ลูกเสือ
อัญเชิญพระสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แด่ทุกท่านครับ พระองค์ได้พระราชทานกิจการลูกเสือแก่ชาติไทย ชมได้ที่ไฟล์อัลบั้ม
อัญเชิญพระสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แด่ทุกท่านครับ พระองค์ได้พระราชทานกิจการลูกเสือแก่ชาติไทย ชมได้ที่ไฟล์อัลบั้ม
พระราชประวัติของรัชกาลที่ 6 และ ประวัติการก่อตั้งกิจการลูกเสือไทย (ตอนที่ 1)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ประสูติเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 ทรงพระนามว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ
เมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา พระองค์ได้ไปศึกษาวิชาการที่ประเทศอังกฤษ ต่อมา เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เสด็จสวรรคตโดยกะทันหัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาพระองค์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร
พระองค์เสด็จเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก แซนด์เฮิรสท์ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2440 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นนายร้อยตรี กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์แห่งกองทัพบกไทย
พ.ศ. 2442 เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาด้านทหารแล้ว ได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ในสาขาวิชาประวัติศาสตร์และกฎหมาย ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อพุทธศักราช 2444 รวมระยะเวลาที่ทรงศึกษาวิชาการในประเทศอังกฤษ 9 ปี ได้รับพระราชทานเลื่อนพระยศตามลำดับจนเป็นพลเอกราชองครักษ์ ตำแหน่งจเรทหารบกและทรงบัญชาการกรมทหารมหาดเล็ก
พ.ศ. 2451 ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินที่สนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม กว่า 800 ไร่ โดยให้รู้กันทั่วไปว่าจะใช้สร้างพระราชวัง แต่พระองค์ทรงมีพระราชดำริใช้เป็นที่ทดลองฝึกหัด
เสือป่าแก่ทหารมหาดเล็กอีกแห่งหนึ่ง นอกเหนือจากพระราชวังสราญรมย์ในกรุงเทพ พระราชวังสนามจันทร์นี้ ต่อมาได้ใช้เป็นกองบัญชาการเสือป่าและเตรียมไว้เป็นเมืองหลวง สำหรับต้านทานข้าศึกที่อาจรุกรานบ้านเมืองในภายภาคหน้า
วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453 พระปิยมหาราชเสด็จสวรรคต สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี ขณะนั้นพระชนมายุ 30 พรรษา
พระราชประวัติของรัชกาลที่ 6 และ ประวัติการก่อตั้งกิจการลูกเสือไทย (ตอนที่ 2)
พระองค์ได้แสดงพระราชปณิธาน ที่จะสร้างความรักชาติบ้านเมืองให้มีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานั้นบ้านเมืองอยู่ในความคับขัน ประเทศไทยอยู่ระหว่างดินแดนเมืองขึ้นของอังกฤษและฝรั่งเศส มีข้อสัญญาผูกมัดมิให้เรามีกำลังทหารตลอดแนวชายแดนที่ติดต่อกัน รวมทั้งภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป
ด้วยการที่ทรงทดลองฝึกหัดเสือป่ามาแล้ว พระองค์ทรงสถาปนากองพลอาสา ซึ่งพระราชทานชื่อว่า “เสือป่า” ในวันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม 2454 พระองค์ทรงดำรงพระยศเป็นนายกองใหญ่ ผู้บังคับการกองเสือป่าด้วยพระองค์เอง และประจำการเสือป่า ไว้ในพื้นที่อันไม่สามารถมีกำลังทหารได้ ทรงพระราชทานคำขวัญให้กับกองเสือป่าว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์“
การตั้งเสือป่าขึ้นนั้น พระองค์มุ่งหมายจะให้พลเรือน พ่อค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้เรียนรู้ฝึกฝนวิชาทหาร มีความยึดมั่นภักดีในชาติ ศาสนาและองค์พระมหากษัตริย์ มีความสามัคคี เสียสละ ซึ่งเป็นรากฐานแห่งความมั่นคงของชาติไทย
พระราชประวัติของรัชกาลที่ 6 และ ประวัติการก่อตั้งกิจการลูกเสือไทย (ตอนที่ 3)
ทรงมีพระราชดำริจัดตั้งกองอาสาสมัครรุ่นเด็กขึ้นพระราชทานชื่อว่า“ลูกเสือ” จึงทรงสถาปนากิจการลูกเสือขึ้น ในวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2454 และทรงตั้งกองลูกเสือกองแรกที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง ปัจจุบันคือโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยเรียกว่า “กองลูกเสือกรุงเทพที่ 1”
พ.ศ.2456 พระราชทานคำขวัญของลูกเสือว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”
พ.ศ.2458 ทรงเตรียมการจัดตั้งกองลูกเสือหญิงขึ้น พระราชทานนามว่า “เนตรนารี” เพื่อให้คู่กับลูกเสือและทดลองตั้งเนตรนารีรุ่นแรกที่โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง (ปัจจุบันคือโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย) ทรงให้พระยาไพศาลศิลปศาสตร์ ร่างกฎ ระเบียบต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ทันประกาศใช้
ไทยประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2460 และส่งกองทหารอาสาเข้าร่วมรบในสมรภูมิทวีปยุโรป ทำให้เราได้พัฒนาด้านกำลังรบเป็นอย่างมากในเวลาต่อมา และพระองค์สามารถแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับทุกประเทศได้ทั้งหมด
พ.ศ.2465 ไทยได้สมัครเป็นสมาชิกของสมัชชาลูกเสือโลก ซึ่งขณะนั้นมี 31 ประเทศ ถือได้ว่าไทยเป็นสมาชิกเริ่มแรกที่ก่อตั้งองค์กรลูกเสือโลก
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 พระบิดาแห่งการลูกเสือไทย ได้เสด็จสวรรคต