“ออกกำลังวันละนิดจิตแจ่มใจ ออกกำลังอยู่เนืองนิตย์ พิชิตโรคร้าย”

               การออกกำลังกายเป็นความฝืนใจในระยะแรก ที่ต้องต่อสู่ทางใจอย่างหนัก ระหว่างความขยัน กับความขี้เกียจ แต่เมื่อออกกำลังผ่านไปสักระยะหนึ่ง พออยู่ตัวแล้วจะกลายเป็นความเคยชิน

 

                คนเราโดยทั่วไปอยากออกกำลังกายกันทุกคน แต่มักจะมีทำ ๆ หยุด ๆ หรือทำได้สักระยะหนึ่ง ก็ยอมแพ้ ขาดพลังใจที่จะกระทำอย่างต่อเนื่อง  หลายคนเตรียมเสื้อผ้ารองเท้าวิ่งใส่หลังรถไว้ เตรียมที่จะไปวิ่งเดินที่สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สนามกีฬายามเย็นหลังเลิกงาน แต่ชีวิตจริงไม่ค่อยหยิบออกมาใช้งาน  บางคนซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาแพง  ๆ มาไว้ที่บ้านหวังจะยืดเส้นยืดสายทุกวัน ทำได้ 2-3 วัน หลังจากนั้นเอาไว้ตากผ้า

               

                ฉะนั้น การออกกำลังกายจึงเป็นการฝืนใจในระยะเริ่มแรก ที่ต้องแข็งใจ ต้องหนักแน่นที่จะออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์ เมื่อเราออกกำลังกายไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว เราจะรู้สึกอยากออกกำลังกายทุกวัน  วันไหนไม่ได้ออกกำลังกายจะรู้สึกไม่ค่อยสบาย

               เปลี่ยนสถานที่ออกกำลัง บางที่ถ้าออกกำลังกายที่เดิมนาน ๆ อาจทำให้เบื่อได้ ทางที่ดีต้องเปลี่ยนสถานที่บ้าง

              หาเพื่อนไปออกกำลังกาย มีเพื่อคุยทำให้เพลิน ทำให้อยากออกกำลังกายทุกวัน

                หาแรงเสริมในการออกกำลังกาย เช่น ดูสารคดีการออกกำลังกาย อ่านหนังสือประโยชน์ของการออกกำลังกาย  ดังงานเขียนของ หมอประเวศ วะศรี เขียนไว้ในหนังสือ แก้เซ้ง สร้างสุข ว่า

                “ถ้าอยากมีความสุข ต้องออกกำลังกาย

                เซ็ง หงุดหงิด รำคาญ ไปออกกำลังกาย

                กลุ่มใจ ไปออกกำลังกาย

                วิตกกังวล ไปออกกำลังกาย

                อ่อนเพลียละเหี่ยใจ ไปออกกำลังกาย

                มีค่อยมีความสุข หาสาเหตุไม่ได้ ไปออกกำลังกาย

                ถ้ามีปัญหา นึกอะไรไม่ออก ให้ออกกกำลังกาย”

                ผมมักจะออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ถ้าไม่ติดธุระจำเป็นก็จะออกกำลังกายเกือบทุกวัน วันละ 1 – 1.30 ชม. ผมถือคติในการออกกำลังว่า “ออกกำลังวันละนิดจิตแจ่มใจ ออกกำลังอยู่เนืองนิตย์ พิชิตโรคร้าย”

               แล้วคุณละครับ ออกกำลังกายหรือยัง