เมื่อสัปดาห์ก่อนโน้นนนน... ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ค่ะ  แล้วเราก็นัดหมายกันอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าก่อนกลับภูมิลำเนา  เราจะไปดูนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี แต่ก็ต้องผิดหวัง เนื่องจากว่า รถติดมากๆๆๆ และเราก็เดินทางถึงกรุงเทพก็ค่อนข้างจะเย็นแล้วด้วย  ถ้าเราจะพยายามเข้าไปดูนิทรรศการให้ได้ คงจะไปถึงนิทรรศการ 4 ทุ่มเป็นแน่ แล้วเราก็จะกลับถึงภูมิลำเนาเกือบเช้า ปัญหาก็คือรถที่เราใช้ เป็นรถเช่าเดินทางเป็นหมู่คณะนั้น เขาจะต้องส่งหมู่คณะของเราก่อนเที่ยงคืน เพื่อเดินทางกลับให้ถึงกรุงเทพในเวลาตี 4  เป็นอันว่าอดชมไปตามระเบียบอย่างละม่อม เฮ้อออ!!!  เสียดาย เสียดาย เสียดาย  

                  แล้ววันนี้ ได้รับอีเมลล์ดีๆ เรื่องเล่าจากในวัง เลยทำให้รู้สึกยิ่งเสียดายเข้าไปอีกที่ไม่ได้ไปชื่นชมพระบารมีของพระองค์ แต่ได้ยินมาว่า ผู้จัดนิทรรศการกำลังหาสถานที่จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ต่อไปอย่างถาวร ก็เลยใจชื้นขึ้นมาได้ว่า เดี๋ยวเราก็จะต้องได้ไปดูแน่ๆ แฮะๆๆๆ

เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก

เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า "ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ"

แม่ค้าตอบว่า "ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80 บาทจ๊ะ"

เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน

เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า

นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์เล็ก  ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับฟ้าหญิง 

นา งสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย  ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์

นางสนองพระโอฐก็ งง...งง  ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า

แต่ พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์น่ะ

ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์ แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ... ขนลุกเลย

(ฟ้าหญิงทรงตรัสกับในหลวงท่านอยู่นั่นเอง)

 

อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้ หนึ่ง ที่ คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูล ที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน  เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า "ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า  บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."

มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว..

พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า "มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"

เรื่องนี้ ดร.สุเมธ  เล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง

 

เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา

มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น

เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาต นำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่น พิเศษ

ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า "ไปบอกเค้านะ เราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"

เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน

ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลร ายงาน ว่า "ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ"

เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวลอย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า "เออ ดี เราชื่อเดียวกัน..."

ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย  เ พราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้

 

มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตร ให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง 

ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้  ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า "ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า"

ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ กับอธิการบดีว่า "เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก"

เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร

อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่า มีเหตุขัดข้องบางประการ ทำให้อ่านขาดตอน  ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้  ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า "เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไปแล้ว"

และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ ไ ฟดับไปชั่วขณะ... ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป

พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว  ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท  ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง  เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก

ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน