ระยะนี้แต่ละโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนระดับช่วงชั้นที่ ๒ และ ๓  จะมีโอกาสได้ต้อนรับคณะครูแนะแนวของโรงเรียนต่าง ๆ ทั้งในเขตใกล้เคียง และนอกเขตในอำเภอเดียวกัน  รวมไปถึงในจังหวัด  ต่างจังหวัด  และโรงเรียนพระปริยัติธรรม

         ส่วนมากสถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนที่อยู่ต่างจังหวัดจะติดต่อมาทางไปรษณีย์  แต่ละครั้งฉันในฐานะครูผู้รับผิดชอบงานแนะแนวโรงเรียนจะนั่งรับฟังอยู่ทุกครั้ง เพื่อนำข้อมูลมาให้ความช่วยเหลือเมื่อนักเรียนมาขอคำปรึกษา 

        รายล่าสุดมาจากวิทยาลัยเอกชนต่างจังหวัด  ทางโรงเรียนได้อนุญาตให้คณะอาจารย์ชุดนี้มาแนะแนวในเวลา ๑๒.๐๐ - ๑๒.๓๐ น. ของวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเวลาหลังรับประทานอาหาร  เพราะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  กำลังรับการประเมินผลภาคปฏิบัติ  ตั้งแต่วันที่ ๒๒ - ๒๖  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓  เมื่อถึงเวลานัดหมายนักเรียนได้ไปรอรับการแนะแนวปรากฏว่าฝ่ายแนะแนวไม่มา 

        ตอนบ่ายนักเรียนจึงขึ้นห้องเรียนไปสอบภาคปฏิบัติ  ในขณะที่กำลังอยู่ระหว่างสอบ  ฝ่ายแนะแนวดังกล่าวได้เข้ามาคะยั้นคะยอขอใช้เวลาไม่เกิน ๓๐ นาที  แม้นักเรียนจะบอกว่ากำลังสอบ 

          ครั้งนี้ฉันได้นั่งฟังเหมือนที่ผ่านมา  อาจารย์ทั้ง ๓ ท่านเป็นผู้ชายทั้งหมด  บุคลิคภาพและการพูดจาไม่สง่างามสมกับคนมีอาชีพครู  ส่วนกิริยาและวาจาที่พูดกับนักเรียนไม่สามารถลบล้างสิ่งที่มองเห็นได้เลย  ฉันจึงมีเจตนาจดบันทึกทุกถ้อยคำพูด

         อาจารย์ท่านแรกกล่าวว่า "ที่วิทยาลัยของครูไม่มีเงินก็เรียนได้  เรียนจบแล้วจะส่งไปทำงานที่ ..... ได้เงินเดือน ๆ ละ ๗๐๐๐ บาท สองเดือน สามเดือน สิบเดือน สามสิบเดือน  ลองคูณดูจะเป็นรายได้เท่าใด....ไม่รวยจะไปไหน

         อาจารย์ท่านที่สองกล่าวว่า....." นักศึกษาที่โรงเรียนของครูโก้มา  นักเรียนหญิงผูกเนคไทสี.....เดินผ่านหนุ่ม ๆ มองไม่หันหลัง  ส่วนนักเรียนชายเท่ไม่แพ้กันสวมชุดสี....." และ  "ครูนี่นะเรียนจบวิศวกรรมสาขา......เป็นครูคนเดียวที่จบสาขานี้"

        อาจารย์ท่านที่สาม...."แจกใบสมัคร  ให้นักเรียนรีบเขียนรายละเอียด  นัดว่าจะมารับเงินวันอาทิตย์  จำนวนรายละ ๒๐๐๐  บาท ใครมีเท่าไรให้เอามาก่อนอย่างต่ำรายละ ๕๐๐  บาทขึ้นไป  เพราะจะต้องส่งเงินและรายชื่อไปสำนักงานใหญ่ ที่กรุงเทพ ทางเน็ต  ใครล่าช้าอาจจะเสียโควต้า"

        นักเรียนหญิงของฉันที่หน้าตาดี  ก็จะถูกเกี้ยวด้วยการหยอกล้อ  พูดชมเชยว่า  "หนูชื่ออะไรละ หนูสวย น่ารักมาก มีแฟนหรือยัง  ถ้ายังไม่มีหากไปเรียนที่นี่รับรองแฟนตรึม" และ "สำหรับมือถือหมายเลข....ติดต่อได้ ๒๔ ชั่วโมงไม่ปิดทำการ  ตึด ๆ ๆ ไปได้ครูจะโทรกลับ"

        ภายหลังสิ้นสุดการแนะแนวเหมือนขายสินค้าขาดคุณภาพแล้ว  ฉันได้แลกเปลี่ยนกับนักเรียน  เนื่องจากกลัวนักเรียนจะสับสนเพราะต่างการแนะแนวของโรงเรียนอื่น ๆ  แต่นักเรียนก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่า..... "การแนะแนวแบบนี้เอาเงินมาเป็นตัวตั้ง ไม่ได้บอกเลยว่าโรงเรียนของตนเองสอนดีอย่างไร มีอะไรเป็นตัวชี้วัดบ้าง  และแฟนตรึมไม่ควรนำมาพูดเลย  อีกอย่างยุให้พวกหนูเป็นหนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้เรียน และเรื่องหนุ่มมองก็ไม่ควรพูดนะคะ  และชื่อของโรงเรียนไม่เป็นไทย ๆ หนูไม่ชอบค่ะ

        ส่วนนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งสงสัยว่า..... "สำนักงานใหญ่คืออะไรครับ  ทำไมพูดเหมือนห้างร้าน บริษัทหรือธนาคารละครับ  ทำไมจบวิศวะไม่ไปทำงานตามที่เรียนมาครับ  คุณครูไม่คิดสงสัยเหมือนพวกผมหรือครับ"  คำตอบของครูคือ....

         "ข้อคิดเห็นจากผู้อ่านบันทึกฉบับนี้

         ในที่สุดก็เสียเวลาไป ๕๕ นาที  และทำให้นักเรียนมีปัญหากับเวลาในการทดสอบภาคปฏิบัติ  เพราะหมดเวลาตามที่กำหนดไว้แล้ว  นักเรียนจึงช่วยกันแก้ปัญหาด้วยไปสอบหลังเลิกเรียนของทุกวัน  แต่เราได้การเรียนรู้จากบทเรียนนี้มากมายคือ "นักเรียนสามารถวิเคราะห์เรื่องที่ฟังได้"