ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า ตั้งแต่เว็บเปลี่ยนหน้าตาแล้วเรางงๆ ยังไงก็ไม่รู้ ใช้ไม่ค่อยเป็น อยากรู้ว่าถ้าจะสร้างบันทึก แต่ยังไม่ตีพิมพ์ แบบว่าเก็บเป็นร่างน่ะ ทำยังไงเหรอ ใครรู้บอกกันหน่อยนะคะ

ทีแรกคิดว่าเรียนพยาบาลก็ดีนะ จะได้หลีกหนีวิชาที่เราไม่ค่อยถนัด พวกเลข ฟิสิกส์เนี่ย คงจะไม่ต้องเรียนอีกแล้ว แต่ที่ไหนได้ เราก็ยังต้องเจออยู่ดี โชคดีที่เรียนแล้วรู้สึกว่ามันง่ายกว่าตอนม.ปลาย หรือว่าเรามีติวเตอร์ส่วนตัวดีก็ไม่รู้ โฮะๆๆ

แคลคูลัส ให้ตายเถอะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะต้องมาเรียนด้วย ตอนเรียนม.ปลายก็ไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว ก็เลยกลัวๆว่าจะไม่รอด ทำไปทำมามันก็ไม่ยากเท่าไหร่นี่หน่า ก็แค่ diff เป็น intigrade เป็น แล้วก็ใช้พวก chain rule, โลปิตาล แค่นั้นแหล่ะ อาจารย์ก็ไม่ได้ออกโจทย์พลิกแพลงอะไรมากมาย มีเขียนกราฟบ้าง แล้วตอนสอบ ก็แสดงวิธีทำอย่างเดียวเลย เราชอบการเขียนตอบอยู่แล้ว คิดว่ามันได้คะแนนง่ายกว่าเป็นตัวเลือก ถ้ามีความละเอียดถี่ถ้วนหน่อย การได้คะแนนดีๆก็ไม่ยาก จำได้ว่าเราตกมีน ตอนมิดเทอม ดีที่ปลายภาคทำได้ดีพอควร แต่ตกมีนน่าเกลียดมากเลย คะแนนเนี่ยไม่ต่ำเลยนะ แต่มีนมันสูงเกิน เพราะข้อสอบมันง่าย เราพลาดเองเต็มๆ

ฟิสิกส์ เหตุใดหนอพยาบาลจะต้องเรียนฟิสิกส์ เป็นคำถามที่อยู่ในใจมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ดีวิชานี้ช่วยเราได้เยอะเลย ก็อีกนั่นแหล่ะ ข้อสอบง่ายกว่าตอนเอ็นทรานซ์อีก คนติวก็เก่ง เราก็เลยได้คะแนนดีไปด้วย น่าเสียดายที่ตอนปลายภาคเราประมาทเกินไป ทำข้อสอบไม่ครบทุกข้อ แบบว่ามั่นใจเกินเหตุ ทำแต่ข้อที่อยากจะทำ กะว่าคะแนนที่ทำก็พอที่จะได้ A แล้ว เป็นไงล่ะ ได้ B+ เลย ยังเสียดายไม่หายเลยนะเนี่ย เรียนฟิสิกส์ตอนนี้ก็เหมือนกับเรียนม.ปลายซ้ำอีกรอบ เอาเนื้อหาที่เราเรียนม.ปลาย 3 ปี มาเรียนให้จบภายในเทอมเดียว แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดนะ เอามาเรียนเฉพาะอันที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพด้วย โจทย์ก็จะเป็นแนวแบบประมาณว่า คนไข้ขาหัก บอกว่าตกลงมาจากต้นไม้ด้วยความเร่ง เท่านี้ ต้นไม้สูงเท่านี้ แล้วคนไข้ขาหักจริงๆ หรือเปล่า เราก็ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับวิชาชีพเราตรงไหน แต่เค้าว่าเกี่ยวก็เกี่ยวแหล่ะ

เคมีทั่วไป วิชานี้สนุกมากกกก อาจารย์สอนดีมากๆๆ ขนาดเรียนไปด้วยหลับไปด้วยยังรู้เรื่องเลย แต่ข้อสอบก็ไม่ได้ง่ายมากนะ แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ ถ้าขยันอ่านหนังสือก็ทำได้ เนื้อหาก็ของม.ปลายอีกนั่นแหล่ะ แต่จะยากกว่าเล็กน้อย อาจารย์จะคัดเฉพาะเรื่องสำคัญๆมาสอน ที่เน้นๆก็พวกพันธะเคมี จลศาสตร์ ของแข็ง ของเหลว ก๊าซ ประมาณนี้แหล่ะ จำไม่ค่อยได้แล้ว มันผ่านมาแล้วก็ทิ้งมันไปเลย

ภาษาอังกฤษ ทำเราเบื่อมาก เราชอบ speaking แต่ว่าได้เรียนแต่ reading อย่างเดียวเลย ครึ่งเทอมแรกก็มีแต่ท่อง prefix suffix ซึ่งอยากจะบ่นว่า ที่เรียนมาไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย มันไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน สู้ตอนเรียนม.ปลายก็ไม่ได้ ได้พูด ได้อ่าน ได้เขียน ได้นำไปใช้ในชีวิตจริงๆ ได้คุยกับชาวต่างประเทศจริงๆ มีการไปสัมภาษณ์ชาวต่างชาติที่ airport ด้วย สนุกจะตาย แต่อังกฤษ มหาลัยเนี่ย ไม่สนุกเลย ไม่ชอบอย่างแรง

Sport มีให้เลือกหลายกีฬา เราเลือกเรียนลีลาศ เพราะมันสนุกอีกนั่นแหล่ะ ได้เกรดไม่ยากเลย แค่เต้นถูก figure ก็พอแล้ว ท่าทางไม่ต้องสวยมากก็ได้ จังหวะที่อาจารย์เอามาสอน ก็ใช้ได้จริงๆเลย ออกงานสังคมได้แบบไม่ต้องอายใคร

ชีววิทยา จำสุดๆ อันนี้หนักกว่าทุกวิชาเลย เพราะต้องจำอย่างมากมายมหาศาลจริงๆ ทุกเรื่องที่เรียนม.ปลายมา เอามาเรียนใหม่ มาจำใหม่หมด มีเพิ่มความละเอียดเข้าไปอีก คิดดูเรียน 3 ปี ก็จำไม่หมดแล้ว อันนี้ต้องมาจำทั้งหมดภายใน 3 เดือน พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก ใครขี้ลืมแบบเรามีหวังตายแหงๆ แต่เราไม่ตายนะ

ฟิสิกส์ lab สนุกมากที่สุดเลย เป็นวิชาที่เรารู้สึกว่าได้เล่นจริงๆ แล้วก็เล่นอย่างมีสาระ ทำให้เรารู้ว่ากว่าจะมาเป็นกฎ เป็นทฤษฎีที่เราเรียน เราท่องมาเนีย มันมีที่มาอย่างไร อาจารย์ก็ใจดี ได้เจออาจารย์หน้าใหม่ๆตลอดเลย เพราะอาจารย์คนนึงก็สอน lab นึง ที่สำคัญอาจารย์ไม่แก่ ไม่เป็นด๊อกเตอร์ พูดจาเข้าใจกันง่าย รู้เรื่องดี เหมือนเป็นพี่มาสอนน้อง สบายๆ ไม่เครียด ก็จะได้ทดลองเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ ความหนืด เลนส์ มัลติมิเตอร์ และอื่นอีกมามายที่จำไม่ได้ แต่ข้อย้ำว่าสนุกจริงๆ

ชีววิทยา lab ส่องกล้องจุลทรรศน์กันจนตาเขไปข้างนึงเลย ก่อนเรียนต้องอ่านมาก่อนเพราะจะมี quiz ทุกครั้งทีเข้าเรียน อาจารย์ดุ แล้วก็ดูเครียดมากเลย ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ ถ้าอาจารย์ดูใจดี เหมือน lab physics ก็คงจะดี แล้ว quiz ก็ยากด้วย ต้องท่องหนังสือมา ไม่ได้เกี่ยวกับ lab ที่ทำไปซักเท่าไหร่หรอก เราว่า quiz มันน่าจะเกี่ยวข้องกับ lab ที่เราทำจะดีกว่านะ นักศึกษาจะได้ตั้งใจทำ lab เพราะบาง lab เราทำกับเพื่อนแค่ 2 คน ในขณะที่มีเพื่อนร่วมกลุ่มเป็น 10 เลย คนอื่นมัวแต่อ่านหนังสือเตรียม quiz แล้วก็รอลอก report ของเรา ส่วนเราก็ทำไปเถอะ ตอน quiz ก็ทำไม่ค่อยได้ เพราะบางทีก็ยังไม่ได้อ่านมา ทำไงได้วิชาเรียนมันเยอะนี่หน่า

บทนำสู่วิชาชีพพยาบาล จะเป็นการเรียนแบบใช้ปัญหาเป็นหลัก หรือเรียกสั้นว่า PBL เข้าเรียนเป็นกลุ่มย่อย อาจารย์จะให้โจทย์สถานการณ์มา แล้วให้เราวิเคราะ หาสมมุติฐาน กำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้แต่ละคนไปค้นคว้าหาความรู้มาแลกเปลี่ยนกัน สนุกดีได้พูด ได้แสดงความคิดเห็น มีการเรียนรู้ที่จะนำกระบวนการกลุ่มไปใช้จริง จะมีอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่มคอยช่วยเหลือเวลาเราเปิดและปิดปัญหา เนื้อหาที่เรียนก็จะเกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทีมสุขภาพ ประวัติการพยาบาล เป็นต้น นอกจากจะเรียนกลุ่มย่อยแล้ว ก็มีการเรียนกลุ่มใหญ่ด้วย ก็เรียนแบบปกติทั่วไป คือ อาจารย์บรรยาย นักศึกษานั่งฟัง ส่วนเราก็นอนฟัง บางทีก็นอนหลับ อย่าเอาเยี่ยงอย่างนะ

นี่ก็เป็นวิชาที่จะต้องเรียนในปี 1 เทอม 1 แต่ละวิชาก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของพวกเราเลย ถ้าขยันอ่าน ขยันเรียน และหมั่นทบทวน A ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม อาจจะมีบางวิชา ที่สถาบันอื่นเรียนแตกต่างไปจากนี้บ้าง แต่ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ เอาเป็นว่าสู้ๆ

เพียงสนุกกับการเรียน

เพียงขยันอ่านเขียน

เพียงหมั่นทบทวนบทเรียน

เพียงแค่นี้ ก็ได้ A แล้วจ้า เย้ๆๆๆๆๆ

ขอให้ได้ A กันเยอะๆ นะจ๊ะรุ่นน้องปีนี้