ปลายเดือน กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเที่ยวเกาะเต่าและเกาะนางยวน อันที่จริงจะเรียกว่ามีโอกาสก็ไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าใดนัก เพราะสร้างโอกาสให้ตัวเองได้ไปเที่ยวโดยการลาพักผ่อน  ทั้งนี้ทั้งนั้นได้ทำข้อสัญญาตกลงกับเพื่อนไว้ตั้งแต่ปีก่อนว่า จะต้องไปเที่ยวทะเลกันก่อนที่จะไปเรียน ถ้าไปเรียนต่อแล้วคงจะหาเวลาไปเที่ยวด้วยกันได้ลำบาก
 
กลับมาจากเที่ยวได้สองสัปดาห์ก็มีชีวิตยุ่งๆ อยู่กับการอยู่เวร...ทำไงได้ ก็เกิดมาเป็นคนมีเวรนี่นา...จึงไม่มีเวลาเขียนบันทึกใหม่ๆ วันนี้ฤกษ์งามยามดี ยามที่มีเวลาว่าง จึงทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาเขียนบันทึกกันลืม ก่อนบรรยากาศและสายลมแห่งท้องทะเลจะจางหายไปเสียก่อน
 
การเดินทางไปเที่ยวเกาะเต่าและเกาะนางยวนในครั้งนี้ ต้องเรียกว่าครบทุกทาง...เพราะนั่งเครื่องจากอุบล ไปลงที่ กทม. ต่อด้วยรถทัวร์จาก กทม.ไปลงท่าเรือที่ชุมพร แล้วก็นั่งเรือต่อไปยังเกาะนางยวนและเกาะเต่า ครบทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ (ยังขาดก็แต่ใต้ดิน)
 
การเดินทางครั้งนี้ เพื่อนของข้าพเจ้าเลือกใช้บริการของบริษัทเรือเร็วลมพระยา ซึ่งจองตั๋วรถทัวร์และเรือไปกลับกรุงเทพ-เกาะเต่า รวมทั้งทริปดำน้ำตื้น (ภายหลังเจ้าเพื่อนคนนี้บ่นว่า เค้าตั้งชื่อได้เหมาะสมมาก เพราะเรือเค้าเร็วจริง แต่ที่เหลือ ช้าหมด 555) ก่อนเดินทางบริษัทแจ้งให้ทราบว่ารถจะออกตอนสามทุ่ม แต่เอาเข้าจริงๆ พวกเราต้องรอจนสี่ทุ่มครึ่งกว่าล้อรถจะหมุน...เพื่อนที่มากับข้าพเจ้าบ่นเป็นหมีกินผึ้งทีเดียว
 
คืนนั้นเรานอนกันบนรถทัวร์ ไปถึงชุมพรก็ประมาณหกโมงเช้าพอดี อาจจะเป็นด้วยว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้การเดินทางครั้งนี้ข้าพเจ้ามีอาการเมาเรือ ทั้งๆ ที่ปกติแล้วจะไม่ใช่คนที่เมาเรือ ขนาดว่ารับประทานยาแก้เมารถเมาเรือเอาไว้ก่อน และก็นับว่าโชคดีที่ไม่ได้รับประทานอะไรเลยตั้งแต่กลางคืน...ตอนอาเจียนจึงไม่มีอะไรออกมา ให้ต้องเป็นอาหารปลาในทะเล
 
 
 
 
 ดอกไม้สีขาวเล็ก ที่เกาะนางยวน ดูน่ารักดี ให้ความสดชื่นท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ
 
 
 
น้ำทะเลสีฟ้าคราม สร้างความเย็นตา...เย็นใจ (แต่ไม่เย็นกาย เพราะวันนั้นแดดร้อนมากๆ)
 
 
 
 
ร้านอาหารที่เกาะนางยวน จัดบรรยากาศได้อย่างงดงาม...จนเพื่อนข้าพเจ้าอยากจะมาถ่ายรูป pre-wedding ที่เกาะนางยวน ^v^
 
 
 
 
 
มุมหนึ่งของร้านอาหารบนเกาะนางยวน...นั่งลิ้มรสอาหาร พร้อมชมทะเลสีฟ้าคราม
 
  
พอเรือจอดเทียบท่าที่เกาะนางยวน เท้าทั้งสองข้างได้แตะพื้นดิน... อาการผะอืดผะอมของข้าพเจ้าก็ทุเลาลง เกาะนางยวนเป็นเกาะส่วนตัวที่สวยมาก เค้ามีกฎของเกาะที่ไม่ให้นำขวดแก้ว ขวดพลาสติกเข้าไปในเกาะ เวลาดำน้ำดูปะการังก็ห้ามใช้ fin เพื่อเป็นการรักษาปะการังและสภาพทางธรรมชาติ  ข้าพเจ้ามีเวลาเที่ยวชมเกาะนางยวนเล็กน้อย เพราะจะต้องเดินทางไปดำน้ำยังเกาะเต่า...
 
 
 
 
 ภาพบรรยากาศรอบๆ เกาะนางยวน
 
 
เก็บรูปภาพความสวยงามของเกาะนางยวนได้สักพัก พวกข้าพเจ้าและเพื่อนตกลงใจกันว่า ต้องรับประทานอะไรบ้าง ไม่เช่นนั้นจะไม่มีแรงดำน้ำ แต่จะให้รับประทานอาหารเลยก็คงจะไม่ไหว เพราะแทบทุกคนยังมีอาการคลื่นไส้ เดินๆ ไป เห็นตู้ขายไอศกรีม...อืม ไอศกรีมสักถ้วยคงจะพอให้พลังงานได้บ้าง ดีกว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย  ไอศครีมที่เกาะนางยวนแพงมาก...เป็นไอศครีมที่แพงที่สุดที่ข้าพเจ้าเคยซื้อรับประทานเลยทีเดียว กล่องละร้อยบาทแน่ะ...นี่ถ้าไม่หิวและกลัวว่าจะไม่มีแรงดำน้ำ คงไม่ซื้อหรอก...กินเสร็จถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันสักหน่อย
 
 
 
ไอศครีม...สี่ถ้วย...สี่ร้อย แพงจัง แต่ก็ต้องกัดฟันซื้อด้วยความหิว
 
 
 
 
ทางไป Japanese garden...จุดดำน้ำตื้น เค้าว่ากันว่าปะการังใต้น้ำดูเหมือนกันสวนญี่ปุ่น จึงตั้งชื่อเช่นนี้...อืม สวนญี่ปุ่นเป็นไงข้าพเจ้าเปรียบเทียบไม่ถูก รู้แต่ว่าปะการังใต้น้ำสวยงามน่าชมทีเดียว
 
 
 
 
น้ำทะเลที่เกาะนางยวนใสมากๆ...มองเห็นปลาแหวกว่ายมากมาย
 
 
มาถึงเกาะนางยวนทั้งทีก็ต้องขึ้นไปจุดชมวิว ที่เค้าชอบถ่ายรูปกัน เหมือนๆ กับที่ปรากฏในโปสการ์ด (เพื่อนของข้าพเจ้าบอกว่าเป็น highlight)  กว่าจะขึ้นไปถึงก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ระหว่างทางมีเพื่อนร่วมทางเป็นฝรั่งซะส่วนมาก ไม่ค่อยมีคนไทยเท่าไหร่ ระยะทางเดินขึ้นไกลพอสมควร แต่ว่ามีทางเดินที่ทำไว้จึงเดินได้อย่างสะดวก ไม่ต้องป่ายปีนมากนัก พอไปถึงจุดชมวิวรู้สึกดีมากๆ  ได้เห็นทะเลที่มองจากมุมสูง วิวสวยใช้ได้ (แต่อากาศจะร้อนมากๆ) ที่สำคัญ ได้พักเหนื่อยด้วย การเดินขึ้นไป view point นี้ เป็นการทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่องละหัวใจได้อย่างดีทีเดียว อิอิ
 
 
 
To be continue....