"บอกซิเออเธอจะเอาเท่าไร เอาเท่าไรไม่อ้วนเอาเท่าไร" เพลงสนุก ๆ ของวงมะนิลาบราซิลเลี่ยน เมื่อครังในอดีตที่ผ่านมา เป็นข้อเสนอที่น่าฟัง และเรามักจะได้ยินเพลงที่มีความหมายในทำนองแบบนี้ก็แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนาเท่านั้น แต่เราอาจจะไม่มีโอกาสได้ยินเพลงลักษณะนี้ในดินแดนประเทศที่ประชาชนยังยากจน ค้นแค้น อดอยากหิวโซ แต่จะว่าไปแล้วด้วยโครงสร้างการดำรงอยู่ของผู้คนบนโลกนี้แล้ว ภายในประเทศหนึ่งๆ ถึงแม้จะบอกว่าเป็นประเทศที่ยากจน แต่ในประเทศนั้นก็จะยังมีคนจนมาก คนจนปานกลาง คนจนน้อย คนรวย และคนรวยมากประกอบกันอยู่ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผู้คน หากแต่ในประเทศที่ยังไม่พัฒนานั้นช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนจะกว้าง มากกว่าส่วนในประเทศที่พัฒนาแล้วความเหลื่อมล้ำในเรื่องนี่้จะมีน้อยกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วในภาพรวมเราจึงได้เห็นความอดอยากหิวโซในประเทศที่ยัง ยากจนอยู่และเห็นความเหลือกินเหลือใช้ของผู้คนในประเทศพัฒนาแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่อยู่ในประเทศพัฒนาแล้วมีความเจริญทางวัตถุ เยอะแยะมากมายดูเหมือนจะมีความสุขมากกว่าผู้คนในประเทศอยากจน แต่ผมว่าไม่แน่เสนอไปเพราะความต้องการของคนเราไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่เรายังไม่รู้จักพอเพียงความสุขที่แท้จริงจะยังไม่ปรากฏ ดูจากโครงการนี้ซิครับ โครงการชื่อยาวมากแต่ถ้าตัดให้เข้าใจง่ายๆก็คือการลดปริมาณเด็กอ้วนนั่นเอง คือกินดีอยู่ดีมากเกินไปก็เป็นทุกข์เพราะกินเกินความจำเป็นอาจจะด้วยอิทธิพล ของสื่อและโฆษณาชวนเชื่อต่างๆที่ออกมายั่วน้ำลายให้เกิดความอยากไม่มีที่ สิ้นสุด ในที่สุดก็เป็นปัญหาระดับประเทศชาติ ลุกลามไปถึงระดับโลก รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการรณรงค์เพื่อต่อสู้กับพ่อค้าที่หวังเพียงการ กอบโกย จึงกลายเป็นกลยุทธ์เป็นโครงการต่างๆผ่านกระบวนการตามขั้นตอนไล่ เลียงจากบนลงล่างและท้ายที่สุดก็มาถึงระดับต่ำสุด ตามหย่อมหญ้าและป่าคอนกรีตต่าง ๆ จากเพลงที่เคยเป็นข้อเสนอในอดีตที่บอกว่า "ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่" วันนี้เริ่มมีคนเอาจริงกับคำถามลอย ๆ ที่เหมือนเสียดสีและเหน็บแนมหน่อย ๆ เหล่านั้น แล้วพูดสวนกลับไปด้วยท่าทีขึงขังว่า "แล้วไม่อ้วนจะได้เท่าไหร่ละ" มันคุ้มหรือเปล่ากับการที่จะต้องมาแลกกับความลำบากส่วนตัวที่ฉันสร้างมันมา กับปากของฉันเองนี่ ซีเรียสเด้... จากการที่พานักเรียนเข้าร่วมโครงการลดเด็กอ้วนซึ่งก็ทำมา หลายปีแล้ว ปีนี้ผลการตัดสินก็เป็นดังภาพที่บอก ปีหน้ามีแนวโน้มว่ารางวัลจะมีมากขึ้นและลงไปสู่ตัวนักเรียนที่เป็นตัวอย่าง สามารถลดน้ำหนักให้สมส่วนได้อย่างเป้นรูปธรรม และบางทีรางวัลก็อาจลามไปถึงตัวครูผู้นำพาให้เด็กประสบความสำเร็จในการลด น้ำหนักได้อีกต่อหนึ่ง เรียกได้ว่างานนี้เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเขาเอาจริงเพื่อให้เมืองร้อยเอ็ดน่า อยู่ ผู้คนน่ารัก และทุกคนรู้จักดูแลสุขภาพตัวเอง ท้ายที่สุดก็อยากจะบอกว่า "สุขภาพดีไม่มีขาย อยากจะได้ต้องทำเอง" ...
เรียนครูพลาย น่าเป็นห่วง บริเวณ ด้านหน้า ของโรงเรียนเด็กๆครับ มีของขายไร้คุณภาพ ทำให้เด็กไทย สร้างนิสัย เพิ่มความอ้วน ครับ
ขอขอบคุณมากเลยครับสำหรับคำแนะนำข้อนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่บางทีเหมือนไม่มีใครใส่ใจครับ