• เมื่อหลายเดือนก่อนได้คุยกับรองคณบดีฝ่ายแผนและสารมนเทศ ผศ.จรินทร์  ปภังกรกิจ ถึงการจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ของคณะฯ

  • ต่อมาอีกไม่นาน ท่านได้กรุณาแนะนำให้ติดต่อท่านผศ.สุวดี  เอื้ออรัญโชติ  ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายทันตแพทยศาสตร์ศึกษา ซึ่งได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากระบวนกรจิตตปัญญาศึกษา ปี 2552 ซึ่งจัดโดยศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

  • อาจารย์หมอสุวดี แจ้งว่าจะมีทีมงานมาจัดอบรมที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และอาจารย์ขอให้มาจัดที่คณะทันตแพทยศาสตร์ ๑ กลุ่ม จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม ๓๐ – ๓๕ คน ใช้เวลาอบรม ๒ วัน ครึ่ง โดยส่วนตัวคิดว่าคงเป็นการอบรมที่ดี

  • ท่านมีทีมที่เป็นบุคคลที่ได้เข้าอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จากหลายอาชีพจะมาเป็นกระบวนกรจัดการอบรมที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

  • เมื่อเกือบเดือนที่ผ่านมา คุณมาลี   มีครไทย หน่วยทรัพยากรบุคคล ได้จัดทำกำหนดการอบรมที่คณะฯ เรื่อง พลังกลุ่มและความสุข ไม่จำกัดผู้เข้ารับการอบรมว่าจะเป็นอาจารย์ บุคลากรในคณะฯ กำหนดจัดในวันบ่ายพุธที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ และเต็มวันพฤหัสบดีถึงศุกร์ที่ ๒๕ - ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ สำหรับผู้เข้าอบรมจำนวน ๓๐ คน เพราะห้องที่ใช้ในการจัดอบรมค่อนข้างเล็ก และขอให้ผู้จะเข้ารับการอบรมต้องเข้าอบรมแบบเต็มเวลา (สองวันครึ่ง)

  • เมื่อให้หน่วยทรัพยากรบุคคลประชาสัมพันธ์ออกไป ในตอนแรกมีผู้สมัครน้อย เพราะหลายท่านคงคิดว่าต้องใช้เวลาที่ต้องเสียโอกาสที่จะจัดการกับงานในความรับผิดชอบของตนเอง

  • ตอนแรกผู้แจ้งเข้าร่วมอบรมมีจำนวนน้อย คุณมาลี มาถามว่า “พี่จะเข้าอบรมไหม” ตัวเองได้ตอบไปว่า “เข้า” ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจะติดภาระกิจอะไรไหม

  • พอถึงสัปดาห์ก่อนการอบรมมีผู้แจ้งชื่อเพิ่มอีก ส่วนเราเองก็มีงานด่วนในบ่ายวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ จึงขอให้คุณมาลีถามอาจารย์หมอสุวดี ว่าไม่สามารถเข้าอบรมเต็มทุกวันได้ไหม

  • เมื่อใกล้ถึงวันจัดอบรม คุณมาลีมาถามอีกว่าผู้สมัครเข้าอบรมเกินจำนวน ๓๐ คนแล้ว เราก็คิดว่า เอ แล้วเราต้องสละสิทธิ์ไหมเนี่ย

  • จนเมื่อพุธที่แล้ว น้องที่ทำงานมาถามคล้ายอยากเข้าอบรม ตอนนั้นเริ่มลังเลว่าจะให้น้องไปเข้าอบรมแทนดีไหม

  • แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจขอเข้ารับการอบรมเอง

  • พอถึงบ่ายวันพุธ ทั้งที่วันนั้น ส่วนตัวแล้ว มีงานกิจกรรมที่ต้องทำมากถึง ๔ อย่าง แต่ก็พยายามปลีกเวลาไปร่วมอบรมในช่วงแรกได้ประมาณ ๑ ชั่วโมง การลงทะเบียน ทุกคนจะได้รับแจกกระดาษ ๒ ใบ ใบที่ ๑ ให้เขียน ความหมายของความสุข ของตนเอง ซึ่งต่อมา กระบวนกรได้รวบรวมเป็นภาพนี้ ค่ะ
  • ใบที่ ๒ ให้เขียนตอบว่า ถ้านึกถึงพลังกลุ่ม คุณนึกถึงอะไร

    ต่อมาได้เป็นภาพนี้ค่ะ

  •  
  • และเมื่อเริ่มการอบรม กระบวนกรพาผู้เข้ารับการอบรมนั่งนิ่งๆ อยู่กับตัวเองซักพัก

  •  แล้วให้ทำท่าโยคะนิดหน่อย แล้วให้ ทุกคน "เช็คอิน" ว่าตนเองมีความรู้สึกของตนเองว่าเป็นอย่างไรในขณะนั้น เหมือนให้ทราบว่าตัวเองอยู่ในอารมณ์ไหน เพื่อเตรียมตัวก่อนเริ่มกิจกรรม
  • แล้วให้เขียนความคาดหวังในการเข้ารับการอบรม หลังจากนั้นเราปลีกตัวออกไปทำงาน
  • ซึ่งต่อมาได้เป็นภาพนี้ค่ะ


  • พอเสร็จภาระกิจ  รีบจะไปเข้าร่วมอบรม แต่เค้าก็จบการอบรมในวันนั้นพอดี

  • แต่ก็ได้ตามถามคนอื่นที่เข้าอบรม ๓ คน เค้าบอกว่า ได้ทำกิจกรรม “เป็ด” เค้าเล่าให้ฟังบอกว่า “ดีค่ะ” แล้วตัวเองก็คิดว่าจริงๆแล้ว หากได้อยู่ต่อและได้มีโอกาสนำมาคิดเทียบกับการทำงานคงให้ข้อคิดที่ดี

  • วันพฤหัสบดี ไปร่วมการอบรมตั้งแต่เช้า กิจกรรมจะเริ่มด้วยให้นั่งนิ่งๆอยู่กลับตัวเองประมาณ ๕-๑๐ นาที แล้วให้เช็คอินว่าตนเองมีความรู้สึกตัวเองว่าเปรียบเป็นสีอะไร คล้ายสอบอารมณ์ว่าเป็นอย่างไร
    ก่อนให้เล่นเกม “แม่น้ำพิษ” เกมนี้ ให้ทุกคนข้ามแม่น้ำพิษโดยเดินบนแผ่นผ้ายาง ที่สมมติว่าเป็นก้อนหิน ซึ่งมีจำนวนก้อนหินน้อยกว่าจำนวนคนประมาณครึ่งหนึ่ง และต้องเดินไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง โดยให้ส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสกันไม่ให้ขาดจากกัน และต้องไม่ให้เท้าหล่นจากก้อนหินเพราะจระเข้จะกัด เมื่อถูกกัดต้องเดินขาเดียว หรือถ้าแถวขาดจากกันต้องเริ่มเล่นใหม่

  • เล่นเกมแล้ว ใช้เวลาไปเกินกว่าที่กำหนด จึงให้มาช่วยกันคิดว่าเกิดอะไรขึ้น และได้รับอะไรจากเกม และจะนำข้อคิดที่ได้ไปแก้ไขการปฏิบัติงานจริงอย่างไร

  • ช่วงบ่าย ให้พักผ่อนด้วยการนอนหลับตาฟังเพลงเบาๆ และกิจกรรมให้ทุกคนเรียนรู้ว่าตนเองเป็นคนลักษณะอย่างไร ลักษณะแบ่งเป็น ๔ แบบ มีหมี กระทิง เหยี่ยว และหนู ซึ่งแต่ละแบบจะมีลักษณะเด่นและด้อยแตกต่างกัน

  • วันศุกร์ เริ่มการอบรมด้วยการนั่งนิ่งๆซักพักแล้วให้เช็คอินว่าตนเองมีความรู้สึกตัวเองว่าเปรียบเป็นดอกไม้อะไร คล้ายสอบอารมณ์ว่าเป็นอย่างไร และให้เล่นเกมที่ให้กระฉับกระเฉง แล้วให้เล่นเกมต่อเลโก้
    โดยให้ต่อเลโก้ตามตัวอย่าง โดยแบ่งเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่ม ให้แบ่งคนทำหน้าที่ ดังนี้

- คนที่ ๑ ไปดูต้นแบบ และมาบอกคนที่ ๒ (ไม่สามารถไปดูผลงานที่ทำได้)

- คนที่ ๒ ไม่ได้ดูต้นแบบ ได้แต่ฟังจากคนที่ ๑ เล่าให้ฟัง แล้ววิ่งไปบอกคนที่ ๔-๖ ทำผลงาน

- คนที่ ๓ มีหน้าที่ไปดูต้นแบบ จำให้ได้แล้วเดินไปดูคนที่ ๔-๖ ต่อเลโก้เป็น

ผลงานให้เหมือนต้นแบบ โดยไม่สามารถพูดได้  (เป็นใบ้เอามือไขว้หลัง  

ทำท่าทางไม่ได้ พยักหน้าและส่ายหน้าได้เท่านั้น)

  • ต้นแบบเป็นคล้ายสัตว์ ๔ เท้า มีปีก

  • คนที่ ๑ จะเกิดความสงสัยว่าผลงานทำไปถึงไหนแล้ว

  • คนที่ ๒ จะเหนื่อยกับการวิ่งไปบอกคนที่ ๔-๖ ให้ทำผลงาน

  • คนที่ ๓ จะอึดอัดว่าผลงานไปเป็นไปตามที่เห็นต้นแบบ

  • โดยส่วนตัว ได้เล่นเป็นคนที่ ๓ รู้สึกว่าเกมนี้เหมือนการปฏิบัติงานจริง เพราะโดยหน้าที่ ในการทำงาน จะมีงานบางอย่างที่ไม่สามารถพูดได้เหมือนน้ำท่วมปาก เกมนี้ยังได้เรียนรู้คนในลักษณะที่แตกต่างจากตัวเอง

  • ตอนบ่าย ให้นอนพักแล้วให้ทุกคนพูดถึงเกมที่เล่น และให้เสนอข้อปรับปรุงของตนเองและการอยู่ร่วมกัน 
  • มีอยู่ช่วงที่ให้ทุกคนมองไปที่ต้นไม้ ซึ่งตอนแรกยังไม่มี ราก ใบ และดอก
  • ให้ทุกคนคิดถึงคณะของเราว่า ควรจะมีอะไรที่เปรียบเสมือน ราก ของต้นไม้ แล้วนำกระดาษสีน้ำตาลไปติดที่ส่วนรากของต้นไม้ แล้วกระบวนกรอ่านให้ทุกคนฟัง
  • ลำดับถัดไป ให้นำใบที่เขียนข้อความว่าควรจะประกอบด้วยอะไร ในกระดาษสีเขียวไปติดบนต้นไม้
  • ท้ายสุด ให้นึกถึงดอกผลที่จะได้จากการร่วมด้วยช่วยกันผลิต เป็นดอกสีสวยให้ติดที่ต้นไม้
     
  • แล้วเราก็ได้ภาพนี้ค่ะ


  • ช่วงท้ายของการอบรม ให้ทุกคนนั่งเป็นวงกลม นั่งนิ่งๆ หลับตา ส่วนตัว รู้สึกว่าแสงไฟดับลง และเมื่อลืมตาขึ้นมา ก็พบตรงกลางวง ปูด้วยผ้าขาว มีเทียนน้อยจุดเป็นแสงริบหรี่ หลายจุด มีการ์ดเล็กๆหลายแผ่น โดยส่วนตัว คล้ายการมองเห็นเหมือนภาพหาดทรายขาวที่เกาะเสม็ดเมื่อหลายปีมาแล้ว

  • สุดท้าย ให้ทุกคนไปเลือกหยิบภาพที่ตนชอบ อ่านข้อความด้านหลังภาพ และแสดงความรู้สึก   หลายคนประทับใจ

  • สรุปการอบรม เหมือนสอนให้ รู้เขา รู้เรา

  • งานนี้ น้องๆในหน่วยเดียวกันได้เข้าอบรมหลายคน รู้สึกดีๆต่อกันขึ้น ค่ะ