...การทำงานในชุมชนเพื่อที่จะให้ชาวบ้านดูแลสุขภาพตนเองให้ได้ผล ควรจะมีเครือข่ายปฐมภูมิเชื่อมโยงสู่ทุติยภูมิและตติยภูมิที่ดีเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่มีปัญหาซับซ้อน ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทีมผู้ปฏิบัติงาน

วันนี้เป็นโอกาสดี Sha Yomraj ขอเปิด Blog ด้วยบทความ "ตติยภูมิ หัวใจปฐมภูมิ ...จะทำงานในพื้นที่ต่อไป" ของท่านผู้อำนวยการชัชรินทร์  ปิ่นสุวรรณ ผู้นำสูงสุดขององค์กรเรา ...เป็นเสมือนสัญญาใจ ว่าท่านจะไม่ทอดทิ้งพวกเราไปไหน...ท่านจะมีแนวคิด มุมมองอย่างไร เชิญติดตามได้เลยค่ะ

 

        28 ปี ของการเป็นแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ทั้งปฏิบัติและบริหาร รพช./รพท./รพศ.

          ประสบการณ์จากโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ชาวบ้านจะมาโรงพยาบาลมีความลำบากมาก สถานีอนามัยยังไม่มีความพร้อม นโยบายสาธารณสุขยังไม่ชัดเจน ท้องถิ่นและภาคประชาชนยังไม่เข้มแข็ง  รพช. ต้องส่งต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคซับซ้อนไปรักษาในโรงพยาบาลจังหวัด การเป็นเครือข่ายกัน   มีอุปสรรคมากมาย   

          เมื่อมีโอกาสเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลชุมชน แม้มีความตั้งใจที่จะทำงานก็ติดเรื่องความไม่พร้อมของทีมและเครือข่าย

          ...การทำงานในชุมชนเพื่อที่จะให้ชาวบ้านดูแลสุขภาพตนเองให้ได้ผล ควรจะมีเครือข่ายปฐมภูมิเชื่อมโยงสู่ทุติยภูมิและตติยภูมิที่ดีเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่มีปัญหาซับซ้อน ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทีมผู้ปฏิบัติงาน...  

           เห็นชาวบ้านจนๆ เป็นโรคนิ่วมาก จึงคิดไปเรียนเป็น หมอ URO เพื่อจะได้เรียนรู้วิธีรักษาที่ดีที่สุด และที่สำคัญคือรู้วิธีป้องกัน

           จบกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลจังหวัด ในฐานะผู้ปฏิบัติ ผ่าตัดรักษาโรคนิ่ว พร้อมกับสร้างเครือข่าย รพท. /รพช.  โดยใช้ประสบการณ์ในอดีต  มาสร้างความเข้าใจ เห็นใจช่วยเหลือโรงพยาบาลชุมชน  สร้างเครือข่ายผู้ป่วยโรคไต  ทำงานเชิงรุกร่วมกับทีมสหวิชาชีพเพื่อร่วมมือกันเผยแพร่วิธีป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคนิ่ว พบว่า ชาวบ้านเชื่อถือและให้ความร่วมมือดีมาก

           ในบทบาทผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้ใช้แนวคิด Self  Health Care ร่วมกับการพัฒนาเครือข่ายสาธารณสุขและขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายภาคประชาชน  คิดว่านอกจากการรักษาที่ปลอดภัย ( Safety Care)  แล้ว ต้องควบคู่กับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเสมอ 

           การที่จะเปลี่ยนแนวคิดคนทำงานในภาคตติยภูมิให้เชื่อมโยง เห็นความสำคัญของปฐมภูมิเป็นเรื่องที่ยากมากและต้องใช้เวลา เมื่อมีกระบวนการ  HA / HPH  เข้ามา  จึงช่วยในการเชื่อมต่อของตติยภูมิและปฐมภูมิอย่างเป็นระบบโดยใช้หลัก Hospital Based ร่วมกับ Community Based   เกิดขั้นตอนและช่องทางที่ชัดเจน  ช่วยผู้บริหารในการถ่ายทอดแนวคิดและแนวทางทำงานแก่ผู้ปฎิบัติได้ดีขึ้น

          โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ขนาด 600 เตียง ผ่านการรับรอง HA& HPH Accreditation เมื่อต้นปีนี้

          สิ่งที่อยากได้และได้เกิดขึ้นแล้ว คือ การทำงานเป็นทีมที่ชัดเจน เป็นสหสาขาวิชาชีพทั้งด้านมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยและงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งการเชื่อมโยงสู่ชุมชนได้เริ่มแล้วและกำลังจะทำต่อไป   

           SHA เป็นสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องมือในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ เชื่อมโยงสู่ชุมชนได้ง่ายขึ้น โดยเราจะใช้ความเชื่อถือและศรัทธาของโรงพยาบาล ไปสร้างเครือข่ายสุขภาพปฐมภูมิ ให้เป็นระบบและยั่งยืน

            และนี่เป็นตัวอย่างของจุดเริ่มต้นที่ใช้แนวคิดนี้ ของทีม PCT อายุรกรรม ในการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง โดยหมอโรคไต (Nephrologist) และสหสาขาวิชาชีพ โดยมีเป้าหมายว่า ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังมีคุณภาพชีวิตที่ดี และทำอย่างไรชาวบ้านจะไม่ป่วยเป็นไตวาย

            การล้างไตทางช่องท้อง (CAPD) เป็นทางเลือกของผู้ป่วยไตวายและการทำงาน อันนี้เอง ทำให้โรงพยาบาลได้สร้างเครือข่ายปฐมภูมิกับชุมชนและท้องถิ่นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

            เกิดเป็น ชมรมเพื่อนโรคไต (ใจแข็งแรง) มีกิจกรรม Self Help Group มีการพัฒนาไปอย่างกว้างขวาง มีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม การฝึกอาชีพสร้างรายได้ ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่ผู้อื่นจนเกิดภาคีเครือข่าย ในเรื่อง ทำอย่างไรไม่ให้ป่วยเป็นเบาหวาน ...ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคไตวายเรื้อรัง                                

           ถ้าได้ขยายวิธีคิดนี้ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง “ตติยภูมิ...หัวใจปฐมภูมิ” เชื่อได้ว่า ความสำเร็จและยั่งยืนจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

           12 ปีเศษ ในบทบาทผู้อำนวยการ รพศ./รพท. 3 จังหวัด (กาฬสินธุ์ สมุทรสาคร สุพรรณบุรี) ซึ่งมีบริบทของพื้นที่ต่างกันชัดเจนในเชิงเศรษฐกิจ อาชีพ สภาพความเป็นอยู่ สังคมและวัฒนธรรม การจัดบริการของแต่ละโรงพยาบาลมีความแตกต่าง วัฒนธรรมการทำงานของเจ้าหน้าที่เองก็มีความแตกต่างเช่นกัน  

            กระบวนการ HA / HPH สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารงานและสร้างความเข้าใจของทีมให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ช่วยให้ทุกคนมีที่ยืนในการทำงาน ด้านตติยภูมิสามารถพูดถึงการป้องกันได้ ด้านปฐมภูมิมีเวทีในการนำเสนอปัญหาของพื้นที่และมีที่ปรึกษา 

           เมื่อต่อยอดมาถึง SHA  ...ถือว่าเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการอย่างมาก จะเป็นการปลุกกระแสความคิดของทีมสุขภาพที่จะตอบโจทย์การทำงานของตนเองและทีม ในมุมต่างๆ อย่างสมดุล (ปลอดภัย ได้มาตรฐาน พอเพียง ยั่งยืน) 

            ความมีเสน่ห์ของ SHA คงอยู่ที่...มีหลักการและแนวคิดที่ชัดเจน...โดยยืดหยุ่นและมีอิสระในการนำไปประยุกต์ในแต่ละบริบทของพื้นที่ ตอบสนองคนทำงานทุกกลุ่มและทุกคน

           SHA จะเป็นประโยชน์เพียงไร...คงขึ้นกับผู้เรียนรู้จะนำไปใช้และพัฒนาต่อยอดงานของตนเองอย่างไร...