นมหายไม่เป็นไร อยากให้มะเร็งกระเด็นไปไำกลๆก็พอ

หลังจากทำคีโมได้ 3 ครั้งหมอก็นัดผ่าตัดเนื่องจากก้อนเนื้อที่บวมและแตกปริเริ่มแห้งสนิทหมอก็เลยทำการนัดมา ผ่าตัดเพราะถ้าหากผ่าตอนที่ก้อนเนื้อยังบวม มีโอกาสที่จะกระจายไปยังส่วนอื่นได้ง่ายหมอเลยต้องให้คีโมก่อนเพื่อให้มันยุบและแห้ง ผลก็เป็นที่น่าพอใจวันนัดผ่าหมอให้อดอาหารตั้งแต่ตอนกลางคืนเช้าขึ้นมาก็ออกเิดินทางมาที่โรงพยาบาลพร้อมน้องสาวส่วนข้าพเจ้าก็นั่งรถไฟไปจากกรุงเทพฯเช้า 8.00 ก็ถึงพร้อมกันที่โรงพยาบาลพอดียื่นเอกสารและพบหมอก่อนขึ้นหวอดไปนอนที่เตียงก็ประมาณ 10 โมงกว่าแล้ว รอ รอ รอพยาลก็จะเดินมาบอกว่า ประมาณ 16.00 น.คุณหมอก็จะเริ่มผ่าตัด คนป่วยนอนรอ+หิว

ช่วงนอนรอเข้าห้องผ่าตัด

หน้าตาดูมีกังวลนะเีนี่ย?

รอแล้วรอเล่าจน 18.00 น ก็แล้วเราก็เลยเดินไปถามพยาบาลก็ได้คำตอบว่ายังไม่ถึงคิืวค่ะต้องรอเพราะวันนี้คุณหมอมีคิวผ่าถึง 20 ราย โอ้โฮ ทำไมคุณหมอทำงานคุ้มจังน่าสงสารคุณหมอหรือคนป่วยดี รอต่อไป

หน้าตาเริ่มเครียด

สำคัญกว่าอย่างอื่นคือหิว หิวเพราะไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เมื่อวาน 18.00น

รอจน 20.00น โดยประมาณน่าจะกว่าด้วยเตียงไกล้ๆกันเค้าก็เข็นไปกันจนหมดแล้ว เอ๊? หรือว่าเค้าจะลืมเตียงนี้ ซักพักบุรุษพยาบาลก็เข็นเตียงมารับ เราก็เดินตามไปที่ห้องผ่าตัดชั้น 1 เพราะนอนอยู่ชั้น 4 หน้าห้องผ่าตัดก็มีเตียงรอเข็นเข้าห้องผ่าตัดเป็นแถวเลย ญาติก็รอกันเพียบ เตียงคนที่ผ่าแล้วก็ทะยอยเข็นออกมาเรื่อยๆ อ้าวเตียงเรายังไม่ได้เข็นเข้าไปเลย รอซักพักก็เข็นหายเข้าไปข้างใน คาดว่าประมาณเกือบ 21.00น.โดยประมาณเราก็เลยชวนน้อง ออกไปข้างนอกเพื่อซื้อข้าวและ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้เช่น กระดาษทิชชู่ น้ำดื่ม ยาสีฟัน ฯลฯ (โรงพยาบาลรัฐบาลนะไม่ใช่โรงพยาบาลเอกชนที่จะมีให้ทุกอย่างครบครัน) กลับเข้ามาแล้วก็ไปนั่งรอที่หน้าห้องผ่าตัด รอ รอ ซักประมาณ 22.00 น. บุรุษพยาบาลก็เข็นรถออกมาแล้วร้องหาญาติคนป่วย พร้อมกับเข็นไปส่งที่เตียง ออกมาสะลึมสะลือ ยังไม่ตื่นจากยาถึงเตียงก็หลับต่อ ออกมามีของแถมห้อย หน่องแหน่งมาด้วย 2 กระปุก คือกระปุกระบายเลือดและน้ำเหลือง แต่ลืมถ่ายรูปกระปุกไว้มีแต่สายที่ได้มา

ของแถมมาจากห้องผ่าตัด

สรุปคืนนั้นไม่ได้กินข้าวมีแต่ตอนดึกๆ ตื่นขึ้นมากินน้ำแล้วก็หลับต่อเราก็มุดใต้เตียงนอนกันจนเช้า พอซักตี 4-5 พยาบาลเริ่มกวนแล้วเช็ดตัวบ้างวัดความดันบ้างเช็คกระปุกเลือดบ้าง สรุปเช้านี้มีใข้นิิดหน่อยเพราะระบมแผล เช้าขึ้นมาก็กิน เกร็ดข้าวกล้องผสม นีโอมูนได้แค่ 1แก้วแล้วก็กินยา พอสายๆ ก็มีน้องๆพยาบาลฝึกงานมาช่วยดูแล

พอวันที่ 2 เริ่มแหย่ให้แกหัวเราะกัน

หลังจากผ่าประมาณวันที่ 2 เห็นจะได้หมอเริ่มให้ขยับแขนแต่ยังไม่ให้ขยับมากไม่รู้ว่าชวนแกหัวเราะมากไปหรือเพราะแกลุกขึ้น บ่อยๆ หรือเพราะพยาบาลบังคับให้กายภาพก็ไม่รู้แน่ วันที่ 3 แผลแตกเลือดทะลักออกมาทางปากแผลเต็มเลย ตกใจมากโดนเข็นกลับเข้าห้องผ่าตัดไปทำแผลใหม่ โดนรมยาอีกแล้วกลับออกมาเลือดก็หยุดใหลทางปากแผลนอนโรงพยาบาลสรุปรวมก็ 7 วัน หมอก็ให้กลับบ้านไปพักฟื้นที่บ้านและให้ไปล้างแผลทุกวันที่คลีนิคไกล้บ้าน แต่น่ารำคาญที่สุดคือกระปุก 2 ลูกที่ต้องคอยระวังไม่ให้ตัวปั๊มมันดีดขึ้นเพราะไม่งั้นมันจะไม่ีดูดน้ำเหลือง น้ำเหลืองก็จะคั่งอยู่ข้างในอาจทำให้แผลอักเสบได้ ต้องให้น้ำเหลืองหยุดใหล หรือเหลือน้อยมากๆ จึงจะถอดออกได้ใช้เวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์โดยประมาณบางคนก็อาจไม่ถึง ช่วงนี้ก็กินไข่ขาวบ่อยหน่อยเพราะจะช่วยเรียกเนื้อให้หายเร็วขึ้น แต่ถ้ากินมากก็อาจทำให้แผลไม่สวยเพราะเนื้อจะขึ้นเร็วและนูน ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก็จะต้องทำกายภาพร่วมด้วยทุกวันตามท่าทางที่ทางโรงพยาบาลสอนมา เืพื่อป้องกันแขนบวม และข้อใหล่ติด ส่วนน้าสาวขยันมากลัวแขนบวมและข้อใหลติด