ค่า HbA1C บอกว่าชีวิตที่ผ่านมาเราหละหลวมแค่ไหน ไม่ใช่กระบวนการจับผิด

ตอนที่ ๒

วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ก่อน ๐๖.๓๐ น. ชาวค่ายส่วนใหญ่มาพร้อมกันที่บริเวณจอดรถด้านหน้าของเรือนวลัยแล้ว นักศึกษากายภาพบำบัด ชั้นปีที่ ๖ คน ที่มานำออกกำลังด้วยไม้พลองก็พร้อม มีเพื่อนๆ มาคอยให้กำลังใจอยู่ด้วย วันแรกนี้ขลุกขลักเล็กน้อยเพราะไม่สามารถเปิดเสียงเพลงได้และนักศึกษาก็ค่อนข้างจะตื่นเต้น เมื่อบอกซ้ายบอกขวา คนทำตามก็งงๆ อยู่บ้าง ผู้นำออกกำลังกายเลยต้องหันหลังให้ชาวค่าย

 

ออกกำลังกายด้วยไม้พลองตอนเช้า

ออกกำลังกายกันพอตื่นตัว ก็ได้เวลาตรวจระดับน้ำตาลในเลือด หมอฝนดูผลน้ำตาลของผู้ป่วยทุกทีม ปรับยา เพิ่ม “ทิดอิน” เข้าไปบ้าง คุยตกลงเรื่องการกินอาหาร ฯลฯ ก่อนจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำ กินอาหารเช้า แล้วไปค่ายที่เรือนพักรับรองริมน้ำ

 

ซ้าย-ดูผลน้ำตาล เพื่อปรับยา ปรับกิน ขวา-กะปริมาณอาหารเช้า

๐๘.๓๐ น. ที่เรือนพักรับรองริมน้ำ น้องหน่อยนำทำกิจกรรมที่ร้องเพลง...แมวมาดมมาดู มาเห็นปลาทูที่อยู่ในเข่ง........

 

แมวมาดมมาดู......

ต่อด้วยการให้ชาวค่ายทบทวนว่าเมื่อวานมีกิจกรรมอะไรบ้าง ได้เรียนรู้อะไร ทั้งผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ช่วยกันตอบ เก็บคะแนนของทีมเพิ่มขึ้น ได้คำตอบดีๆ เช่น
- รู้เรื่องอาหาร ทีหลังเราไปตลาดจะได้รู้ว่าอะไรมีน้ำตาล
- ได้รู้เรื่องอาหาร เอาไปประยุกต์สอนผู้ป่วยได้ ที่ผ่านมาเหมือนสอนในอากาศ..จากโมเดลอาหารจะไปใช้อาหารจริง...ใช้ละครดี ไม่ต้องใส่ข้อความมาก
- อยากเรียนรู้เรื่องการเจาะเลือด ก็ทำได้แล้ว อยากรู้เรื่องการดูแลเท้า...การกินอาหารได้เป็นหลักสูตรจำได้ขึ้นใจ (อาหารแลกเปลี่ยน) จะพยายามกินแต่ผัก ปลา พยายามจะทำให้ได้
- คนไข้ทีมวังวิเศษบอกว่าเมื่อวานที่หมอไม่ให้กินข้าว ตอนเย็นรู้สึกดีขึ้น ขอบคุณหมอ ไม่รู้สึกอะไร เฉยๆ กลับไปจะกินปลาอย่างเดียว (ปลานึ่ง) ถ้าวันไหนอยากกินข้าวจะไปครบุรี
- ได้รับความรู้มาก เป็น อสม. จะไปแนะนำเพื่อนว่าเจาะเลือดยังไง กินอาหารยังไง จะไปเป็นวิทยากรให้โรงพยาบาล เมื่อวานเจาะเลือด ๔๐๐ กว่า ใจหายหมดเลย เช้านี้ลดลงเหลือ ๑๗๗ เมื่อคืนหิว ท้องร้องจ๊อกๆ ไม่กล้ากิน (ชาวค่ายพากันตบมือให้กำลังใจ)
- เมื่อวานเจาะเลือด ๒๐๐ กว่าทุกครั้ง....เป็นน้ำตาล ไม่ต้องซื้อเลย หมอแนะนำให้ลดยา เมื่อเช้าน้ำตาลลดจากเมื่อวาน ดีใจ

ประทับใจกิจกรรมไหนบ้าง
- ตั้งแต่กิจกรรมแรกจนถึงกิจกรรมสุดท้าย ประทับใจมาก อาจารย์ชนิดาสอน จับต้อง เอาไปใช้ได้ ปรับใช้ได้ ฉลากโภชนาการทำมาค่อนข้างละเอียด จะเอาไปทำขึ้นบอร์ด
- ละครดีมาก โมเดล...ถ้าเอาไปต่อกับโภชนากรจะดีมาก สร้างละครวันละ ๑ เรื่องก่อนพบหมอ อยากไปสร้างแกนนำในคลินิก จะให้มีละครทุกวันที่มีคลินิก
- อาหารแลกเปลี่ยน มองเห็นได้ชัดๆ ง่ายๆ มองหยาบๆ เข้าใจกว่าละเอียด
- จิตใต้สำนึก เคยเรียน ถ้าเอาไปใช้กับผู้ป่วยก็ดีมาก ยังไม่เคยเอาไปใช้
- กระบวนการที่ทำได้จริง ผู้ป่วยแต่ละคนไม่เคยรู้ว่าที่กินอยู่แต่ละวันน้ำตาลขึ้นเท่าไหร่ ได้เรียนรู้จากผู้ป่วย
- ผู้ป่วยได้ตระหนักรู้...เขาอาจจะเครียด แต่พอ ๑ วัน เขาภูมิใจว่าจะจัดการอย่างไร
- ชอบกลวิธีในการแสดงให้ผู้ป่วยเบาหวานเข้าใจง่าย
- การอ่านฉลากโภชนาการที่มีน้ำตาลมาเป็นช้อนๆ เห็นชัดเจนมาก

เรื่องที่อยากให้เพิ่มเติม/ ปรับปรุง
- เวลาในฐานให้มากขึ้น
- อยากให้ผู้ป่วยเห็นกระบวนการปรุงอาหาร
- ให้มีน้ำตาลเทียม (ภญ.นุชนาฎบอกว่าชาวบ้านคิดว่าน้ำตาลซองคือน้ำตาลเทียม น้ำตาลคือน้ำตาลที่เป็นถุง กก. แล้วใช้ช้อนตัก)

หมอฝนเพิ่มเติมเรื่องฉลากโภชนาการ ส่วนกิจกรรมจิตใต้สำนึกนั้น บทพูดแล้วแต่คน ไม่ต้องเล่นคริสตัลก็ได้ ก่อนจะผ่านไปสู่กิจกรรมอื่นต่อไป ดิฉันเข้าไปชวนร้องเพลงและเล่นท่าออกกำลังกายด้วยเพลง อ้วน อ๊วน อ้วน.....

ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้เบาหวาน
เวลา ๐๙.๑๐ น. รวมกลุ่มแต่ละโรงพยาบาล ขอตัวแทนที่ภาคภูมิใจที่น้ำตาลลดลงออกมาเป่ายิงฉุบ...เรียงลำดับเล่นเกม “ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้เบาหวาน” มีคำถามให้เลือกตอบ ๕ หมวดคือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ ความรู้ทั่วไป และภาษาอังกฤษ รวม ๑๖ ข้อ กิจกรรมนี้เป็นการสอนแบบผู้เรียนสนุกไปด้วย มีคำอธิบาย “ทิดอิน” ๓ ชนิดแบบง่ายๆ คือ ทำงานไว หมดแรงไว, ออกมาทำงานได้เกือบเต็มวัน (น้ำขุ่น), ผู้ชายผสม

 

 ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้เบาหวาน

ได้รู้คำอธิบายที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า HbA1C ได้ง่าย เทคนิคของโคราช... เวลาน้ำตาลในเลือดสูงให้นึกถึงเลือดหนืด ใส่ตะแกรงแล้วย้อยๆ ถ้าคุมน้ำตาล ๓ วันก่อนมาหาหมอ เลือดจะไม่หนืด ในน้ำเลือดมีเม็ดเลือดลอยอยู่ ถ้า ๒ เดือนที่แล้วเลือดเราเป็นน้ำเชื่อมบ่อยๆ ก็เชื่อมเม็ดเลือด เหมือนเชื่อมกล้วย ก็อมน้ำตาล แม้เอาน้ำมาเทใส่ แต่เม็ดเลือดก็ยังอมน้ำตาลอยู่ ค่า HbA1C บอกว่าชีวิตที่ผ่านมาเราหละหลวมแค่ไหน ไม่ใช่กระบวนการจับผิด เอาไว้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต (ย้อนหลัง)

คำถามเกี่ยวกับยาบอกว่าระยะเวลาต่างๆ มีประโยชน์อย่างไร เช่น เวลาที่ออกฤทธิ์สูงสุด ให้ระวังน้ำตาลต่ำ ครึ่งชีวิตของยาและระยะเวลานานที่ยาออกฤทธิ์ เอาไว้ปรับขนาดยาให้ถูกมื้อ เป็นต้น

เวลา ๑๐.๕๐-๑๑.๑๕ น. เจาะเลือดแล้วพัก ก่อนจะกลับมาทำกิจกรรมกันต่อ

สุขภาพจิต
ทำแบบทดสอบ EQ เพื่อช่วยให้เข้าใจตนเองและเข้าใจความแตกต่างระหว่างคนมากขึ้น มีทั้งเรื่องทักษะทางสังคม การจูงใจตนเอง การตระหนักรู้ในตนเอง การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการมีวินัยในตนเอง

คุณคิดอย่างไรกับคนเหล่านี้
มีตัวอย่างสถานการณ์ให้ช่วยกันตัดสิน เช่น ยอด ป่วยด้วยโรคเบาหวานมา ๒๐ ปี ดื่มสุราเป็นประจำ คำตอบที่ให้เลือกคือ ยอมรับได้ ปรับ ๕๐๐ ปรับ ๕,๐๐๐ ปรับ ๕๐,๐๐๐...ใครเลือกข้อไหนให้บอกเหตุผลด้วย ได้ยินคำตอบหลากหลาย เช่น
- เอาเงินไปกินเหล้าหมดแล้ว ไม่มีเงินจะเสีย จึงปรับ ๕,๐๐๐
- ปรับ ๕๐,๐๐๐ ให้เข็ด จะได้เอาวัวไปจำนำ ฯลฯ
เภสัชกร สอนเรื่องทานยากับทวนทุกครั้งที่มา รพ. แต่ทวนแล้วก็ยังทานยาผิดๆ ถูกๆ บ่อยครั้ง
- สอนหลายครั้งแล้ว ยังกินผิด จึงปรับเยอะหน่อย
- ยอมรับได้เพราะตัวเองก็ลืมบ่อยๆ
- ยอมรับได้ เจ้าหน้าที่ต้องหาทางอื่น ดูว่าตัวเองพูดรู้เรื่องหรือเปล่า ฯลฯ

เมื่อถึงเวลากินอาหารมื้อกลางวัน เราเอ่ยคำขอบคุณอาหารมื้อนี้...กันก่อน

วัลลา ตันตโยทัย