จากสมการทุนมนุษย์ สู่กลยุทธ์การจัดการทรัพยากรบุคคล

ชื่อบทความ          จากสมการทุนมนุษย์ สู่กลยุทธ์การจัดการทรัพยากรบุคคล

ผู้เขียนบทความ ปิยวัฒน์ แก้วกัณฑรัตน์ บจก.ไทย เอชอาร์เอ็ม บิสซิเนส WWW.THAIHRM.C

วารสารที่ตีพิมพ์  หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31

                            ฉบับที่ 3937 (3137)

สรุปสาระสำคัญของบทความ
             ผลสำเร็จในการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์การ นั้นเกิดมาจากปัจจัยดังนี้คือปัจจัยด้านความรู้ (knowledge) ของบุคลากร ปัจจัยด้านทักษะ (skill) ปัจจัยด้านทัศนคติ (attitude) ปัจจัยด้านเวลาที่ให้แก่องค์กรและปัจจัยด้านความพยายามในการทำงานของบุคลากร
              ทั้งนี้ หากเรานำปัจจัยดังกล่าวข้างต้นมาตั้งเป็นสมการก็จะได้ดังนี้                                                     

               ผลการปฏิบัติงาน = (ความรู้ + ทักษะ + ทัศนคติ + เวลา) x ความพยายาม
               จากสมการดังกล่าวข้างต้นคือสูตรในการคำนวณสิ่งที่คนเรามีอยู่ข้างในและเป็นทุนส่วนตัวที่นำมาร่วมลงทุนกับองค์กรที่ตนเองอยากจะร่วมลงทุนด้วยหรือที่เราเรียกกันว่า ทุนมนุษย์ นั่นเอง
              ดังนั้น จะเห็นได้ว่าหากเราทราบถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลสำเร็จในการปฏิบัติงานและรูปแบบความสัมพันธ์ของปัจจัยดังกล่าวที่มีต่อกัน เราก็จะสามารถตรวจจับและคำนวณวัดออกมาได้ว่า ในบุคลากรแต่ละคนในองค์กรมีปริมาณของตัวแปรต่างๆ ที่ต้องการมากน้อยแค่ไหน เราก็จะทราบว่าจะต้องทำอะไรกับคนของเราในเรื่องอะไร ซึ่งเราก็จะสามารถตัดสินใจเลือกใช้กลยุทธ์ เทคนิคหรือกระบวนการต่างๆ ด้าน HRM เข้ามาเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงแทรกแซงได้ตามที่จำเป็นและเหมาะสม หรือหากเป็นปัจจัยด้านเวลาเราก็อาจใช้กลไกด้านระเบียบในการทำงานมาควบคุมให้พนักงานมาทำงานตามเวลาที่กำหนด หรืออาจสร้างกลไกด้านวัฒนธรรมองค์กรมาใช้ในการควบคุม ส่วนปัจจัยด้านความพยายามต้องใช้เทคนิคด้านการจูงใจ ซึ่งอาจจะเป็นทั้งเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง การให้การยอมรับ มาใช้เป็นสิ่งจูงใจ ทั้งนี้การตัดสินใจดังกล่าวจะต้องพิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละคนและกลุ่มคนในองค์การ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์ของ HR นั่นเอง
               การจัดการทรัพยากรบุคคลโดยการเริ่มต้นที่สมการของทุนมนุษย์ จึงเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่ช่วยให้นักบริหารทรัพยากรบุคคลสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดกลยุทธ์ในการทำงาน ได้อย่างตรงประเด็น เป็นการปรับเปลี่ยนมุมมองในการจัดการทรัพยากรมนุษย์จากการเน้นที่กระบวนการ มาเริ่มต้นที่เป้าหมายแล้วถามย้อนกลับไปหากลยุทธ์เครื่องมือและกระบวนการ ซึ่งสิ่งที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเป้าหมายกับกลยุทธ์เครื่องมือและกระบวนการก็คือสมการทุนมนุษย์ดังกล่าวแล้วข้างต้น


 

 

ความคิดเห็นต่อบทความ

                สมการทุนมนุษย์ที่ว่า  ผลการปฏิบัติงาน = (ความรู้ + ทักษะ + ทัศนคติ + เวลา) x ความพยายาม  ถือเป็นกรอบแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์แนวใหม่ที่สามารถตอบคำถามได้ว่าความสำเร็จในการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์กรนั้นแท้จริงแล้วเกิดจากอะไร  ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวแปรต้นที่จะบริหารจัดการบุคลากรในองค์กรเพราะหากทราบถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จก็จะสามารถมองย้อนกลับหรือสามารถวัด  ตรวจสอบถึงเหตุปัจจัยของข้อผิดพลาดหรือความล้มเหลวของการปฏิบัติงานได้เช่นกันอาจกล่าวได้ว่าสมการทุนมนุษย์เป็นเครื่องมือที่จะได้มาซึ่งข้อมูลของเหตุปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลพื้นฐานที่จะบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์  โดยจะเลือกใช้กลยุทธ์หรือวิธีการใดในการบริหารจัดการนั้นย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและบริบทขององค์กรนั้นๆ

 

การนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงาน

                การประยุกต์ใช้แนวคิดสมการทุนมนุษย์

1. ปัจจัยด้านความรู้(knowledge)  การบริหารจัดการบุคลากรในโรงเรียนจำเป็นต้องคำนึงถึง ปัจจัยด้านนี้  โดยอาจใช้กระบวนการฝึกอบรมหรือส่งเสริมให้บุคลากรได้รับความรู้เพื่อให้ได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ

2. ปัจจัยด้านทักษะ(skill)  ปัจจัยด้านนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้ลงมือปฏิบัติซ้ำๆ  ดังนั้นองค์กรจะต้องมีการบริหารจัดการที่เอื้อให้ผู้ปฏิบัติได้ลงมือปฏิบัติงานจริง

3. ปัจจัยด้านทัศนคติ (attitude) มนุษย์แต่ละคนย่อมมีทัศนคติหรือความเชื่อที่แตกต่างกันไปดังนั้นการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่คือทำอย่างไรให้บุคลากรตระหนักในหน้าที่ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคมโดยรวมนั่นเอง  ดังนั้นองค์กรต้องสร้างความตระหนักเหล่านี้ให้เกิดแก่บุคลากรในองค์กรโดยเริ่มจากการสร้างความรักและความสามัคคีในองค์กรให้บุคลากรมีความรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

4. ปัจจัยด้านเวลาให้แก่องค์กร  การอุทิศเวลาจะเกิดขึ้นได้เมื่อบุคลากรตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเองต่อองค์กรบนพื้นฐานของความเต็มใจที่จะปฏิบัติ  ดังนั้นแต่ละหน่วยงานหรือองค์กรต้องสร้างความรักสมัครสมานสามัคคีในองค์กร  โดยอาจจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรได้ทำร่วมกัน หรือมีการให้ขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่อุทิศเวลาเพื่อส่วนรวม

5. ปัจจัยด้านความพยายามในการทำงานของบุคลากร  องค์กรต้องเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้  นั่นก็คือการส่งเสริมในเรื่องนี้ด้วยการจัดกิจกรรมในโครงการส่งเสริมกำลังใจเพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน  แสดงความชื่นชมยินดี

เมื่อประสบความสำเร็จ เป็นต้น

สรุปคือบุคลากรเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญที่จะทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปได้ดังนั้นการบริหารจัดการจึงจำเป็นต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์เพื่อนำมาซึ่งความสำเร็จในการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์กร  ดังนั้นการจะเลือกวิธีใดในการบริหารจัดการนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมภายใต้กรอบแนวคิดการบริหารขององค์กรนั้นๆ