วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ดิฉันตื่นแต่เช้า ออกไปเดินที่ชายหาด เจอหน่อยกับสาวออกมาไล่ๆ กัน หมอฝนตามมาทีหลัง พระอาทิตย์ขึ้นสวย คลื่นซัดชายหาดเป็นฟองเชียว
พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ณ ชายหาดเฉวงน้อย
ทรายที่ชายหาดไม่ขาวเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งตอนนี้มีเตียงนอนอาบแดดวางเรียงกันเยอะเลย (หลายปีก่อนไม่มี) บริเวณที่ติดกับแฟร์เฮาส์ฯ กำลังก่อสร้าง จึงมีการล้อมรั้ว ริมรั้วมีร้านขายผลไม้ของชาวบ้านให้เห็น
ชายหาดเฉวงน้อยยามเช้า
ที่ชายหาดมีรอยเท้าทั้งของคนวิ่งและคนเดิน พวกเราตรวจดูว่ามีรอยไหนที่เท้าแบนเท้าโค้งสูงบ้าง แถมวิเคราะห์ด้วยว่าเขาลงน้ำหนักอย่างไร ใช้เวลาที่ชายหาดจนแดดเริ่มกล้า จึงย้ายเข้าไปรับประทานอาหารเช้าในห้องอาหาร ที่นั่งในร้านไม่เพียงพอกับแขกที่มาพัก นั่งอยู่นานไม่ได้ ดิฉันและหมอฝนนอนคุยกันที่ข้างสระน้ำใกล้กับห้องอาหาร อากาศดีจริงๆ มีนกหลายชนิดบินมาและเกาะต้นไม้ให้เห็น ดิฉันชอบมองท้องฟ้าและเห็นยอดมะพร้าวด้วย
สระน้ำใกล้ห้องอาหาร
สายแล้วเราได้พบกับคุณวิทย์จึงคุยกันว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้าง สถานที่แห่งแรกที่เราไปเที่ยวชมคือโรงแรมแห่งใหม่ของคุณวิทย์ชื่อแฟร์เฮาส์วิลล่า แอนด์ สปา เป็นที่พักราคาสูง แม้ชายหาดจะสวยสู้ที่เฉวงน้อยไม่ได้ แต่ทิวทัศน์ทะเลก็สวยงามมาก เราถ่ายภาพกันแบบไม่กลัวตัวดำ
ซ้าย ล็อบบี้ที่แฟร์เฮาส์วิลล่า แอนด์ สปา ซ้าย บ้านพักด้านล่าง
ซ้าย ริมสระน้ำ ขวา มองทะเลจากด้านบนของวิลล่า
เราได้รถปิ๊กอัพมาใช้ ๑ คันและหนุ่มพนักงาน ๑ คน (ลืมชื่อเสียแล้ว) ไปเที่ยวที่วัดพระใหญ่ แล้วแวะเก็บข้าวของและ Check out ออกจากโรงแรม ที่เที่ยวต่อไปคือหาดละไม หินตา-หินยาย น้ำทะเลที่นี่ใสและสีสวยมากๆ ท้องฟ้าก็สวยงามอย่างยิ่ง มีฝรั่งมาดำน้ำด้วย เราซื้อกาละแมเป็นของฝากให้พรรคพวก
หินตา - หินยายที่ขึ้นชื่อของสมุย
ออกจากหาดละไมเราแวะรับประทานอาหารกลางวัน (บ่าย) ที่ร้านลานทะเลที่ ต.มะเร็ต ของน้องบี๋ญาติของคุณวิทย์ ดิฉันรู้จักกับน้องบี๋ตอนที่น้องเขาไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ร้านนี้เพิ่งเปิดได้ ๓ เดือน อาหารสด อร่อย และราคาไม่แพง ร้านโล่ง โปร่งสบายและอยู่ริมทะเล หากใครไปเที่ยวเกาะสมุย ลองแวะดูนะคะ
ที่ร้านลานทะเล ระหว่างรอก็กิน "อาหารว่าง" ไปก่อน
บ่ายแก่แล้วคุณวิทย์โทรศัพท์ตาม เพราะเราบอกว่าจะแวะไปเยี่ยมแม่และคุณแอ๊ด พี่สาวของคุณวิทย์ บ้านของแม่อยู่ใกล้ทางเข้าน้ำตกหน้าเมือง แม่มีอายุ ๗๗ ปีแล้ว เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเพราะหกล้มได้ไม่นาน ตอนนี้เวลาเดินจึงต้องใช้ไม้เท้า แม่เป็นเบาหวานและไขมันในเลือดสูง เราสอนให้คุณแอ๊ดตรวจน้ำตาลในเลือดให้แม่ด้วยเครื่อง Horizon รุ่นใหม่ ดิฉันคุยกับแม่ น้องๆ สอนคุณวิทย์ว่าจะออกกำลังกายอย่างไรเพื่อลดอาการปวดหลัง หลังจากนั้นจึงพากันจะไปดูน้ำตกหน้าเมือง
ทางเข้าน้ำตกเปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้มีฟาร์มจระเข้ด้วย จากที่รถจอดต้องเดินอีกประมาณ ๑๕ นาทีกว่าจะถึงน้ำตก เราเห็นทางแล้วเปลี่ยนใจเพราะกลัวไม่ทันขึ้นเรือเที่ยว ๑๖ น. อีกทั้งไม่แน่ใจว่าน้ำตกจะมีน้ำหรือเปล่า หนุ่มโชเฟอร์พาเราบึ่งไปขึ้นเรือที่หน้าทอนได้ทันเวลา
เรือที่เราขึ้นขากลับ ที่ดาดฟ้าไม่มีหลังคา เราจึงนั่งในห้องโดยสารติดแอร์ หน่อยเอารูปที่ถ่ายของทุกคนลงเครื่องคอมพิวเตอร์ หมอฝนนั่งคุยได้พักเดียวก็หลับไป กวางก็หลับ เรือถึงท่าที่ดอนสักเวลา ๑๗.๓๐ น.กว่า รถตู้ขนกระเป๋าของทุกคนจาก มวล. มารอรับเราที่ท่าเรือเพื่อไปส่งทีมครบุรีขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุราษฎร์ธานี
ไปถึงสนามบิน ยังมีเวลาก่อนเครื่องบินออกเหลือเฟือ น้องๆ ซื้อของฝากกันอีกจนแพ็คได้ ๑ ลัง ตอนแรกวุ่นวายนิดหน่อยเนื่องจากหมอฝนหากุญแจรถ (จอดไว้ที่ดอนเมือง) ไม่เจอ คิดว่าทิ้งไว้ที่โรงแรมเรือนวลัยที่ มวล. ต้องโทรศัพท์ติดต่อหลายทางทั้งที่ มวล. และที่บ้านหมอฝนที่สระบุรี แต่ในที่สุดก็ค้นเจอในกระเป๋าที่ load ไปแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งไปขึ้นเครื่อง
จบ Trip สั้นๆ ที่เกาะสมุย หากไม่ติดวันตรุษจีนคงจะอยู่เที่ยวกันได้นานกว่านี้ และหากมีแกนนำเครือข่ายเบาหวานมากันได้หลายคน เราก็คงมีความสุขยิ่งขึ้น
วัลลา ตันตโยทัย
ขอบคุณค่ะ สำหรับภาพแรกงามมากๆ ค่ะท่านอาจารย์
เคยไปเกาะสมุย ยังคิดว่าเอ อยู่เมืองไทยรึนี่แบบฝรั่งเยอะมากค่ะ ;)
น่าไปเที่ยวนะคะ ไปเที่ยวได้งานด้วย
สวยจังเลยค่ะ อาจารย์พอลล่าไปพังงามาค่ะ วงเล็บว่าไปทำงาน คะ อิอิ
สวัสดีน้องพอลล่า
เดือนกุมภาพันธ์ พี่ก็ไปทำงานที่พังงามา ๒ รอบ ลองตามอ่านย้อนไปจาก http://gotoknow.org/blog/adminwu/342016 วิลล่าที่ไปพักสวยงามน่าอยู่มากเลย
วัลลา
ลืมเล่าไปว่ามื้อกลางวัน ที่ร้านลานทะเล เราอยากกินอาหารท้องถิ่นของเกาะสมุย เลยได้กินแกงคั่วหอยหลุบ ต้มกะทิตัววาย หมูคั่วเคย ปลากระบอกทอด (ตัวใหญ่) ผัดใบเหลียง
หอยหลุบ เวลากินจะกรุบๆ มีผิวดำๆ สากๆ ส่วนตัววายก็เหนียวดี
ตอนนั้นกำลังหิว เลยไม่ได้ถ่ายภาพอาหารไว้เลย
วัลลา