ปรัชญาท้ายรถสองแถว
ความรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ การเรียนรู้ไม่เลือกสถานที่และเวลา ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษา ผมมีโอกาสเดินทางไปออกค่าย ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นค่ายวิชาการ ในนามชมรมสานฝันสัมพันธ์สัญจร ในช่วงปิดเทอมช่วงเดือนตุลาคม ประมาณ 15 วัน เพื่อติวบทเรียนให้กับนักเรียนชั้นมัธยมปลาย และเนื่องจากผมมีภารกิจต้องเดินทางกลับมหาวิทยาลัย เมื่อทำธุระเสร็จแล้ว ผมก็เดินทางจากอุบลราชธานี มาต่อรถสองแถวที่ อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเดินทางไปอำเภอเขาวงอีกครั้ง ตอนนี้เองที่ทำให้ผมได้พบกับปรัชญาท้ายรถสองแถว เป็นกลอนติดอยู่ที่รถ บทหนึ่ง ซึ่งผมอ่านแล้วชอบใจมาก ผมอ่านแล้วนั่งทวนหลายรอบ จนจำได้ขึ้นใจ มีคติสอนใจในเรื่องของศีล ดังต่อไปนี้
อันสตรี ไม่มีศีล ก็สิ้นสวย
บุรุษด้วย ไม่มีศีล ก็สิ้นศรี
เป็นนักบวช ไม่มีศีล ก็สิ้นดี
เป็นข้าราชการ ศีลไม่มี ก็บรรลัย
ผมไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนแต่ง แต่ที่แน่ๆ กลอนบทนี้สอนอะไรได้หลายอย่าง เฉพาะเรื่องของศีล คือความปกติ คนเราจำเป็นต้องมีศีล ถ้าเราถือศีลได้ ปุถุชนคนทั่วไปก็คือศีล5 เพียงแค่เราปฏิบัติได้ครบ เราก็จะดำรงชีวิตอย่างปกติสุข บ้านเมืองเราก็จะสงบ ร่มเย็นได้ ไม่มีการเบียดเบียนกัน ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่โกหกหลอกลวง ไม่เสพสุรายาเสพติด เพียงแค่ทุกคนมีศีล5 ก็สามารถทำให้เราอยู่อย่างเป็นสุขได้
สาธุ