ครอบครัวจะสวยงามได้หากเราใช้ใจเป็นเครื่องตัดสินเหตุผลแห่งความรัก ใช้แววตา ใช้สัมผัส ความรักอันละมุนละไมที่ใจสัมผัสได้จากกันและกัน

 

ความรักนั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ความรักเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดจากใจของผู้ให้สู่ผู้รับ
ความรักนั้นคือความเมตตาและการให้อภัย
ความรักนั้นคือการให้โอกาสเมื่อคนที่เรารักนั้นทำผิดพลาดและพลั้งเผลอ
ความรักนั้นที่แท้จริงสัมผัสได้ทุกครั้งเมื่อพบเจอ
ความรักจึงเป็นสิ่งดีเสมอหากรักจริง

บางครั้งความรักของคนในโลกนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเหตุและผล
ดังนั้นหลาย ๆ ครั้งเมื่อคนที่เรารักนั้นทำความผิด เราจึงได้ทำผิดต่อเขาด้วยการลงโทษ การขับไล่ ใสส่ง ใช้เหตุผลแบบโลก ๆ มาตัดสินการกระทำของคนที่เราเคยบอกว่า “รัก”
แต่ความรักที่แท้จริงนั้นจะมาพร้อมกับคำว่า “การให้อภัย”
หากเราเข้าใจคำว่ารักอย่างแท้จริงและเรารักใครจริง ๆ แล้วเราก็พร้อมที่จะให้อภัยเขาได้เสมอ
การให้อภัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเสมอกับความรัก หรืออาจจะเรียกได้ว่าการให้อภัยเป็นทั้งหมดของความรัก...

ความสวยงามแห่งความรักนั้นจึงอยู่ที่การรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน
ไม่ว่าเราจะมีเหตุผลที่ดีสักแค่ไหนที่จะโกรธ จะเกลียด หรือจะลงโทษ ลงทัณฑ์ แต่เหตุผลที่เหนือกว่านั้นคือเหตุผลที่เราจะ “ให้อภัย”

ความรักในทุกวันนี้จะสวยงามขึ้นมากหากเรารู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน
พ่อแม่ให้อภัยลูก ลูกไม่ถือโทษโกรธเคืองพ่อแม่
ในปัจจุบันลูก ๆ มีการศึกษาสูง จึงมีเหตุผลมากที่จะโกรธเคืองพ่อและแม่
ลูก ๆ มักจะดูถูกว่าพ่อและแม่ “โง่” เพราะมีการศึกษาน้อย ต่ำต้อยด้วยสภาวะทางปัญญา
พอพ่อและแม่ทำอะไรผิดหู ผิดตา ก็พาลโกรธเคืองไม่พูด ไม่คุย
ลูก ๆ หลาย ๆ คนในวันนี้จึงใช้ความรู้จากเอกสารและตำรามาตัดสินและตีค่าความรักของพ่อแม่

ครอบครัวจะสวยงามได้หากเราใช้ใจเป็นเครื่องตัดสินเหตุผลแห่งความรัก
ใช้แววตา ใช้สัมผัส ความรักอันละมุนละไมที่ใจสัมผัสได้จากกันและกัน

ความรักจักสวยงามได้ก็เพราะเรามีรอยยิ้มที่พร้อมจะมอบให้แก่กันและกัน
ยิ้มให้กัน ยิ้มให้โลก ยิ้มให้กับสังคม ยิ้มให้แม้แต่คนที่เราคิดว่าเขาเป็นศัตรูหรือคนที่เขาคิดว่าเราเป็น “ศัตรู”รอยยิ้มจึงเป็นที่ใช้แทนความรักได้ดีกว่าดอกกุหลายนับร้อยนับพันดอก
รอยยิ้มที่สวยงามนั้นย่อมสร้างจิตสร้างใจที่พร้อมมอบความรักให้แก่กันและกัน

เมื่อเราคิดถึงใครสักคน หากคิดว่าเราจะรักเขาก็ขอให้เราจงยิ้มให้เขา เริ่มยิ้ม เริ่มคิดที่จะมอบสิ่งดี ๆ ให้แก่เขา
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนคนนั้นเป็นคนที่รักเรา ก็ขอให้เรายิ้มให้กับเขา “เสมอ ๆ”

รอยยิ้มนั้นจะทรงคุณค่ามากขึ้นหากได้เปลี่ยนเป็นการกระทำที่ดี เป็นการกระทำที่ “เสียสละ”
หากเราไม่รู้ว่าจะทำสิ่งใดมอบให้แก่กับคนที่เรารัก ก็ขอให้ทำทุกสิ่งในวันนี้ให้ดี ทำทุก ๆ สิ่งในวันนี้ด้วยความ “เสียสละ”

เมื่อได้ทำความดีแล้ว เสียสละแล้ว ก็ขอให้มอบริยยิ้มที่อิ่ม “ปิติ” นั้นส่งต่อไปให้ถึงคนที่เรารัก
หลับตาแล้วคิดถึงเขา บอกเขาวว่าวันนี้ด้วยความรักที่เขาเคยมอบให้เรานั้น เราได้นำความรักที่ได้มานั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังเพื่อสร้างคุณงามและความดี
ความรักที่เขามอบให้เรานั้นจักไม่สูญเปล่า ก็เพราะเราได้ก้าวผ่านคำว่า “เห็นแก่ตัว”
ความสวยงามแห่งรักจักสวยงามได้ด้วย “การให้” การให้ที่ประเสริฐ บริสุทธิ์ และสิ้นสุดแห่งความเห็นแก่ตัว...