ทุกครั้งที่ดิฉันเข้าฝึกอบรม จัดสัมมนา ดิฉันจะถามผู้เข้าร่วมสัมมนาเสมอๆ ว่าในแต่ละปีผู้เข้าร่วมสัมมนาอ่านหนังสือที่เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพครูของตนเองปีละกี่เล่ม คำถามนี้ดิฉันขอถามคุณด้วยค่ะ คำตอบที่ดิฉันได้จากห้องสัมมนาโดยเฉลี่ยแล้ว ไม่ว่าจะอาชีพใดๆ คนไทยเราหลังจากจบการศึกษาหลักสูตรปกติในมหาวิทยาลัยกันแล้ว เรามักจะแทบไม่ได้อ่าน หรืออ่านน้อยมากๆ เกี่ยวกับหนังสือที่จะเพิ่มพูนความรู้เพิ่มเติมในวิชาชีพของตนเอง เหตุผลส่วนใหญ่ของคนทำงานที่ไม่ได้อ่านหนังสือในวิชาชีพตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะงานหนัก ใช้เวลาในที่ทำงานมากไป กว่าจะเดินทางกลับบ้านก็เหนื่อยแล้ว เลยขอดูโทรทัศน์แทนดีกว่า หรือบางเหตุผลก็บอกว่าหนังสือในวิชาชีพหายาก ไม่ค่อยมีมาก บางทีอ่านแล้วก็เป็นวิชาการ น่าเบื่อ ก็เลยไม่อยากอ่าน แล้วอย่างนี้จะก้าวหน้าในอาชีพได้อย่างไร จริงไหมคะ
หากคุณอยากเติบโตในสายอาชีพ อยากประสบความสำเร็จ เป็น Top ในสายวิชาชีพ ดิฉันบอกได้เลยว่าคุณต้องอ่าน อ่าน อ่าน และก็อ่านค่ะ การอ่านเป็นพื้นฐานแรกเลยที่จะทำให้คุณมีถังความรู้อยู่ในตัวคุณได้มากมายมหาศาล เมื่อคุณมีถังความรู้ เวลาคุณคุยแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นในที่ประชุมกับเจ้านาย กับเพื่อนร่วมงาน คุณถึงจะได้มีอะไรไปแลกเปลี่ยนกับที่ประชุม หากถังความรู้คุณว่างเปล่า คุณก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปคุยกับเขาจริงไหมคะ
ดิฉันจะรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กๆ เวลาที่ไปร้านหนังสือ จะเห็นหนังสือติดอันดับขายดี พิมพ์ซ้ำหลายๆครั้ง ส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังสือที่พวกดาราเดินพาเหรดออกแฉ หรือพวกหนังสือบันเทิงต่างๆ จนสังคมไทยจะยึดถือค่านิยมเป็น “บันเทิงนิยม” ไปซะแล้วกระมัง อย่างที่บอกการอ่านเป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางความคิดเข้าไปในตัวคน หากคุณอ่านเรื่องไร้สาระ อ่านขยะ ก็ลองจินตนาการดูนะคะว่าคุณกำลังใส่อะไรเข้าไปในตัวคุณ
นอกจากการอ่านหนังสือในวิชาชีพแล้ว ดิฉันขอแนะนำให้ท่านผู้อ่านลองฝึกการถ่ายทอดสิ่งที่ท่านผู้อ่านได้อ่านให้กับบุคคลรอบข้างด้วยค่ะ เพราะหลังจากการอ่านแล้วหากได้นำมาสอน มาถ่ายทอดต่อให้กับคนรอบข้างแล้ว มันจะทำให้สิ่งที่เราได้อ่านมา จะถูกฝังอยู่ในตัวเราได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์คะ เพราะในระหว่างที่เราถ่ายทอด เราจะเชื่อมโยงเนื้อหา ความรู้ เข้ากับประสบการณ์ส่วนตัว ผู้ที่รับการถ่ายทอดก็จะร่วมเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของเขาเข้าไปในเนื้อหาที่เราถ่ายทอดด้วย
นอกจากการอ่านหนังสือในวิชาชีพแล้ว จะขอแนะนำให้อ่านหนังสือที่พัฒนาตนเองจากภายในด้วย เช่นหนังสือที่ขัดเกลาทางด้านอารมณ์ หนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาสัมพันธภาพกับคนรอบข้างด้วยคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นคนเก่ง ที่มีแต่ I.Q. แต่ไม่มี E.Q. ไป การที่เราจะประสบความสำเร็จได้ต้องเป็นคนที่มีวุฒิภาวะที่ดีทางอารมณ์ด้วย บางคนเก่งมากคะ แต่ชอบใช้ความเก่งของตนเอง ดูถูก ตำหนิติเตียนผู้ที่ด้อยกว่า ถึงคุณจะเก่ง คุณจะประสบความสำเร็จจากการที่คุณเก่ง แต่คุณไม่ได้พัฒนาคุณค่าของความเป็นคน อย่างนี้ก็ไม่สง่างามหรอก จริงไหมคะ
และที่เป็นที่สุดยอดอยากเพิ่มเข้าไปในเรื่องของการอ่าน คือหนังสือที่พัฒนาทางด้านจิตวิญญาณ เช่นหนังสืออัตชีวประวัติบุคคลสำคัญๆ หนังสือธรรมะ คะ อ่าน อ่าน อ่าน และปฏิบัติตาม ชีวิตนี้ก็จะมีคุณค่า มีความหมาย สมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์คะ
“คนที่ไม่อ่านหนังสือก็ไม่ได้เปรียบไปกว่าคนที่อ่านหนังสือไม่ออก” ท่านผู้อ่านว่าจริงไหมคะ
เรียนคุณ Kanokwan Losiri
เห็นด้วยครับกับเรื่องการเป็นนักอ่าน
อีกอย่างที่อยากให้มีมากขึ้นคือหนังสือที่เขียนจากครูผู้สอน
โดยนำเสนอรูปแบบการถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรง
ไม่ใช่มีแตทฤษฎีที่ไปลอกมาแปะไว้ในหนังสือดูแล้วไม่น่าอ่านครับ
หนังสืออย่างที่ว่านี้มีน้อยครับ อยากให้ครูช่วยกันเขียนออกมาเยอะ ๆ
แล้วแบ่งปันกันใน Gotoknow น่าจะดีนะครับ
อ่านหนังสือที่มิตรรัก...มอบให้ (4)