สภาพัฒน์มองปีหน้าเศรษฐกิจยังขยายตัว 5-6% แต่ยังห่วงปัญหาใหม่เงินทุนเคลื่อนย้าย เตือนคนไทยประหยัดไว้ก่อนกันพลาด นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยว่า สภาพัฒน์มองแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2550 ว่าจะขยายตัวที่ระดับ 5-6% เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจจะไม่เลวร้ายมากไปกว่านี้ เช่น เรื่องราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มลดลง การขยายตัวของภาคเกษตรปรับตัวดีขึ้น หากรัฐบาลสามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4.5-4.7% ในปีนี้ และยังเร่งการผลักดันการลงทุนภาครัฐอย่างต่อเนื่อง     สิ่งที่ต้องจับตาคือการเคลื่อนย้ายเงินทุน เพราะขณะนี้เริ่มมีสัญญาณเข้ามาแต่ยังไม่มีการตรวจสอบตัวเลขที่แท้จริง   ส่วนการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ เพื่อเป็นการควบคุมอัตราเงินเฟ้อนั้น เชื่อว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคของประชาชน เนื่องจากผู้บริหารสถาบันการเงิน ต่างก็ออกมาส่งสัญญาณว่าแบงก์พาณิชย์      ยังไม่จำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยตามทันที นายอำพน กล่าวว่า ในกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งกลางสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา  เนื่องจาก กนง. ต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ได้แก่ ดอกเบี้ยในตลาดเงิน การเคลื่อนย้ายเงินทุน และการส่งออกจะต้องไม่ได้รับผลกระทบ นายอำพน กล่าวว่า แม้สภาพัฒน์จะรายงานเรื่องการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรกของปี 2549 มีอัตราการขยายตัวที่ 6% แต่ก็พยายามส่งสัญญาณว่าแนวโน้มเศรษฐกิจช่วงที่เหลือก่อนสิ้นปีนี้อาจจะชะลอตัว ดังนั้น จึงขอเตือนให้ประชาชนหันมาประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นหัวใจที่สำคัญตามหลักpปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และผลักดันให้อยู่ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 โพสต์ทูเดย์