เล่าต่อเนื่องจากการไปติดตามโครงการ SP2 ที่ภาคเหนือ  ได้พบครู 2 คนที่อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นครู เป็นเพียงพนักงานราชการ  แต่มีจิตอาสา  นำพานักเรียนทำกิจกรรมลดภาวะโลกร้อนจนได้รับรางวัล  และได้รับคำชื่นชมจาก สพท.ลำปาง เขต 3 
     ครูคนแรกคือ น.ส.แววดาว  รู้เพียร 
ครูโรงเรียนเมืองปานวิทยา จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง วิชาเอกเคมี  เป็นพนักงานราชการมา 5 ปีแล้ว  ได้นำนักเรียนทำสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน และกิจกรรมลดภาวะโลกร้อนอีกหลายกิจกรรม  จนทำให้โรงเรียนได้เป็นต้นแบบปันรักให้โลก
     ครูคนที่สองคือ น.ส.พัชรี  ชุมภู 
พนักงานราชการ โรงเรียนเมืองปานวิทยา เช่นกัน  ตั้งชมรมต้นกล้าพิกุลทอง  ทำโครงการกล้าอาสา  นำนักเรียนทำกิจกรรมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
     ยังมีครูและนักเรียนอีกจำนวนมากที่มีจิตสำนึกทำกิจกรรมลดภาวะโลกร้อน กันในโรงเรียน  
     นอกจากนี้ยังได้พบโครงการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านสา ในการสืบสานตำนานม่อนก๋องข้าว โดยทีมงานวิจัยสาสบหก  ที่ใช้ตำนานปลุกจิตสำนึกให้ชาวบ้านรักป่า อนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร ก็ขอปรบมือให้มา ณ ที่นี้ 
     ตอนที่ไปเยี่ยม สพท.ผมมีข้อเสนอแนะเรื่องนี้ว่า  ไม่อยากให้ สพท.ปล่อยให้โรงเรียนทำโครงการกันไปอย่างขาดทิศทาง แต่อยากให้ สพท.ลงมาเป็นเจ้าภาพสร้างเครือข่ายการลดภาวะโลกร้อนกับปัญหาวิกฤตขณะนี้จริงๆจังๆอย่างเป็นระบบและเป็นองค์รวม นั่นคือ กระตุ้นให้แต่ละโรงเรียนสร้างจิตสำนึกแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานต่างๆ เรื่องปัญหาจากการเผาป่า โดยอาจให้แต่ละโรงเรียนรับผิดชอบในชุมชนที่เป็นอาณาเขตพื้นที่ของโรงเรียน คิดกิจกรรม แล้วดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการคิดกิจกรรมให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์จากป่าโดยที่ไม่เผาและตัดไม้ทำลายป่าด้วย  สพท.อาจประสานงานกับหน่วยงานต่างๆระดับจังหวัดให้ความร่วมมือ สนับสนุนส่งเสริมด้วย ก็จะเกิดพลังผสานร่วม และมีทิศทางที่ชัดเจน  แล้วมีการประกวดแข่งขันกันว่า  พื้นที่ของโรงเรียนใดที่รับผิดชอบ แล้วไม่เกิดการตัดไม้ ทำลายป่า เผาป่า ก็มีรางวัลให้  และให้นำวิธีปฏิบัติที่ดีเหล่านั้นเผยแพร่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เป็นต้น
       ถ้า สพท.ใดในภาคเหนือ ทำกิจกรรมที่เป็นระบบเช่นนี้ น่าจะได้ A4 ในการประเมินกลยุทธ์ที่ 1 ของ สพฐ.นะ