สูงมากในความรู้สึกของเรา แม้ว่าหลายหน่วยงานซึ้งกับมันแค่ หนึ่งสัปดาห์ จากนั้นก็กลับมาจิต(อกุศล)กันอีกก็ตาม สำหรับคนที่เป็นผู้ถ่ายทอดอย่างเรา ไม่แม้แต่จะหวังว่าความต่อเนื่องของปิยะวาจา จะยาวนานแค่ไหน เรากล้าหวังแค่ช่วงเวลานี้ที่เราทำให้ดีที่สุดเท่านั้นเป็นพอ สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองก็ไม่ทุกรูปที่บรรลุอรหันต์ฉันใด บรรดาสานุศิษย์ที่ผ่านการอบรมจากเราก็เช่นกัน อีกหลักสูตรหนึ่งที่เราอยากทำคือ การทำให้สติเข้มแข็ง ว่าแล้วทำสไลด์ดีกว่า..

คำสำคัญ (Tags): #คิดปรุง#จิต#สติ
หมายเลขบันทึก: 34371เขียนเมื่อ 16 มิถุนายน 2006 21:18 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 15:09 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)
  • พักผ่อนมากๆนะครับอาจารย์
  • การเตรียมตัวที่ดี เหมือนสำเร็จ ไปแล้วครึ่งหนึ่งครับ
  • ต้องร้องให้
  • สงสัยพิมพ์ผิดครับ

ให้กำลังครับอาจารย์ มีผู้ช่วยน้อยก็ตามออตได้นะครับ จะได้เรียนกับอาจารย์เกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ

ยินดีมากๆค่ะ อ.ออต แล้วอ.เปิดสอนวาดเขียนเมื่อไหร่ อย่าลืมน้องกัปตัน และน้องแตงกวา นะคะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท