ความขัดแย้งโดยทั่วไปก็มีหลายลักษณะนะครับ แต่เรื่องที่ผมจะเล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดกับครอบครัวของผม และต้นเหตุของมันมาจากตัวกิเลสที่เรียกว่า "ความโลภ" ก็คงไม่ผิด

 

 

บ้านผมที่ต่างจังหวัดเป็นบ้านเก่าที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษครับ เป็นเรือนไทยเก่า แต่ตอนนี้ชั้นล่างก็ปรับปรุงเทปูน ส่วนชั้นบนเป็นไม้ครับ บ้านหลังนี้ก๋งกับยายยกให้ป้าคนโต ป้าอีกคนหนึ่ง และ แม่ของผมครับ ส่วนของป้าคนโตป้าอีกคนได้ซื้อไว้เพราะเป็นส่วนน้อยและป้าคนโตก็มีบ้านอยู่ใกล้ๆกับบ้านของผมครับ แม่ของผมได้ส่วนที่เป็นห้องครัวเก่า ตอนนี้ส่วนห้องครัวเก่าชั้นสองก็กลายมาเป็นห้องนอนของผม และ พี่พี่ ใครมาบ้านก็นอนห้องนี้ อีกห้องหนึ่งเป็นห้องนอนของพ่อ

 

 

ที่เราต้องย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะบ้านพักในโรงพยาบาลที่ผมเคยอยู่มาตั้งแต่เด็กถูกทางโรงพยาบาลขอคืนเพื่อที่จะรื้อและสร้างเป็นตึกใหม่ๆแทนบ้านไม้ธรรมดา เพื่อที่โรงพยาบาลจะได้ใช้ประโยชน์สูงสุด

 

 

ที่บ้านหลังนี้ค่อนข้างมีพื้นที่มากครับ ปลูกต้นไม้พวก กล้วย ส้ม มะม่วง ส้มโอ ละมุด ขนุนรอบๆบ้าน ด้านหน้ามีแค่รั้วไม้ที่พอเป็นเขตกันคนรุกเข้ามาง่ายๆ ด้านข้างซ้ายไม่มีรั้วเพระเป็นคลองเก่า ด้านหลังก็เป็นแค่รั้วไม้ ส่วนด้านข้างเป็นส่วนที่ติดกับป้าคนโต

 

 

 

 

ส่วนที่ติดกันนี้เป็นถนนดินเข้าบ้าน ซึ่งมีมานานแล้ว ถนนสายนี้ติดกับส่วนที่เป็นที่ดินของทางบ้านผม และติดกันเลยกับบ้ายป้าคนโต เรื่องมีอยู่ว่าทางลูกๆของป้าคนโตพยายามที่จะขอมีส่วนกับถนนเส้นนี้โดยพยายามปลูกชายคาบ้านให้เหลื่อมๆมาล้ำถนน และพยายามคิดอยู่เสมอว่าถนนนี้เป็นของตน แต่ในบรรดาผู้ใหญ่ คือ ป้าคนโต ป้าที่อยู่บ้านเดียวกับผม และ แม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ลูกๆก็คงรู้แต่พยายามไม่เชื่อ

 

 

จริงๆแล้วทางที่บ้านป้าคนโตรวมทั้งลูกๆใช้เดิน หรือว่าวิ่งรถเป็นทางฝั่งของผม แต่เหมือนรู้ทั้งรู้แต่ไม่ยอมรับ อยากได้ทั้งๆที่ ที่ของตนก็ไม่น้อย สามารถทำถนนเข้าบ้านอีกทางได้สบาย พ่อของผมจึงต้องนำพินัยกรรมที่ยายเขียนไว้ ไปให้กับพวกคนโลภทั้งหลายได้ดู แต่ดูไปก็เหมือนไม่ยอมรับเท่าไหร่ ป้าคนโตก็รู้ทั้งรู้แต่ก็ปล่อยให้ลูกๆอยากได้ของที่ไม่ใช่ของตน ลูกๆก็ไม่ใช่คนไม่มีความรู้ เป็นครู เป็นอาจารย์ รับราชการกันทั้งนั้น ในพินัยกรรมยายก็เขียนชัดว่าให้ถนนเป็นของฝั่งบ้านผม

 

 

พ่อของผมเลยจัดแจงปักเขตใหม่ ทำทางลงใหม่ แต่เราก็ไม่ได้มีปัญหามากนักตอนนี้ แต่ที่น่ากลัว คือ ถ้าผู้ใหญ่ไม่อยู่ พวกลูกๆหลานๆคงได้ทะเละกัน ถ้าคนที่ไม่มีสิทธิยังคงไม่เคารพสิทธิ ทั้งๆที่พ่อของผมก็ทำงานเป็นข้าราชการที่ดินมาจนเกษียณ มีความรู้ด้ารที่ดินและกฎหมายมานาน ลูกๆป้าคนโตก็ยังพยายามจะโกงที่ดิน คิดไม่ออกว่า ถ้าเป็นตาสี ตาสา คงเป็นเรื่องกันยาว

 

 

ญาติสนิทกันแท้ๆแต่ต้องมามีเรื่องเคืองใจเพราะความโลภ อยากได้ของที่ไม่ใช่ของตน ทางบ้านผมก็ไม่ได้ใจดำให้ใช้ได้ตามปกติ แต่อนาคตถ้ายังไม่ยอมเลิกคิดจะเอา คงต้องได้ล้อมรั้วปักเขตอย่างชัดเจน แต่มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นให้อายชาวบ้านเขา

 

 

กรณีเช่นนี้มีให้พบเห็นกันมากมาย จากไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ ทำไมถึงยอมให้ความโลภมันขี่หัว จนหน้ามืด ตาบอด อยากได้ของที่ไม่ใช่ของตนก็ไม่รู้นะครับ...