โฮลเกรน (Whole Grains) คุณรู้จักเขาแล้วหรือยัง??
      สวัสดียามเย็นครับคุณผู้อ่าน ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ พี่แจ๋วแหวว มากนะครับ สำหรับคำขอที่ว่า ให้อธิบายเพิ่มเติมสำหรับคำว่า "อาหารจำพวกโฮลเกรน" อ่ะครับ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผมได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาครับ งั้นเรามาดูกันเลยครับว่าเจ้า "โฮลเกรน" นั้นเขาเป็นอะไรกันแน่...หุหุ

 

 

      โฮลเกรน (Whole Grains) เป็นเทรนด์อาหารสุขภาพที่กำลังได้รับการพูดถึงอย่างมากในขณะนี้ โดยประเทศต่างๆ ได้ให้ความสำคัญในการหันมารับประทาน โฮลเกรน อย่างแพร่หลาย เห็นได้จากข้อแนะนำด้านโภชนาการของประเทศต่างๆ อาทิ My Pyramid, Steps to a Healthier You ของ USDA Dietary Guidelines ของสหรัฐอเมริกา หรือ Canada’s Food Guide ของแคนาดา แนะนำให้เลือกรับประทาน โฮลเกรน ที่หลากหลายเป็นประจำทุกวัน Healthy Eating Pyramid ของประเทศออสเตรเลีย ได้ระบุอาหารเช้าที่ทำมาจาก โฮลเกรน เป็นหนึ่งในมื้อสำคัญที่มีการแนะนำให้มีการรับประทานเป็นประจำ เพื่อสุขภาพร่างกาย ที่แข็งแรง และช่วยป้องกันโรค

 

 

      โฮลเกรน หรือ ธัญพืชเต็มเมล็ด คือ ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีน้อยที่สุด โดยยังคงส่วนประกอบสำคัญของธัญพืชอยู่ครบถ้วน ซึ่งได้แก่...
      1. เยื่อหุ้มเมล็ด (Bran) คือส่วนนอกสุด อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร แถมยังมีวิตามินบี แร่ธาตุ โปรตีน และธาตุเหล็ก
      2. เนื้อเมล็ด (Endosperm) ส่วนนี้เป็นส่วนหลักของธัญพืชเลยทีเดียว จะประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเป็นส่วนใหญ่ มีโปรตีนและวิตามินบีเล็กน้อย ถือเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญ
      3. จมูกข้าว (Germ) เป็นส่วนที่เล็กที่สุด แต่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย เช่น วิตามินบี วิตามินอี แร่ธาตุ และไฟโตนิวเตรียนท์ต่างๆ
      ด้วยคุณสมบัติพิเศษของ โฮลเกรน ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เมื่อร่างกายรับเข้าไปจะย่อยอย่างช้าๆ ทำให้รู้สึกอิ่มท้องนาน ส่งผลให้ไม่ทานจุบจิบ จึงช่วยในการควบคุมน้ำหนักและยังช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นอีกด้วย เพราะ โฮลเกรน มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นไฟเบอร์ วิตามินบี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ซึ่งช่วยป้องกันโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคมะเร็งในทางเดินอาหาร แถมยังช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และยังช่วยให้ผิวพรรณดีอีกด้วย ตัวอย่าง โฮลเกรน ที่เรารู้จักกันดีก็คือ ข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ลูกเดือยที่ผ่านการขัดสีน้อย

 

 

      จากการสำรวจของ The Harvard Nurses Health Study ในกลุ่มผู้หญิงอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป จำนวน 75,000 คน พบว่าผู้หญิงที่กิน โฮลเกรน เป็นประจำ น้ำหนักจะน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่กิน โฮลเกรน เลย แต่กินแป้งขัดขาวมากกว่า นอกจากนี้ ผู้หญิงที่กินอาหารที่มีเส้นใยสูงและ โฮลเกรน เป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ถึง 49% ในขณะที่ผลการศึกษาอีกแห่งหนึ่งได้มีการศึกษากับผู้ชายอายุ 40-75 ปี จำนวน 27,082 คน พบว่า ในช่วงระยะเวลา 8 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างการกิน โฮลเกรน กับการลดลงของน้ำหนักเป็นไปอย่างชัดเจน การกิน โฮลเกรน ทุกๆ 40 กรัม จะช่วยลดน้ำหนักได้ 0.49 กิโลกรัม และถ้าหากกินเยื่อหุ้มเมล็ด (Bran) เพิ่มอีก 20 กรัม จะช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 0.36 กิโลกรัมเลยทีเดียว

 

      เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะครับคุณผู้อ่าน สำหรับคุณสมบัติและคุณประโยชน์ของเจ้า โฮลเกรน นี้ ทุกท่านเริ่มที่จะสนใจหามารับประทานกันบ้างแล้วหรือยังล่ะครับ หุหุ อย่าลืมนะครับว่า การมีสุขภาพที่ดีส่วนหนึ่งมาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปนะครับ (You are what you eat) สำหรับบทความนี้ผมคงต้องขอลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่บทความหน้านะครับ สวัสดีและบ๊าย บี ครับ