การจัดการความรู้ของเด็กเกือบ 6 ขวบ

ศิริ
  เก็บเงินในรองเท้า  

เรื่องเล่าในบันทึกนี้เป็นเรื่องของน้องใบเตย ซึ่งกำลังเรียนอยู่อนุบาล 2  เขาขอค่าขนมวันละ 20 บาท (จากเดิมอนุบาล 1 ได้ 10 บาท)ปรากฏว่าน้องใบเตยใช้หมดไม่เคยเหลือเงินกลับมาเลย แล้วพอตกเย็นตอนคุณพ่อคุณแม่ไปรับ ก็จะซื้อขนมหน้าโรงเรียนทุกวัน บางครั้งพอมาเล่นกีฬากับคุณพ่อคุณแม่ตอนเย็นก็ซื้อขนมที่เซเว่นอีก .....

แม้ผู้เขียนสอนเสมอว่าให้รู้จักใช้เงินอย่างประหยัด พ่อและแม่ต้องหาเงินมาอย่างลำบาก (ยกตัวอย่างคุณพ่อต้องไปอยู่เวรตอนกลางคืน)

หลังจากที่ผู้เขียนซาบซึ้งและปลาบปลื้มกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ก็ตั้งใจไว้ว่าจะต้องสอนให้ลูกรู้จักอดออมบ้าง.....

ผู้เขียน ก็จัดแจงให้ โจทย์ กับน้องใบเตย "ถ้าหากลูกเอาเงินไปโรงเรียนวันละ 20 บาท หากมีเงินเหลือก็จะให้ซื้อขนมหน้าโรงเรียนได้ แต่ถ้าหากไม่เหลือก็ อด"......

หลังจากนั้นมา 2 -3 วันก็ยังไม่มีเงินเหลือ แล้วน้องใบเตยก็เลยอดกินขนมหน้าโรงเรียน ทุกวันน้องใบเตยมี คำตอบ ว่า "น้องใบเตยเหลือเงินไว้แต่เพื่อนนำไปซื้อขนมกิน หรือไม่ก็เพื่อนมาเอาเงินของน้องใบเตยไป"

ผู้เขียนก็มี โจทย์ ใหม่ว่า "น้องใบเตยจะต้องเก็บเงินอย่าให้เพื่อนเห็น หรือไม่ก็ต้องบอกครูว่าเพื่อนเอาเงินไป" และเสนอไปว่า "อาจจะเก็บเงินไว้ในกระเป๋าเรียนก็ได้" (ผู้เขียนไม่คิดเท่าไรว่าเพื่อนน้องใบเตยจะเอาไปจริง อาจเป็นข้อแก้ตัวก็ได้)....

เมื่อวานนี้น้องใบเตยวิ่งมาท่าทางตื่นเต้น.....และดีใจมาก.....แล้วยังบอกกับผู้เขียนว่าวันนี้น้องใบเตย มีเงินเหลือ พร้อมกับถอดรองเท้าออกมา 1 ข้าง แล้วหยิบเหรียญ 5 ออกมา 1 เหรียญ ผู้เขียนรู้สึกดีใจมาก พร้อมทั้งถามว่าจะซื้อขนมรึเปล่า ? วันนี้ซื้อได้แล้ว......พร้อมกับแอบภูมิใจและดีใจอยู่ลึก  ๆ ถึงการจัดการโจทย์ของน้องใบเตยและอดเล่าให้นายดำฟังด้วยไม่ได้พร้อมกับถามด้วยว่าอยากเอามาเขียนบันทึกจัง!!!

และเมื่อวานตั้งใจว่าจะเขียนบันทึกเรื่องนี้แหละ ก่อนจะเขียนก็เลยไปสัมภาษณ์น้องใบเตยว่า " คิดอย่างไรถึงได้เก็บเงินไว้ในรองเท้า " น้องใบเตยตอบว่า "คุณครูเป็นคนบอก" ผู้เขียนก็เลยอึ้งไป เพราะตอนแรกดีใจคิดว่าน้องใบเตย "คิดได้เอง"  แต่นายดำบอกว่า "เก่งมากลูกที่น้องใบเตยเชื่อฟังคุณครูและทำตาม"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเรื่องราว...เล่าสู่กันฟัง

คำสำคัญ (Tags)#เศรษฐกิจพอเพียง#ประหยัด#อดออม#รองเท้า

หมายเลขบันทึก: 34231, เขียน: 15 Jun 2006 @ 14:03, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 15:09, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (3)

รัตติยา เขียวแป้น
IP: xxx.12.74.8
เขียนเมื่อ 15 Jun 2006 @ 17:12

ได้อ่านบทความของคุณศิริ แล้ว ทำให้นึกถึงลูกสาวของตัวเองค่ะ ร่วมแชร์ประสบการณ์ด้วยนะคะ ลูกสาวคนโต (อยู่ชั้น ป.3) เดิม (ป.2) ได้เงินค่าขนมไปโรงเรียนวันละ 40 บาท เงินเหลือกลับมาบ้านบ้าง ไม่เหลือบ้าง  พอขึ้นป.3  คุณพ่อก็ตั้งกติกาว่า ต่อไปจะต้องเหลือเงินกลับมาหยอดกระปุกทุกวัน ลูกสาวก็ต่อรองว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี น้ำมันก็แพง ของก็แพง ถ้าพ่อจะให้ฟางมีเงินเก็บ พ่อก็ต้องเพิ่มเงินค่าขนมให้ฟางด้วย ฟางจะได้เหลือเก็บ ต่อรองไปต่อรองมา คุณพ่อก็แพ้คุณลูก จำเป็นต้องเพิ่มค่าขนมให้ลูกอีก 20 บาท โดยหวังว่าลูกจะมีเงินเหลือเก็บ พร้อมกับให้ข้อเสนอว่า ถ้าในแต่ละเดือนลูกเก็บเงินได้เท่าไหร่ พ่อจะสมทบให้อีกเท่าตัว แล้วเอาไปฝากธนาคาร ส่วนลูกสาวคนเล็ก (อนุบาล 2) ก็อยากจะได้อย่างพี่สาวบ้าง แต่เนื่องจากยังไม่จำเป็นต้องได้เงินค่าขนมไปโรงเรียน ก็เลยขอต่อรองคุณพ่อว่า ขอเงินวันละ 5 บาท เพื่อนำไปหยอดกระปุกทุกวัน ทั้งนี้เพื่อเวลาสิ้นเดือนตัวเองจะมีเงินฝากธนาคารเหมือนพี่สาวบ้าง

คนมีลูก
IP: xxx.170.234.5
เขียนเมื่อ 17 Jun 2006 @ 17:04
เป็นการเริ่มต้นที่ดีของเด็กในวันนี้เพราะเขาคือผู้ใหญ่ในวันหน้าครับ เป็นการสอนที่ถูกต้องแล้วครับ
ศิริ
IP: xxx.170.234.5
เขียนเมื่อ 18 Jun 2006 @ 14:20
ขอบคุณคุณรัตนา เขียวแป้น สำหรับ คห.ค่ะ แล้วจะเอาไว้ใช้บ้างค่ะ ผู้เขียนนึกถึงวัยเด็กน๊ะค๊ะ จำได้ว่าตัวเองอยู่มัธยม 6 ก็ยังได้เงินค่าขนม 20 บาท แถมยังเหลือเก็บอีก แต่น้องใบเตยอยู่แค่อนุบาล 2 นำไปวันละ 20 แถมยังไม่พอซื้อขนมตอนเย็นอีก วันละ 1 -2 รอบ แล้วต่อไป เขาอยู่มัธยมต้องนำเงินไปวันละเท่าไรเนี่ย !!!