สุขที่ใจ มีหลายประการที่ต้องวิเคราะห์ สู่หนทางแห่งความสุขใจ กล่าวคือ 
           ฝึกดู โดยการ "ให้ดู และรู้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนั้น" ไม่ว่าจะเป็น จิตใจ อารมณ์ และความคิด ที่ทุกข์ หรือ สุข หรือ เฉยๆ 

ฝืนต่อสู้กับ อารมณ์ ความรู้สึก ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น เป็นการต่อสู้กับ "กิเลส" ข้าศึกศัตรูตัวสำคัญที่ฝังลึกอยู่ในตัวเรา พูดก็ง่าย เขียนก็ง่าย คิดก็ง่าย อ่านก็ง่าย แต่เวลาทำจริงไม่ง่ายอย่างที่ พูด เขียน คิด อ่าน ทดลองทำ หรือ ปฏิบัติฝึกฝืนกิเลสกันดู ตามที่พระอาจารย์ท่านสั่งสอน เพื่อเราจะได้เริ่ม "รู้จริงรู้แจ้งธรรมะ" ไม่ใช่ "รู้จดรู้จำธรรมะ"   เมื่อรู้สึกได้ว่าเกิดทุกข์ขึ้น ในขณะนั้นเกิดวิถีจิตแทรก วิถีที่ทำให้เป็นทุกข์แล้ว ด้วยจิตรับอารมณ์ได้ทีละขณะ ดังนั้นเมื่อมารู้ ก็คือมาอยู่ที่ "อารมณ์" ซึ่งเป็นปัญญา ตัวจิตที่จะไปรับอารมณ์ทุกข์ จะถูกเปลี่ยนไป ละแบบเดี๋ยวด๋าวนะค่ะ จะสวดมนต์ ท่องมนต์ หรือคิดถึงคำสอนของพระพุทธองค์ หรือเรื่องเล่าในพระพุทธศาสนา หรือคิดถึงกุศลที่ได้เคยทำไว้ก็ได้ค่ะ นี่ล่ะค่ะวิธีฝืนที่เป็นการปฏิบัติ อย่าโกรธเวลาเกิดอารมณ์โกรธ เพราะ "โลภะ โทสะ โมหะ " นั้นมีอยู่ประจำกับมนุษย์แนบแน่นยิ่งกว่าสิ่งใด ตามติดมาทุกชาติภพ เป็นยิ่งกว่าแฝดอินจัน ยิ่งนานวันก็ยิ่งสั่งสม การจะละ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ก็ต้องทำสั่งสมไปเรื่อยๆเช่นเดียวกัน 

"เห็นความคิด - ทุกข์ดับ" วิชชา แปลว่า รู้ อาจมีคำถามว่ารู้อะไร ก็รู้ความคิดนั่นแหละ คือ เมื่อมันคิดนึกขึ้นมาปุ๊บ ความคิดนั้นถูกเห็น หรือถูกจับได้เหมือนแมวกับหนู หัวใจสำคัญคือ เมื่อเราเห็นความคิดของตัวเอง มันจะเกิดการหยุดชะงัก มันไม่ปรุง อันนี้เรียกว่า วิชชา อันนี้เป็นวิธีดับทุกข์