เรื่องเล่าในบันทึกนี้เป็นเรื่องของน้องใบเตย ซึ่งกำลังเรียนอยู่อนุบาล 2  เขาขอค่าขนมวันละ 20 บาท (จากเดิมอนุบาล 1 ได้ 10 บาท)ปรากฏว่าน้องใบเตยใช้หมดไม่เคยเหลือเงินกลับมาเลย แล้วพอตกเย็นตอนคุณพ่อคุณแม่ไปรับ ก็จะซื้อขนมหน้าโรงเรียนทุกวัน บางครั้งพอมาเล่นกีฬากับคุณพ่อคุณแม่ตอนเย็นก็ซื้อขนมที่เซเว่นอีก .....

แม้ผู้เขียนสอนเสมอว่าให้รู้จักใช้เงินอย่างประหยัด พ่อและแม่ต้องหาเงินมาอย่างลำบาก (ยกตัวอย่างคุณพ่อต้องไปอยู่เวรตอนกลางคืน)

หลังจากที่ผู้เขียนซาบซึ้งและปลาบปลื้มกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ก็ตั้งใจไว้ว่าจะต้องสอนให้ลูกรู้จักอดออมบ้าง.....

ผู้เขียน ก็จัดแจงให้ โจทย์ กับน้องใบเตย "ถ้าหากลูกเอาเงินไปโรงเรียนวันละ 20 บาท หากมีเงินเหลือก็จะให้ซื้อขนมหน้าโรงเรียนได้ แต่ถ้าหากไม่เหลือก็ อด"......

หลังจากนั้นมา 2 -3 วันก็ยังไม่มีเงินเหลือ แล้วน้องใบเตยก็เลยอดกินขนมหน้าโรงเรียน ทุกวันน้องใบเตยมี คำตอบ ว่า "น้องใบเตยเหลือเงินไว้แต่เพื่อนนำไปซื้อขนมกิน หรือไม่ก็เพื่อนมาเอาเงินของน้องใบเตยไป"

ผู้เขียนก็มี โจทย์ ใหม่ว่า "น้องใบเตยจะต้องเก็บเงินอย่าให้เพื่อนเห็น หรือไม่ก็ต้องบอกครูว่าเพื่อนเอาเงินไป" และเสนอไปว่า "อาจจะเก็บเงินไว้ในกระเป๋าเรียนก็ได้" (ผู้เขียนไม่คิดเท่าไรว่าเพื่อนน้องใบเตยจะเอาไปจริง อาจเป็นข้อแก้ตัวก็ได้)....

เมื่อวานนี้น้องใบเตยวิ่งมาท่าทางตื่นเต้น.....และดีใจมาก.....แล้วยังบอกกับผู้เขียนว่าวันนี้น้องใบเตย มีเงินเหลือ พร้อมกับถอดรองเท้าออกมา 1 ข้าง แล้วหยิบเหรียญ 5 ออกมา 1 เหรียญ ผู้เขียนรู้สึกดีใจมาก พร้อมทั้งถามว่าจะซื้อขนมรึเปล่า ? วันนี้ซื้อได้แล้ว......พร้อมกับแอบภูมิใจและดีใจอยู่ลึก  ๆ ถึงการจัดการโจทย์ของน้องใบเตยและอดเล่าให้นายดำฟังด้วยไม่ได้พร้อมกับถามด้วยว่าอยากเอามาเขียนบันทึกจัง!!!

และเมื่อวานตั้งใจว่าจะเขียนบันทึกเรื่องนี้แหละ ก่อนจะเขียนก็เลยไปสัมภาษณ์น้องใบเตยว่า " คิดอย่างไรถึงได้เก็บเงินไว้ในรองเท้า " น้องใบเตยตอบว่า "คุณครูเป็นคนบอก" ผู้เขียนก็เลยอึ้งไป เพราะตอนแรกดีใจคิดว่าน้องใบเตย "คิดได้เอง"  แต่นายดำบอกว่า "เก่งมากลูกที่น้องใบเตยเชื่อฟังคุณครูและทำตาม"