นานมาแล้ว มากกว่า ๙ ปี

ที่ฉันมีเพื่อนๆ เจ้าตัวเล็กมากมายที่อาศัยอยู่ข้างๆกายและความรู้สึก

เป็นเพื่อนสนิท  เป็นเพื่อนยามเหงา เป็นเพื่อนผู้สร้างสุนทรีย์ในอารมณ์ให้ฉันทุกเวลา

ทุกเช้า ทุกค่ำ ทุกยามราตรี  ยามค่อนแจ้ง แม้ยามกลางวันที่แสงสุรีย์ส่องจ้า

เพื่อนๆต่างมาทำหน้าที่เพื่อนได้อย่างวิเศษสุด

เพื่อน..ผู้ช่วยขับกล่อมด้วยเสียงธรรมชาติ

เพื่อน..ผู้สม่ำเสมอในการทำหน้าที่

ปลุกฉันตื่นในยามเช้า

บรรเลงเสียงสวรรค์ในยามค่ำคืนและค่อนรุ่ง

อ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆ ...อึ๊งอ่างๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดังบ้างเบาบ้าง ใกล้บ้างไกลบ้าง

วิ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...     ดุเว๊า ดุเว๊า  ดุเว๊าๆๆ...

แกว๊กๆๆๆๆ....จิ๊บๆๆๆๆๆ  และอีกหลากหลายเสียง

ที่เสมือนดั่งเสียงสวรรค์สำหรับฉันเลยทีเดียว

ทั้งๆที่ฉันไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเพื่อนรักทุกตัวเลย

 มีเพียงบางกลุ่มบางหมู่เท่านั้นที่ได้เห็นได้พบ

แม้ไม่ได้พูดคุย ทักทาย ไม่ได้ส่งยิ้มให้กัน แต่ฉันก็ซึมซับได้ถึงมิตรไมตรีที่ได้รับ

บางครั้งบางวันเมื่อฉันได้อยู่บ้าน มีเพื่อนๆมาอยู่ข้างๆฉัน

ข้างๆจริงๆ ห่างไม่ถึงวาเสียด้วยซ้ำ

เท่าที่ฉันขยันในการเก็บภาพเพื่อนๆ..ดั่งนางแบบเลย

ที่นี่ไง..ฉันยังจำได้**

ฉันเลือกมาอยู่ที่นี่เพราะฉันรักท้องทุ่ง ..แม้เป็นท้องทุ่งในเมือง

ในที่สุด การเปลี่ยนแปลงที่เป็นสัจธรรมก็มาเยือน

กว่าฉันจะทันรู้สึกรู้สา ดินจากรถลำแล้วลำเล่าก็ฝังเพื่อนๆฉันอยู่ใต้ผิวดินเสียแล้ว

ฉันรู้สึกเศร้าใจมาหลายวันแล้ว..

คอยแต่ยืนมองอยู่ข้างรั้ว ในวันหยุดนี้

ดินของรถแต่ละลำที่ทับถมเพื่อนๆของฉัน..หลากหลายมากมายชีวิตจริงๆ

ทังกบ เขียด อึ่งอ่าง ปลาไหล(ฉันเห็นมีคนมาดัก)จิ้งหรีด และสัตว์เล็กสัตว์น้อยอีกมากมาย

ฉันรู้สึกเจ็บปวดแทนชีวิตเพื่อนๆ น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

ฉันต้องหยิบกล้องคู่กายมา..เมื่อเห็นเพื่อนของฉันตัวหนึ่งมายืนอยู่ข้างๆห้องนอนของฉัน

 ยืนนิ่งๆนานๆ เช้าของวานนี้เอง เขาอาจมาหาอาหาร และมาทักทายเพื่อนๆ

 

  

..การเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาจริงๆ..