เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทีมจัดการความรู้ได้จัดเวทีให้ทีมดูแลผู้ป่วย Acute Coronary Syndrome ได้มีการ sharing กันในเรื่องการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่ ผู้ป่วยนอกจนถึงผู้ป่วยใน โดยมี คุณหมออายุรแพทย์ เป็นผู้เสริมและบอกสิ่งที่ดีกว่าให้แก่เรา พร้อมทั้งมีคุณหมอเด็กผู้เป็นประธานองค์กรแพทย์ร่วมแลกเปลี่ยนกับเราด้วย

 

เราได้เรื่องเล่าที่ดีเป็นแบบอย่างมาหลายเรื่อง อย่างเช่น เอ๊กซเรย์บอกว่า เมื่อก่อนมีคนไข้ที่มาหัวใจหยุดเต้นที่เอ๊กซเรย์ หลังจากนั้นมาก็ปรับปรุงระบบกันใหม่ มีการจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ ฟื้นฟูการช่วยฟื้นคืนชีพให้แก่ทีมเอ๊กซเรย์ มีการประสานงานกับห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ทำให้การประเมินคนไข้ได้ดีขึ้น อุบัติการณ์ก็ไม่เกิดขึ้นอีก

 

อุบัติเหตุ-ฉุกเฉินบอกกับเราว่า คนไข้ที่มาที่ ฉุกเฉิน เราจะประกันเวลาในการให้การดูแลผู้ป่วยไว้ไม่เกิน 10 นาที ตั้งแต่การซักประวัติ ตรวจคลื่นหัวใจ การรายงานแพทย์ การส่งเลือดตรวจ การส่งเอ๊กซเรย์ การเปิดเส้นเลือดดำ

 

คุณหมอประกันกับเราว่า หมอจะมาภายใน 15 นาที และให้การรักษาโดยการให้ยาไม่น้อยกว่า 30 นาที และในบางครั้งอาจจะต้องเจาะเลือดเพื่อดูเอนไซม์ถี่หน่อย เพราะนอกจากเรื่องการวิจัยแล้วก็อาจจะต้องประเมินให้ได้ แม้จะไม่ใช่6 ชั่วโมงตามที่ ไกด์ไลน์เขียนเอาไว้ แม้ว่า การตรวจเลือดจะไม่ดีเท่าการตรวจคลื่นหัวใจก็ตาม

 

ในช่วงการดูแลผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลแล้วภายใน 48-72 ชั่วโมง ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลในหอผู้ป่วยหนักเพื่อเฝ้าระวังอาการเจ็บหน้าอก การเต้นผิดปกติของหัวใจรวมถึงสัญญานชีพต่างๆ หากมีการให้ยาละลายลิ่มก็ต้องเฝ้าระวังอาการที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องของการมีเลือดออก ความดันโลหิตตกหรือจนอาจจะเกิดการช้อคได้ หากมีการให้ยามาจากห้องฉุกเฉิน หากจะส่งเข้าหอผู้ป่วยหนัก ก็ต้องมีการเฝ้าติดตามและใช้เครื่องในการหยดสารละลาย มีพยาบาลติดตามมาส่ง หากจะต้องส่งต่อโรงพยาบาลศูนย์ก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน

 

การจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้านก็ต้องดูแลเรื่องโรคร่วม ไม่ว่าจะความดันโลหิตสูง เบาหวาน พฤติกรรมการสูบบุหรี่ก็ต้องให้คนไข้งดและเลิกสูบบุหรี่ไปในที่สุด

 

บรรยากาศในการแลกเปลี่ยนค่อนข้างสบาย มีเสียงหัวเราะ เฮฮาเป็นบางโอกาส และให้การแบ่งปันกันเป็นอย่างดี เครื่องให้สารน้ำที่ห้องฉุกเฉิน ใช้การได้ไม่ดีเพราะไม่มีชุดให้สารน้ำโดยเฉพาะ ทางหอผู้ป่วยก็รับปากจะสับเปลี่ยนให้  คนไข้ที่มาตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอก เมื่อก่อน มีอาการจุกเสียดแน่นท้อง ก็จะส่งๆไปที่ห้องฉุกเฉินตามไกด์ไลน์ที่ได้กำหนดไว้ ทำให้คนไข้ไปออที่ฉุกเฉินเยอะมาก จากนี้ พยาบาลก็จะให้การดูแลเหมือนที่ห้องฉุกเฉิน หากอาการไม่รุนแรงนัก  คนไข้ที่เคยหลุดให้เดินไปเจาะเลือดที่ห้องชันสูตร ต่อไปน้องผู้ช่วยก็จะผ่านให้พยาบาลตรวจสอบก่อนทุกครั้ง และไม่ให้คนไข้เดินไปเองจะทำการเจาะส่งเองและให้คนไข้ได้นอนพัก

 

การประชุมปิดลงด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มของทุกคนที่พึงพอใจในการแบ่งปัน ทีมงานได้ทำการ BAR หลังการประชุมบอกว่า บรรยากาศใช้ได้ทีเดียว ทุกคนยอมรับในการแลกเปลี่ยนในสิ่งที่ดี แถมยังได้ความรู้เพิ่มขึ้นจากคนที่ไม่รู้ อย่างเช่น พยาบาลรู้เรื่อง เอ๊กซเรย์  เรื่องแลบ   แลบ เอ๊กซเรย์ ก็รู้เรื่องของแพทย์ พยาบาล ซึ่งจะทำให้การตอบสนองความต้องการของลูกค้าภายในได้ดีขึ้น การประสานงานก็ง่ายเนื่องจากรู้สภาพงานของแต่ละคน

 

 

 -

ประเด็นสำคัญในการดูแล คนไข้ ACS ก็คือ เวลา ในเรื่องของ

  1. การวินิจฉัยแยกอาการเจ็บหน้าอก(รวมถึงประสบการณ์ในการดูแล)
  2. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  3. การได้รับยาละลายลิ่มเลือด
  4. การส่งเลือดตรวจหาเอนไซม์

 

สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อ ได้แก่ เรื่องของการเต้นผิดปกติของหัวใจ อาการเจ็บหน้าอก การเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนของยาละลายลิ่มเลือด