๗ มีนาคม ๒๕๕๓
สวัสดีค่ะคุณครู
สามวันละที่ไม่ได้เขียนจดหมายถึงครู ทั้ง ๆ ที่มีเสียงเตือนดังก้องอยู่ในใจ แทบจะเป็นเสียงตะโกน มาถี่ ๆ ถ้าเป็นเสียงภายนอกป่านนี้เขาคนนั้นคงคอแหบไปแล้วค่ะ แท้ที่จริงสามวันนี้แม้หนูจะมีกิจกรรมเพิ่มเติมขึ้นมาในชีวิตหลายอย่าง แต่ก็ไม่ได้มากมายขนาดที่จะให้เวลาในการเขียนจดหมายไม่ได้ เป็นความละเลยอย่างจงใจ วันนี้ตอนเช้า ๆ หนูหลบมุมไปนั่งทบทวนกับตนเองใต้ร่มไม้
หนูเป็นอะไร ทำอะไรอยู่ ทำไม มันดูไม่ไปหน้าไม่มาหลังสักที อ่านความคิดเห็นที่ครูเข้ามาตอบ ใจก็รู้สึกสบายขึ้น แต่ก็เหมือนยังมีข้อกังขาในตนเองค่ะ หนูเดินอยู่แล้วก็พิจารณาก็มีเสียงเทศน์ของหลวงปู่ที่ท่านเคยเล่าเรื่องโยมคนหนึ่งให้ฟังว่า
“เขาคนนี้ภาวนามานานแล้ว ทำจิตตภาวนา แต่เขาก็มาบ่นว่า เขาไม่ไปถึงไหน” หลวงปู่ก็ถามเขาว่า “แล้วจะไปไหนหล่ะ” แล้วท่านก็หัวเราะ “การภาวนาหน่ะมันไม่ได้ไปไหน มันก็แค่อยู่ในกายในใจเรานั่นแหละ”
แท้ที่จริงหนูคอยแต่คิด ติดอยู่กับความคิดของตนเอง ติดอยู่กับภาพที่ตนเองไปสร้างไว้จินตนาการไว้ว่า “ถ้าก้าวหน้าต้องเป็นแบบนี้ ๆ โดยที่หนูไม่รู้ตัว” ครูขาในหัวหนูมันแทบจะมีภาพจินตนาการของการบรรลุธรรม พอหนูเห็นแล้วก็รู้สึกอะเหน็ดอนาจในความโง่ แต่อวดฉลาดของตนเอง ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าสงสารจริง ๆ เหมือนคอยหลอกตัวเอง โดยใช้ความคิดของตนเองนี่แหละค่ะหลอกตนเอง (ตอนที่เขียนอยู่ก็รู้สึกขำปนถากถางตนเอง พอเห็นแล้วมันก็หายไป แล้วก็กลับมาที่ลมหายใจค่ะครู)
หนูก็ย่อหย่อนในตนเองจริง ๆ หน่ะแหละ แต่ก็รู้สึกว่ายอมรับความบกพร่องในตนเองไม่ได้ค่ะ แต่ผลที่ปรากฏมันก็ฟ้องความจริงอย่างชัดเจนในตัวของมันอยู่แล้ว หนูปฏิเสธความจริงข้อนี้ไม่ได้ (พอรู้สึกได้อย่างนี้ก็พอไหวค่ะครู)
สองสามวันมานี้ อืมจะว่าทั้งอาทิตย์ก็ได้ค่ะ เหมือนหนูกลับไปใช้ชีวิตอย่างเดิม คล้ายกับก่อนรู้จักครู คือ มีพี่ ๆเพื่อน ๆ เข้ามาในชีวิต สับเปลี่ยนเวียนหมุนกันไป มีกิจกรรมเพื่อสังคมให้กระโดดเข้าไปทำ แต่ก็แปลกอยู่ว่า มันเป็นความเหมือนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม เหมือนเดิมคือ เมื่อก่อนถ้ามีคนมาอยู่ด้วย หรือ มาทานข้าวด้วย หนูก็รับรองอย่างเต็มที่แต่ใจก็เป็นเครียด ๆ หนัก ๆ เพราะมันมีความรู้สึกกลัวดูไม่ดี ซ่อนอยู่ แต่มาตอนนี้ความรู้สึกนี้เบาลง บางทีตอนดูหนังก็ไม่ได้สนุกอิน เหมือนเมื่อก่อน เหมือนหนูเปิดใจตนเองมากขึ้น อืมตอนที่หนูทำ หนูไม่ได้พิจารณาตรงนี้เลยค่ะครู แต่พอมาเขียนจดหมายหาครูแล้วหนูพึ่งนึกได้ว่า
“ใช่ค่ะ มันเหตุการณ์เหมือนเดิม แต่ใจหนูไม่เหมือนเดิม เพราะว่ามันเบาลง”
หนูยังต่อต้านครูไหม ใจมันยังต้านอยู่อย่างที่ครูชี้ให้เห็นค่ะ เพราะอะไรหนูถึงยอมรับว่าอย่างนั้น เพราะว่ากิจวัตรที่ครูเคยชี้แนะให้ทำหนูเองยังละเลย เป็นผลที่สะท้อนเหตุแห่งการต่อต้านในใจหนู ที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า แม้หนูจะทำตามวิถีที่ครูแนะ แต่หนูก็ยังทุ่มเทไม่พอ ฉันทะไม่เกิด แต่ถามว่าหนูทำไหม หนูทำ แต่ก็ยังไม่เต็มที่
หนูถามตนเองเมื่อไหร่จะเต็มที่ เมื่อรู้สึกว่า ทำแล้วมันสุดยอด แล้วเมื่อไหร่จะถึงคำว่าสุดยอด ในเมื่อหนูไม่ได้ทำ น่าน ชัดเลยค่ะครู กลายเป็นว่า หนูอยากได้แต่ไม่ทำ มันน่าเพ่งกะบาลจริง ๆค่ะ อยากได้ผลของการปฏิบัติแต่หนูไม่ปฏิบัติ มายืนชี้ ๆ ยอดไม้ ร้องไห้จะเอาผลไม้ ครูก็เมตตาสอยลงมาปลอกเปลือกให้ เหลือแค่หนูหยิบเข้าปากแล้วก็เคี้ยวเท่านั้นเองก็จะรู้รสชาดแล้ว แต่หนูก็ไม่ทำ ความจริงข้อนี้ถูกใจหนูปิดบังมาตลอด
แม้มันจะดูสะเปะสะปะ แต่หนูก็จะค้นหาตนเองไปเรื่อย ๆ ค่ะคุณครู กราบขอบพระคุณในความรักความเมตตากับหนูมาตลอด
ศีล
ข้อ ๑ หนูพยายามเลี่ยงการฆ่าสัตว์ค่ะ แม้ว่าในห้องจะมีมดบ้าง แต่ก็หาทางให้เขาออกไปโดยปลอดภัย เพ่งโทษตนเองยังมีบ้างค่ะครู แต่ก็รู้สึกว่าเบาลง การมีลมหายใจเป็นเหมือนการใส่หน้ากากออกซิเจน ทำให้กรดในกระเพาะอาหารหนูหลั่งน้อยลง หนูยังอยู่กับลมหายใจไม่ได้ตลอด แต่ก็ยอมรับในตนเองเลยค่ะว่า การได้เห็นลมหายใจตนเองทำให้ มันโล่งสบายขึ้น
ข้อ ๒ หนูไม่ได้ขโมยของใคร แล้วการได้มีโอกาสไปทำบุญที่บ้านบุญญาทร ร่วมกับเพื่อน ๆ ทำให้หนูรู้สึกดีที่ได้มีโอกาสแบ่งปันและร่วมกิจกรรมดี ๆ กับเพื่อน ๆค่ะ
ข้อ ๓ ข้อนี้อาจจะน่าหวั่นใจสักหน่อยค่ะครู ทุกครั้งที่หนูอยู่ในวงเพื่อน ๆ มาก ๆใจมันแกว่งอย่างชัดเจน วิ่งไปวิ่งมา โชคดีที่ครูมอบลมหายใจให้หนูไว้ ช่วยให้หนูสำรวจกายและวาจาได้ดี ส่วนใจนั้น มันแกว่งจนบางทีรู้สึกหวั่นใจค่ะครู
ข้อ ๔ ข้อนี้เป็นความบกพร่องอย่างรุนแรง หนูแทบจะไม่สามารถรักษาคำพูดที่เคยให้ไว้กับครูได้เลย ทั้ง ๆ ที่มีเสียงเตือนอยู่ภายใน แต่ใจก็เข้มแข็งไม่พอที่จะลงมือทำ แม้ตอนนี้จะไม่ใช่การโกหกซึ่ง ๆหน้า แต่การทำตามความตั้งใจ และคำพูดที่เคยบอกครูไว้ไม่ได ทำให้หนูรู้สึกว่า ข้อนี้เป็นจุดบกพร่องที่หนูต้องปรับปรุง
ข้อ ๕ หนูไม่ได้ดื่มเหล้าค่ะ การอยู่กับเด็ก ๆ กระตุ้นสติได้ดี แต่แปลกที่การอยู่คนเดียวง่ายมากที่หนูจะหลงจมอยู่ในอะไรสักอย่าง เห็นได้ชัดเจนว่าหนูเคยชินกับการหลงมานาน การก้าวออกจากความเคยชินไม่ง่าย แต่ก็จะพยายามค่ะ