ทุกวันนี้ ยังมีเจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารธุรกิจ รวมถึงผู้ที่เป็นนักขายจำนวนมาก ยังเข้าใจว่าในเรื่องของการขายนั้น น่าจะมีเทคนิคใหม่ๆ กลวิธีใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเทคนิควิธีการเดิมๆที่ได้เคยใช้ ที่ได้เคยสอนกันมาตลอดหลายสิบปี หลายคนไปไกลถึงขนาดคิดว่าในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ อาจจะมีเทคนิควิธีการแปลกประหลาดลึกล้ำพิศดารในการขายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติเลยทีเดียว

     ผมเองก็เข้าใจในหัวอกของพวกเขาเหล่านั้นดีว่า ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างอภิมหาโกลาหลอลหม่านทางธุรกิจเช่นในปัจจุบันนี้ หลายคนรู้สึกขาดความมั่นใจ หลายคนรู้สึกว่าการทำงานขายมันยากมากขึ้นกว่าแต่ก่อน หลายคนรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว ไม่รู้ว่าจะยึดถืออะไรเป็นหลัก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีที่มันได้ผล ทุกคนอยากได้เครื่องมือ อยากได้สูตรเด็ด      อยากได้เคล็บลับ อยากได้อะไรสักอย่างที่จะมาช่วยทำให้การขายมีประสิทธิผล 

     ข่าวร้ายก็คือ ไม่มีอะไรอย่างที่อยากได้นั่นหรอก! ไม่มีเครื่องมือหรือเทคนิควิธีการเด็ดๆ อะไรทั้งสิ้น หลักการและเทคนิควิธีการขายยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน หลักการและกฏเกณฑ์พื้นฐานในการขายยังคงเหมือนเดิม แต่ข่าวดีก็คือหลักการและกฎเกณฑ์พื้นฐานทั้งหลายนั่นแหละก็ยังใช้ได้ผลอย่างชะงัดนัก ถ้าเราจะรู้จักนำไปพลิกแพลง ดัดแปลงและประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป อาจจะมีคำถามกลับมาว่า นั่นซี่ ช่วยบอกวิธีดัดแปลง วิธีประยุกต์ใช้ให้หน่อย! ถ้าแบบนี้ก็จบกัน ใจคอนี่จะไม่คิดอะไรกันเองบ้างเลยหรือ ? 

     พูดถึงประเด็นนี้แล้วนี่ทำให้นึกถึงแก๊กของฝรั่งเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องสมัยที่ประเทศรัสเซียยังมีผู้นำชื่อครุสซอฟ รัสเซียยามนั้นกำลังเผชิญกับความขาดแคลน ความอดอยากหิวโหยจากพิษภัยของสงคราม ประชาชนถึงขั้นต้องเข้าคิวยาวเป็นกิโลเพื่อไปรับแจกขนมปังเพียงก้อนเดียว         ครุสซอฟตัดสินใจส่งโทรเลขถึงผู้นำสหรัฐฯมีข้อความว่า “ช่วยส่งอาหารมาช่วยเหลือเราด่วน เรากำลังขาดแคลน ไม่มีอะไรจะกินกันอยู่แล้ว!” ผู้นำสหรัฐได้รับโทรเลขแล้วก็ตอบกลับไปว่า “เราก็กำลังแย่ กำลังอยู่ในช่วงศึกสงคราม ไม่มีอาหารมากพอที่จะส่งไปช่วยใครได้หรอก ขอให้ชาวรัสเซียอดทนไว้ ไม่มีอะไรดีเท่ากับพยายามรัดเข็มขัดเข้าไว้!”จากนั้นในทันที ครุสซอฟโทรเลขกลับไปหาผู้นำสหรัฐฯอีกครั้งหนึ่งว่า “ถ้างั้นช่วยส่งเข็มขัดมาให้เราโดยด่วนด้วย!?!” แสดงว่าขนาดเข็มขัดยังขาดแคลน นี่เป็นแก๊กที่แสดงถึงการคิดอะไรเองไม่เป็น แบมือรอแต่ความช่วยเหลือ รอฟ้าดินดลบันดาล 

     ครั้งนี้ผมจึงตั้งใจนำเอาข้อเขียนของ ดร.โธมัส เจ.ปีเตอร์ส (หรือที่คนส่วนใหญ่มักเรียกเขาว่า ทอม ปีเตอร์ส) กูรูแถวหน้าระดับโลกผู้มีชื่อเสียงด้านการบริหาร การจัดการ การตลาดและการขาย จากหนังสือเล่มล่าสุดของเขา Re-imagine! (2003) หรือในชื่อฉบับแปลเป็นภาษาไทยว่า “คิดใหม่! : สุดยอดการปฏิวัติแนวคิดธุรกิจและการจัดการ” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุคส์ ซึ่งทอม ปีเตอร์ส ได้กล่าวถึงหลักการและกฎเกณฑ์การขายไว้ 25 ข้อ ที่เขาใช้ในการบรรยายให้กับบรรดานักขาย และผู้บริหารงานขายในบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกมาแล้วมากมายหลายแห่ง

     เราลองมาดูกันว่ากูรูการขายระดับโลกแถวหน้าที่มีแนวคิดก้าวหน้าหวือหวาที่สุดในบรรดากูรูทั้งปวง บรรยายให้กับนักขายในบริษัทที่อยู่ในอันดับต้นๆของโลกมาแล้วอย่างโชกโชน จะมีกลยุทธ์กลเม็ดเคล็ดลับเคล็ดวิชา เดชคัมภีร์เทวดาใดในเรื่องการขายมาบอกเราให้ตื่นตระหนกชนิดขนหัวลุกอย่างที่พวกเราโหยไห้อาลัยหากันบ้าง! 

      หลักการและกฎเกณฑ์การขายทั้ง 25 ประการของทอม ปีเตอร์ส มีดังนี้ 

     1. จงรู้จักสินค้าของคุณ : 
               
คนที่มีความรู้เชิงลึกมากที่สุดคือผู้ชนะ 
     2. จงรู้จักบริษัทของคุณ : 
               
คุณขายบริษัทมากกว่าขายสินค้าหรือบริการ 
     3. จงรู้จักลูกค้า : 
                
รู้ไปถึงบริษัทลูกค้า นโยบาย/วัฒนธรรม/ทุกอย่างที่เกี่ยวกับลูกค้า 
     4. จงรักการเมือง : 
               จงรักแก่นแท้ของการต่อสู้ การต่อสู้ทุกเรื่องในบริษัทของเราและของลูกค้า 

     5. จงเคารพคู่แข่ง : 
                
อย่าด่าคู่แข่ง อย่านินทาคู่แข่ง ไม่จำต้องเกลียดคู่แข่ง 
     6. จงวางเครือข่ายในองค์กรของลูกค้า : 
                ผูกมิตรกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง 
     7. จงวางเครือข่ายในองค์กรของคุณ : 
                ผูกมิตรกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือ 
     8. จงอย่ารับปากมากเกินไป : 
                อย่ารับปากในสิ่งที่ทำไม่ได้ 
     9. จงขายวิธีแก้ปัญหา : 
                ลูกค้าซื้อวิธีแก้ปัญหา ไม่ได้ซื้อแค่สินค้า 
   10. จงรู้จักขอความช่วยเหลือ : 
                 
อย่ายะโสโอหัง มีคนพร้อมจะช่วย ถ้าเรากล้าออกปาก 
   11. จงทำให้ตราสินค้าดูมีชีวิตชีวา : 
                 เสน่ห์ของสินค้าอยู่ที่เสน่ห์ของคนขาย 
   12. จงชื่นชมกับความพ่ายแพ้ชั้นดี : 
               
รู้จักเอาประโยชน์จากความล้มเหลว แปรวิกฤติเป็นโอกาส 
   13. จงทำให้ทุกปัญหาเป็นปัญหาของคุณ : 
               
ถือปัญหาของลูกค้าเป็นปัญหาของเราเสมอ 
   14. จงรับผิดชอบอย่างเต็มที่ : 
               
อย่าโบ้ย อย่าโทษหรือโยนความรับผิดชอบไปให้คนอื่น 
   15.จงอย่าปกปิดข้อมูล : 
               
แบ่งปันข้อมูลกับคนอื่นๆ เพื่อช่วยกันสร้างและรักษาลูกค้า 
   16. จงเดินหนีธุรกิจที่เลว : 
               
ลูกค้าบางคน/บางบริษัท ก็น่ารังเกียจเกินกว่าจะทำธุรกิจด้วย 
   17. จงอย่าคร่ำครวญเรื่องราคา : 
               
ถ้าคิดว่าต้องราคาถูกจึงจะขายได้ ก็อย่ามาเป็นนักขาย 
   18. จงอย่าแพร่งพรายความลับองค์กรเพียงเพื่อให้ขายได้ : 
               
ชัดเจนอยู่ในตัวเองแล้ว 
   19. จงเคารพพวกที่โตเร็ว (คู่แข่งตัวจริง) : 
                
อย่าประมาท แม้คู่แข่งที่เล็กกว่าเรามาก 
   20. จงแสวงหาลูกค้าชั้นเยี่ยม : 
                
หาให้ได้ว่าใครคือลูกค้าจำนวน 20% ที่ซื้อเราอยู่ 80% 
   21. พูดแบบ “หุ้นส่วน” : 
                
ถือลูกค้าเป็นหุ้นส่วน เป็นลูกค้าตลอดชีพ ที่เราไม่มีวันทอดทิ้ง 
   22. จงกล่าวขอบคุณ : 
                
หาวิธีแปลกๆ ที่สร้างสรรค์ ทำให้ลูกค้ารู้ว่าเราซาบซึ้งเขา 
   23. จงทำให้ลูกค้าของคุณเป็นวีรบุรุษ : 
                
ทำให้ลูกค้ารู้สึกดีๆ กับตัวเขาเอง ชื่นชมเขา 
   24. จงตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนโลก : 
               
ตั้งเป้าหมายใหญ่เข้าไว้ อย่าพอใจกับยอดขายพื้นๆ 
   25. จงทำให้มันง่ายๆ เข้าไว้ : 
                
สั้น กระชับ และเรียบง่าย คือการนำเสนอขายที่ดีที่สุด 

      เป็นไงครับ ผิดหวังละซีถ้า นึกว่าจะมีอะไรแปลกประหลาดพิศดารมโหฬารมหันต์ลึก ที่แท้ก็เป็นเรื่องพื้นๆ อย่างที่รู้ๆ กันนั่นเอง ผมถึงได้บอกไงว่าหลักการและกฎเกณฑ์การขายนั้นมันไม่มีอะไรใหม่หรอก เคล็ดลับมันอยู่ที่ว่าเราจะเอาหลักการกฎเกณฑ์เก่าๆ ไปใช้ในงานใหม่ๆ ในสถานการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างไร 

http://www.giantbabys.com