คนส่งนม
๑๙.๒๒ น. วันจันทร์ ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๓ วันนี้เริ่มต้นยามเช้าทีอาจสามารถ ตื่นก่อนที่พระอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้ามาฉายแสงอันเจิดจ้า ให้ความสว่างไสวกลับมาอีกครั้ง หลังจากถูกราตรีอันยาวนานครอบครองดินแดนแห่งนครสระบุศย์(ชื่อเก่าของอำเภอ อาจสามารถ)เอาไว้
ก้าวเดินออกจากที่นอนมุ่งหน้าเข้าห้องน้ำตักน้ำหนึ่งขัน เทลาดลงบนใบหน้าใช้มืออีกข้างลูป ๆ แล้วก้าวเดินออกจากห้องน้ำ คว้าจักรยานคันเล็กของพ่อปั่น ไปที่ท้องนาที่เต็มไปด้วยหลุมเพาะต้นกล้าข้าวโพด จากนั้นก็บรรเลงตักน้ำขึ้นมาด้วยถังน้ำพลาสติกสีดำสองถัง จากสระน้ำที่ขุดทิ้งไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนแต่ก็ยังใช้การได้ดี ตักน้ำรดต้นข้าวโพดที่เพิ่งจะทิ่มแทงยอดอ่อน มาสูดออกซิเจนและรับแสงแดดเพื่อปรุงอาหารได้ยังไม่ถึงสัปดาห์ พวกมันต่างพรุดขึ้นมาจากหลุมของตัวเอง หลังจากที่หมักหมมบ่มเพาะอยู่ใต้ดินจนได้ที่ และงอกเงยขึ้นมาตามกาล
พ่อกับแม่เป็นชาวนาที่มีความขยันเป็นต้นทุนของชีวิต แม้จะมีไร่นาเพียงไม่กี่ไร่ แต่สองตายายก็ไม่เคยปล่อยให้เสียประโยชน์ หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวจากฤดูทำนาแล้ว ก็จะปลูกพืชผักสวนครัว ถั่วลิสง ข้าวโพด ผักบุ้ง หอม ผักชี ฟักแฟงแตงกวา ถั่วฝักยาว พริก มะเขือ และอีกหลายอย่าง จำความได้ว่าตั้งแต่เติบโตมาจากเล็กจนใหญ่ ภาพบรรยากาศเหล่านี้ก็กลายเป็นชีวิตประจำวันของผมไปซะแล้ว กลับบ้านครานี้เหมือนกลับไปย้อนรอยอดีตอีกครั้ง
แต่สิ่งที่ต่างไปครานี้ก็คืออายุอานามของพ่อกับแม่นั้น ล่วงเลยวัยเกษียนอายุราชการไปแล้ว แต่เชื่อเถอะครับแม้อายุจะเลยเลขหกสิบไปแล้วแต่บุคคลเหล่านี้ ท่านไม่เคยคิดที่จะเกษียนตัวเองจากการเป็นชาวนาชาวสวนแต่อย่างใด ท่านทั้งสองยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานของท่านกันต่อไป และคงจะทำไปจนกว่าจะทำไม่ไหวนั่นแหละ ผมเคยอดคิดสงสัยว่า เอะ ! ชาวบ้านคนอื่นเขาก็อยู่เฉย ๆ แล้วนะ แต่ทำไมพ่อแม่เราจึงขยันจังเลยไม่ยอมหยุดพัก แต่ผมก็ไม่เคยถามท่านว่าเพราะอะไร เพราะคำตอบนั้นผมมีอยู่ในใจแล้ววว่านี่คืองานของท่าน วันนี้ผมอยากจะบอกกับทุกคนให้รู้ว่าผมภาคภูมิใจ ที่ได้เกิดมาเป็นลูกของท่าน และอยากจะบอกว่าพ่อกับแม่ของผมนั้นคือราษฎรเต็มขั้น (ซี ๑๒) หากมีตำแหน่งทางเกษตรกรรมมอบให้ ผมก็ว่าท่านคงได้เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษทางด้านนี้ไปแล้วละครับท่าน...
วันนี้เริ่มต้นตอนสายหน่อยที่บ้านคุณพี่กระแต (มาตายี ใน go2know) นำหนังสือไปมอบให้ถึงที่บ้านท่าน ได้พบลูก ๆ วิ่งเล่นกันเต็มบ้านเลยดูมีความอบอุ่นดีแท้ พี่กระแตออกมาต้อนรับในมาดของคน เป็นไข้อีสุกอีใสแบบออกตุ่มเล็กเป็นผื่นเต็มไปหมดทั้งตัว กำลังอบสมุนไพรใบหนาดว่างั้น หลังจากพูดคุยกันสักพัก จึงได้มอบหนังสือฝากไว้เข้าห้องสมุดของโรงเรียน เป็นความตั้งใจที่อยากจะทำเพราะ หนังสือที่เราอ่านแล้วเห็นว่าถ้าคนอื่น ได้อ่านต่ออีกคงเป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก มากกว่าที่จะเก็บไว้ในตู้หนังสือเท่านั้น
จากนั้นจึงได้กล่าวลาเพราะต้องเดินทางต่อ กลับเข้ามาที่ในตัวเมืองร้อยเอ็ด เดินทางกลับมาถึงร้อยเอ็ด หลังจากเก็บสัมภาระแล้วจึงออกไปโรงเรียนต่อ นำข้าวโพดต้มที่เตรียมมาจากอาจสามารถฝากพี่โอ๋ที่กำลังเข้าเวร อธิบายเพิ่มเติมนิดหน่อยครับว่าข้าวโพดต้มจากอาจสามารถนี่ รสชาตินั้นเป็นที่ติดใจของเพื่อนครูที่โรงเรียนมานานแล้ว หากแม้นเมื่อไหร่ผมกลับมามือเปล่า โดยที่ไม่มีข้าวโพดต้มติดไม้ติดมือมาด้วย ก็จะเป็นที่ค่อนขอดกันว่าทำไม่ละ ข้าวโพดนะมีมั้ย อะไรประมาณนั้น
วันนี้ที่โรงเรียนรอบที่หนึ่ง นั่งรอรถนมโรงเรียนมาส่งจนถึงประมาณห้าโมงกว่า ๆ ยังไม่มา บอกพี่โอ๋ ผมออกไปกินข้าวนะครับเดี๋ยวกลับมา รถนมมาส่งโทรบอกผมด้วย จากนั้นก็ออกไปกินข้าวครับ วันนี้ที่โรงเรียนรอบที่สอง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น นมโรงเรียนกำลังจะมาส่ง จึงบึ่งออกมาที่โรงเรียนจากบ่ายกว่า ๆ นั่งรอ ยืนรอ และท้ายที่สุดนอนรอ จนกระทั่งรถส่งนมโรงเรียนมาถึง เป็นรถหกถึงสิบล้อได้ไม่แน่ใจ ไม่ได้สังเกต แต่ที่เตะตามากที่สุดคือ นม ๘๔๓ หีบครับท่าน แล้วคนที่มาส่งมี สองคน ถามว่าทำไมคนส่งนมน้อยจังนมเยอะขนาดนี้ คนส่งนมหนึ่งในสองบอกวันหยุดคนงานไม่มาทำงานกัน
โอ้แม่เจ้า ! นมเข้าเต็ม ๆ เลยครับ ด้วยอยากให้งานนี้เสร็จก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า และเห็นใจคนส่งนมสองท่านที่มากันน้อยยังไม่พอ ทราบว่าช่วงเช้าก็ส่งไปแล้วหกร้อยกว้าหีบ แล้วจะเหลือแรงไว้สักเท่าไหร่เนี๊ยะ อย่ากระนั้นเลยบ่ายวันนี้ทั้งวันจึงได้แปลงกายเป็นคนส่งนม โดยมียามกล้า ผู้เป็นใหญ่ที่หน้าประตูโรงเรียนมาช่วยอีกแรง เราเริ่มต้นกันด้วย เอ็มร้อยห้าสิบกันก่อน จากนั้นนมทั้งแปดร้อยกว่าหีบก็ถูกส่งลำเลียง จากตัวรถลงสู่บริเวณตัวอาคารที่ใช้เก็บนมเพื่อรอให้นักเรียน และผู้้ปกครองมารับกันต่อไป
งานนี้จบลงด้วยคำขอบคุณที่มาจากปากของสองนักส่งนม มองดูแววตาก็รู้ถึงความซาบซึ้งใจที่้แสดงออกมา "พวกผมไม่มีอะไรตอบแทนเลย" ไม่เป็นไรครับช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป ผมบอก และก็เป็นคำพูดที่ผ่านการคิดเช่นนั้นจริง ๆ ครับท่าน
ลงนมเสร็จ ตรวจเช็คความถูกต้องเรียบร้อย กลับที่พักด้วยสภาพร่างกายที่ยังปรับตัวเอง ให้เข้าสู่สภาวะปกติได้ไม่ดีนัก ยังคงมีความเหนื่อยล้าอยู่บ้าง แต่เชื่อไหมครับ มันเหนื่อยอยู่ไม่นานก็หาย เพราะใจมันรู้สึกได้สัมผัสกับความสุข จากการที่เราได้ให้ความช่วยเหลือคนอื่น คำขอบคุณที่ได้รับแม้เป็นเพียงคลื่นเสียงที่สั่นสะเทือน ผ่านตัวกลางที่เป็นอากาศมากระทบรูหูเข้าสู่จิตใจ มันทำให้ใจคนเราฟูฟ่อง และลืมความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ไปในที่สุด
ดังนั้นแล้วอย่าลืมกล่าวขอบคุณทุก ๆ ครั้ง ทุก ๆ ที่ ทุก ๆ เวลา เมื่อมีโอกาสนะครับ...
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณครูคิมครับ
ขอพระอภัยมณี ศรีสุวรรณมากเลยนะครับ
ที่ทำให้ต้องตาลาย แบบว่ารีบมากครับ
ต่อไปจะพยายามทำให้ดีกว่าเดิมครับ
ข้าน้อยสมควรตายสิบครั้ง
แต่ครั้งนี้ขอไว้ก่อนนะครับ
น้องพลายที่น่ารัก
ขอบคุณมากๆที่มีจิตอันเป็นกุศลมอบหนังสือให้กับโรงเรียนเชื้อจรญวิทย์
ขอให้น้องมีความสุขโชคดีตลอดไปนะจ๊ะ....พี่ประกาศเกียรติคุณที่หน้าเสาธงแล้วค่ะ
คงเหลือแต่ใบประกาศเกียรตฺิคุณที่จะนำมาให้วันที่ไปส่งงานที่อ.ที่ปรึกษานะคะ
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
พี่กระเเต