วันนี้ ผมได้รับโทรศัพท์จากสมาชิกเกี่ยวกับการดู และการหาพระแท้ๆมาบูชาสักองค์
ผมเลยถือโอกาสคิดดังๆ พร้อมๆกับอธิบายให้ฟังว่า ระบบตลาดพระนั้นมีอย่างน้อย ๓ ประเภทใหญ่ๆ คือ
- แผงขายพระทั่วไป หรือ ตลาดล่าง ที่มีพระส่วนใหญ่เป็นพระโรงงานวางเต็มแผง แต่อาจมีพระแท้ๆ ปนอยู่บ้างพอดึงดูดให้คนเข้ามาเช่า ดังนั้น ราคาจึงเป็นไปตามค่าเฉลี่ย ที่ หลักร้อย ไม่เกินหลักพัน แบบ "ตาดีได้ ตาร้ายเสีย" ไม่มีการรับประกันใดๆ ตามหลักการของการเช่าพระ นอกจากจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัว ตกลงกันเป็นพิเศษ ที่คืนได้ จึงจะทำได้
- ร้านรับเช่า หรือให้เช่าพระ หรือ ตลาดระดับกลางที่มีอยู่ในชุมชน หรือห้างใหญ่ๆ ที่มีการรับประกันบ้าง ตามแต่จะตกลงกัน ที่มักมีพระแท้ๆ ที่ไม่ค่อยสวย หรือไม่ค่อยนิยมมากนัก (ถ้าสวยเขาก็นำไปปล่อยในตลาดบน ที่ราคาดีกว่า) ปนกับพระโรงงาน "ฝีมือจัด" อยู่พอสมควร ราคาจึงจะอยู่ที่ประมาณ หลักพัน ถึงหลักหมื่น
- ร้านค้าพระที่ทำธุรกิจขนาดใหญ่ หรือ ตลาดบน ที่อยู่ตามศูนย์พระเครื่องใหญ่ๆ ที่ส่วนใหญ่มีพระแท้ พระหลัก หรือเบญจภาคี ที่เป็นที่นิยม แบบสวยๆ และมีการรับประกันแบบ "การเช่า" ตามมาตรฐาน อาจมีการออกใบรับประกันให้ด้วย (แม้จะไม่แท้ก็ตาม) ดังนั้น ราคาจึงอยู่ที่หลักหมื่น แสน ล้าน ที่ใช้เป็นราคาคุยกันในหมู่นักเลงพระ
ดังนั้น กับคนที่ไม่รู้เรื่อง ดูไม่เป็น โอกาสจะโดนหลอกจึงเป็นไปได้ง่ายมาก แม้จะมีใบรับประกัน ก็อาจทำขึ้นได้ในระบบการปลอม หรือในระบบที่ "รู้กัน" ว่าเมื่อ "เซียน" รับประกันแล้ว คนอื่นก็จะต้องว่าตามกัน
เพราะเขาถือเป็นมารยาทที่จะไม่ "สวด" พระของคนอื่น (ว่าเป็นพระเก๊)
อย่างมาก ก็จะพูดว่า "ไม่ชอบ" เท่านั้น
ผมจึงคิดว่า แม้มีใบรับประกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นพระแท้
ผมจึงคิดว่า เราควรมาพัฒนาความรู้ของเราเอง จากตำรา ข้อมูล หลักวิชาการ และประสบการณ์จะดีกว่าไปพึ่งระบบ "รับประกัน" ทีบางทีก็ทำแบบลูบหน้าปะจมูก หรือ ทำในเชิง "พุทธพานิช"
การพัฒนาความรู้ก็ต้องอาศัยใช้ "ตำรา" เป็นข้อมูลประกอบการเรียนรู้ อย่าใช้เป็นองค์ความรู้เป็นอันขาด เพราะโลกมายาหลอกลวงตรงจุดนี้ มีมากมายพอสมควร
นำข้อมูลที่ได้ให้มากลั่นกรอง โดยปราศจากอคติ ใช้หลายศาสตร์ ตามหลักการและเหตุผล ผนวกกับการพัฒนาประสบการณ์ ก็จะทำให้เรามีความรู้ บวกกับประสบการณ์ ที่กลายเป็นปัญญา และภูมิปัญญา
ในการจำแนกพระแท้ออกจากพระโรงงาน และแยกพระโรงงานออกจากพระแท้
แบบซ้ำไปซ้ำมา หลายๆรอบ
เมื่อทำได้ดังนี้แล้ว
ใครจะว่าพระที่เรามีเก๊ ก็ต้องคุยกันหน่อย
และเป็นธรรมดา ที่อาจจะพลาดบ้าง
แต่การพลาดแต่ละครั้ง ก็เป็นการทำให้ความรู้เราแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ทำเช่นนี้บ่อยๆ
เราก็จะมีความรู้ ความสามารถ ความมั่นใจ ถูกต้องตามหลักการ โดยไม่ต้องไปพึ่งใคร และไม่ต้องไปสนใจใครจะเชื่อว่าอย่างไร เพราะเรามีหลักการ และความรู้ ที่พัฒนาแบบแกร่งขึ้นมาเอง ตามลำดับ
ลองดูนะครับ
ได้ผลอย่างไร เล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
ผมเคยนำพระของผมซึ่งผมมั่นใจว่าเป็นพระแท้ เพราะเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่คุณทวด เจ้าของแผงบอกว่าไม่แท้ แต่คล้ายแท้มากจนแยกแทบไม่ออก และขอเช่าผมในราคาหลักหมื่นต้น ๆ แต่ผมไม่ปล่อย ข้อท้วงติงของเขา บางทีทำให้เราเขวได้ ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยนำพระไปให้ดูตามแผงอีกเลย ขอบพระคุณครับ
เรียนท่านอาจารย์
ดีแล้วครับ
ขนาดส่องแล้วส่องอีกยังพลาด
ออนไลน์นี่เลิกเลยครับ
ปลอดภัยไว้ก่อนครับ
เป็นข้อมูลกลั่นกรอง ที่เห็นแท้จริงเลยครับ
เราทุกคนต่างก็เกิดไม่ทันท่านสมเด็จโตฯ แต่พระที่ท่านสร้างขึ้นตอนนั้น ในยุคสมัยนี้กำลังนิยมเป็นอันดับแรกของประเทศ ราคาซื้อหาก็หลักล้าน แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าองค์ไหนเป็นของแท้ สำหรับผม ผมเชื่อว่าในสถาบันที่เขามีการเรียนการสอนและการอ้างอิงเป็นรูปธรรม เช่นการออกหนังสือทำเนียบ การรับรองพระแท้ ฯ เป็นต้น น่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่งซึ่งดีกว่าจะได้การรับรองจากเซียนที่ไม่ได้เคยเป็นผู้ให้ความรู้ใครเลยแล้วมาออกใบรับรองให้โดยอ้างความเป็นกลุ่มใหญ่แล้วมาออกใบรับรองให้ เพียงชูความได้เปรียบด้านตลาดพระพาณิชย์ มาเหนือความมีความรู้ให้กับคนรุ่นหลังที่จะเข้ามาแทนในไม่ช้านี้ ต่อไปข้างหน้านี้ คนที่รู้เรื่องและดูพระสมเด็จฯเป็นจะมากขึ้นแบบทวีคูณเพราะแหล่งที่ให้ความรู้และสื่อต่างๆนั้นหาได้ใกล้ตัวแล้วไม่เหมือนเมื่อสมัยก่อนตำราก็แพงจะมีก็แต่คนรวยๆเท่านั้นที่มีตำราอ่าน คนเป็นเซียนจึงได้เปรียบคนยุคนั้น แล้วก็ต้องเชื่อทุกอย่างที่บอกโดยไม่มีข้อโต้แย้งเนื่องจากไม่รู้นั้นเอง แล้วเรื่องใบรับรองพระแท้จากที่ต่างๆ นั้น สำหรับผมก็ต้องเลือกดูว่าได้ดำเนินการมานานแล้วหรือยัง ใครเป็นผู้รับรองให้ สถานที่มั่นคงหรือเปล่า มีการร้องเรียนหรือไม่ เป็นต้น แล้วนอกเหนือจากนี้ยังมีอีกหรือเปล่าที่จะให้เราเชื่อถือได้ว่าพระของเราเป็นของแท้หรือเก๊
หลักการเยี่ยมครับ