ชีวิตที่เกิดมาและอยู่ในสังคมนี้ เรามักถูกสร้างและให้ติดอยู่กับความฝัน ฝันเพื่อสังคม เพื่อให้ เพื่อสร้าง เพื่อแก้ไข แล้วจากไปกับความฝันที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จนั้น
คนทั้งหลาย ทั้งปวง หลายร้อย หลายพัน กำลังรอคอยสองมือของฉันเพื่อที่จะไปสรรค์สร้างชีวิตของเขาตามความฝันของเรา
แต่ในความเป็นจริงนับตั้งแต่ที่เราได้ลืมตาดูโลกนั้นมีเพียงคนสองคน ชายหนึ่ง หญิงหนึ่งซึ่งเราเคยเป็นความฝันของเขา และเมื่อเราได้เกิดมา เขาจึงเป็น "ความจริง" ของเรา
วันนี้ฉันตัดสินใจอยู่กับความฝันที่ว่าฉันต้องการให้ชายและหญิงสองคนที่ว่านี้ได้พบกับความสุขที่แท้จริง
ลาภ เกียรติยศ สรรเสริญ คงจะทำให้คนสองคนนั้นมีความสุขทางด้านเนื้อหนัง ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน อยากกินร้อนได้ร้อน อยากกินเย็นได้เย็น อยากท่องเที่ยวไปที่ใดก็ได้ไป ตามความฝันทั้งหลายของคนใน "สังคม"
ในชีวิตวันนี้ฉันมีแต่ความจริงคือฉันและท่านทั้งสอง ฉันปล่อยความฝันให้เป็นความฝัน และทำความจริงแท้นี้ให้ดีที่สุด
ถึงวันนี้อยากจะทานร้อนกลับได้เย็น อยากจะทานอะไรเย็น ๆ กว่าจะมาถึงก็ละลายซะหมดแล้ว แต่นี่ก็คือความจริง ความจริงที่จะอยู่และต่อสู้

ปล่อยฝันเป็นเรื่องของจิตใจ ปล่อยใจให้เป็นไปตามความฝันจะไขว่คว้า
แต่สองมือกำแน่นความศรัทธา เพื่อนำพาสู่ความสุขที่แท้จริง...
ทุกคนมีความฝัน ขึ้นอยู่ว่าแต่ละคนจะทำให้ฝันเป็นจริงไหม ฝันให้ไกล...ไปให้ถึง
ฝันด้วยหัวใจ ก้าวไปด้วยความคิด ค่ะ
ชอบรูปนี้ค่ะ ได้อารมณ์มากๆ
ฝันให้ไกลไปให้ถึง แต่ควรพิจารณาปัจจัยและเส้นทางในการเดินทาง
ที่ต้องยึดหลักความเป็นจริงและมีความเป็นไปได้ หาไม่จะกลายเป็นฝันกลางอากาศ.. ฝันลมๆแล้งๆค่ะ.. *^_^*
อาการของบุคคลที่ติด ไวรัสทางความรู้ (Knowledge Virus) นั้นช่างทรมาน ทุกข์ทน ทุรน ทุราย เนื่องด้วยเพราะถูกหลกให้สร้างภาพฝัน แล้วให้เดินตามความฝันอันไม่มีวันจบสิ้น
ฝันอยากรวย ฝันอยากใหญ่ ฝันอยากมีเกียรติยศ ฝันอยากมีชื่อเสียง ฝันอยากที่จะได้รับการยอมรับจากสังคม ฝันไป ฝันไป ฝันไปแล้วเดินไปได้ในระดับก็เพิ่มระดับความฝันของตนเองให้สูงขึ้นไปอย่างไม่มีวันจบ...
ความทุกข์ทางร่างกาย และความทรุดโทรมจากอัตภาพนี้แลเป็นเครื่องทำลายความเข้มแข็งภายในจิตใจของคนที่พยายามที่จะต้นทุกข์ภัยแห่งไวรัสนี้
ความทรุดโทรมทางร่างกายเมื่อได้เห็นบุคคลที่รักคือพ่อและแม่แก่ลงไป แก่ลงไป โดยที่เราไม่สามารถช่วยอะไรได้นั้นเป็นทุกข์อย่างยิ่ง
บางครั้งเราฝันอยากให้พ่อและแม่ได้มีความสุขกาย มีความสบายทางเนื้อทางหนัง ได้ท่องเที่ยวไปในเมืองอันศิวิไลซ์และที่สำคัญมิต้องเหนื่อยตรากตรำกับชีวิตที่ยังต้องดิ้นรนไปตามความฝันทางสังคม
การทำมาหากินมาตลอดทั้งชีวิตท่านั้นทำให้ร่างกายของท่านทรุดโทรม
ดวงตาของท่านที่เคยใสกับดูหม่นลงเพราะต้องสู้ทนกับงานอันแสนหนัก
หลาย ๆ คนรวมถึงเราจึงมีฝันอยากที่จะให้ท่านพ้นทุกข์จากความเหน็ดเหนื่อยทั้งหลายเหล่านี้
คนส่วนมาก จึงทุ่มเท ทำมา หาเงิน สร้างรายได้ หาทรัพย์สินมาซื้อหาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม หายาให้ยามท่านเจ็บป่วย หาบ้านสวย ๆ เปิดแอร์เย็น ๆ ให้ท่านได้อยู่
แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งอย่างเช่นเรา เรามิสามารถทำอะไรให้ท่านได้นอกจากที่จะมอบ "ธรรมะ" เพื่อสร้างความร่มเย็นให้แก่จิตใจ
ครั้นเมื่อมองคนอื่นยิ้มแย้ม แจ่มใส มีเวลาว่าง มีเงิน มีทอง ได้ท่องเที่ยวอย่างสบายใจ แต่พ่อแม่ของเรายังต้องเหนื่อย ต้องทุกข์ ต้องทนทำงานหนัก มีแต่เพียงธรรมะเท่านั้นที่ทำให้ใจไม่เร่าร้อน
ดวงตาเรามองเห็นแต่ความทรุดโทรมทางร่างกาย บางครั้งจึงทำให้เกิดความท้อแท้
ดวงจิตของเรายากนักที่จะมองเห็นได้ถึงความผ่องใส ความเบิกบานอันเกิดจากความสงบภายในจิตใจ จึงอยากที่จะเข้าใจความสงบที่ฝันว่าจะให้แก่พ่อและแม่ของเรา
คนในสังคมจึงเลือกเดินตามความฝันที่ใช้ตาเห็น ใช้มือรูปคลำได้ แต่มีเพียงส่วนน้อยที่คอยสู้ทนมอบความสุขจากความสงบให้ไว้ภายในจิตใจท่านทั้งสอง
ชาตินี้ท่านเกิดมาต้องลำบากเพราะชาติที่แล้วเราและท่านคงจะทำบุญสร้างกุศลกันไว้น้อย แต่ในชาตินี้ก็ขอทำให้เต็มที่เพื่อให้ความลำบากนี้เป็นชาติสุดท้าย...