ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เราคงหลีกหนีไม่พ้น IT
การสื่อสารในปัจจุบัน เร็วมากและไปไกลกว่าที่คิด ในชีวิตการทำงานของเราในปัจจุบันต้องยอมรับว่าพวกเราต้องพึ่งระบบ IT เป็นอย่างมากเพื่อการทำงานที่สะดวกและรวมเร็ว การส่งรายงานเราไม่ต้องนำเอกสารกองโต บรรจุภัณฑ์ส่งทางไปรษณีย์ หรือ ต้องนั่งรถไปส่งเอกสารยังปลายทางที่ไกลๆอีกต่อไป เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานดีสักเครื่อง พร้อมติดตั้ง Internet การทำงาน การส่งรายงานของเราก็ได้รวดเร็วทันใจ แถมไม่มีปัญหาเรื่องการอ่านลายมือยากๆ โดยเฉพาะในวงการแพทย์ ที่ต้องยอมรับว่าลายมือแพทย์บางท่านอ่านยากมากๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่างๆตามมา เช่น การสั่งจ่ายยาผิด หากต้องย้อนกลับไปถามบ่อยครั้งเข้าก็ทำให้เสียเวลาในการทำงาน บางครั้งก็ได้รับการต่อว่า ต่อขาน ว่าทำงานมาด้วยกันตั้งนานยังไม่สามารถอ่านหรือเดาลายมือแพทย์ได้อีก เพราะเราต้องการผลงานที่ถูกต้องและแม่นยำ เราจึงไม่ต้องการการทำงานแบบเดาๆ

การประหยัด การลดต้นทุน การลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน รวมถึงการลดต่างๆ จึงถูกตั้งเป็นเข็มมุ่งของโรงพยาบาลในปีนี้ ทำอย่างไรดี ทุกหน่วยงานจึงได้ทำโครงการต่างๆตามมา เพื่อเป็นการลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกให้กับผู้รับบริการ โรงพยาบาลแก่งคอยจึงได้จัดตั้งการบริการแบบ One Stop Service เช่น
-
คลินิคผู้ป่วยเบาหวาน
-
คลินิกผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
-
คลินิกผู้ป่วยวัณโรค
-
คลินิกผู้ป่วยติดเชื้อ HIV
-
คลินิกผู้ป่วย Asthma
ซึ่งแต่ละคลินิกเปิดให้บริการครบทั้ง 5 วันทำการ แน่นอนว่าภาระหรือบทบาทของทีมสุขภาพผู้ให้บริการ ต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้การดำเนินงานต่างๆเป็นไปด้วยดี ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด หรือบุคลากรเท่าเดิมนั่นเอง ถามว่า โรงพยาบาลไม่จัดทำคลินิกดังกล่าวได้มั้ย คำตอบคือได้ แต่เพราะเราคำนึงถึง บริการที่ผู้ป่วยควรได้รับ ไม่ต้องมารอคอยตรวจกับผู้ป่วยนอกทั่วไป ซึ่งจะทำให้เสียเวลามากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าความเครียด ความไม่พึงพอใจย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ให้และผู้ใช้บริการ แต่ถึงกระนั้นการให้บริการยังเป็นไปด้วยความล่าช้า เพราะปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะไหนจะต้องทำงานเอกสารควบคู่กับการตรวจรักษา งานทุกอย่างต้องมีเอกสารเพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ โดยเฉพาะหลักฐานทางคดี ประวัติผู้ป่วยต้องไม่สูญ
กานคิดนำโปรแกรมสำเร็จรูปเข้ามาใช้ในงานบริการจึงเกิดขึ้นหลังจากที่โรงพยาบาลได้ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป...อยู่ระยะหนึ่ง ยังพบปัญหาว่าข้อมูลทั้งหมดยังไม่สามารถดึงได้จากโปรแกรม ทำให้ต้องเสียเวลามาเก็บข้อมูลโดยใช้ระบบ Manaul ทั้งยังเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อน ไม่สามารถเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลได้เลย
ดังนั้นโรงพยาบาลจึงคิดหาโปรแกรมที่ดีที่สุดเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งการบันทึกเก็บข้อมูล และการรายงานผลตามที่ต้องการ คณะกรรมการสารสนเทศของโรงพยาบาลจึงต้องหาข้อมูล การใช้โปรแกรมต่างๆ ในโรงพยาบาลชุมชนที่มีบริบทคล้ายกัน รวมถึงผู้ดูแลระบบ มีหลายโปรแกรมที่น่าสนใจ จึงตกลงใจกันที่ โปรแกรม HosXP ซึ่งโปรแกรมนี้มีข้อดีที่หลายโรงพยาบาลเริ่มใช้ก่อนแล้ว และมี Free ware ที่เราสามารถ Download ได้เมื่อมีการปรับปรุง Software และสิ่งที่ตามมาก็คือ ทุกหน่วยงานต้องใช้โปรแกรมนี้ทั้งหมดและบันทึกข้อมูลต่างๆในคอมพิวเตอร์ ปัญหาก็คือ บุคลากรไม่คุ้นเคยกับการต้องมานั่งพิมพ์งานต่างๆในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจรักษา การจ่ายยา การรายงานผล LAB, X-Ray เป็นต้น ส่วนงานสนับสนุนบริการทั้งหมดก็ต้องคีย์ข้อมูลต่างๆลงในโปรแกรมที่มี ช่วงแรกจึงต้องมีการสอนเรื่องการใช้โปรแกรม และ Training การพิมพ์งาน จนปัจจุบันบุคลากรของเราเกือบทั้งหมดที่ต้องทำงานบนระบบ LAN จะต้องมีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี นอกเหนือจากโปรแกรมในงานของตนแล้ว โปรแกรมอื่นๆที่เกี่ยวข้องที่ต้องส่งรายงานผ่านระบบ LAN ในโรงพยาบาล และ นอกโรงพยาบาล
การลดการใช้กระดาษจึงเป็นโครงการแรกที่จะต้องดำเนินการ เมื่อ Programer ของโรงพยาบาลร่วมกันกับแต่ละงานที่ต้องส่งรายงานบน LAN วันนี้เราจึงร่วมการเขียนโปรแกรมเพิ่มเพื่อสะดวกในการทำงาน ตามรูปแบบที่เราต้องการ โดยใช้ Microsoft Access ที่เชื่อมกับ SQL Sever เพื่อการดึงข้อมูลและวิเคราะห์ข้อได้อย่างงาย โปรแกรมเมอร์ของ รพ.แก่งคอยร่วมกับ รพ.บ้านหมอจึงเขียนโปรแกรมใช้งานเพิ่ม ได้แก่ โปรแกรมบุคลากร เป็นการเก็บประวัติส่วนตัว การรับราชการ การเจ็บป่วย การประชุม/อบรม/สัมนา การขอใช้รถยนต์ของทางราชการ การจองห้องประชุม การตรวจสุขภาพ การทดสอบสมรรถภาพ แบบวัดความเครียด แบบวัดความสุข การรายงานความเสี่ยง การเบิก-จ่าย-ซ่อม วัสดุครุภัณฑ์ทั้งหมด ซึ่งการทำความเข้าใจและการเรียนรู้ก็ยากพอสมควร เราจึงให้ทุกหน่วยงานส่งตัวแทนเข้ามาเรียนรู้ ส่วนเรื่องสิทธิ์การทำงานและการเข้าถึงแต่ละหน้าต่าง ก็แล้วแต่โรงพยาบาลกำหนด การเรียนรู้วันนี้ผ่านไปด้วยดี
-
87 % เข้าใจดีและคิดว่าปฏิบัติได้ถูกต้อง
-
13 % เข้าใจแต่ต้องไปลองฝึกปฏิบัติเพิ่มเติม
วิทยากรผู้สอนในครั้งนี้ได้แก่ Programer ของ รพ.แก่งคอย และทีมวิทยากรจาก รพ.บ้านหมอ ใช้เวลาเรียนรู้อบรมตั้งแต่ 09.00-16.00 น. การอบรมครั้งนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจและประสบผลสำเร็จที่ทุกหน่วยงานเข้าเรียนรู้ร่วมกันทั้งหมด และการได้ฝึกปฏิบัติไปด้วยระหว่างสอนทำให้ทุกคนจำได้แม่นยำ เมื่อพบข้อผิดพลาดก็แก้ไขได้
คุณปัทมา นรพันธ์ลพ...หัวหน้าทีมวิทยากรคนเก่ง
ตัวแทนจากหน่วยงาน
ตั้งใจเรียนและฝึกปฏิบัติ
งานนี้ไม่มีเครียด...ฟ้องด้วยภาพ

สวัสดีค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ คุณครูคิม
ยาใจ คือ กำลังใจ
สวัสดีค่ะ น้องนก
น้องนกและพี่ วันๆคงนั่งเฝ้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ต่างกันนะคะ
ระวังสายตาด้วยนะคะ พี่สายตาสั้นยังไม่กลับคืนเลยค่ะ
สวัสดีค่ะน้องนก
เสียดายจังเลยนะคะที่ไม่พบกัน