ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงมานานเท่าไหร่ไม่อาจทราบได้ เพราะชีวิตของมนุษย์เราหาได้ยืนยาวอะไรไม่ โดยเฉพาะอายุขัยของคนในยุคกลางอย่างพวกเราที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่เส้นหมาย ปลายทางของมิคสัญญียุคตามพุทธทำนาย แม้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาตร์จะมีมากขึ้น แต่อัตราค่าเฉลี่ยการมีชีวิตอยู่ในหนึ่งช่วงชีวิตของสัตว์โลกอย่างพวกเรา กลับมีแต่ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ
บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในอดีตที่ผ่านมาผู้คนในโบราณกาลทั้งหลายเคยมีการ จัดงานเลี้ยงกันหรือไม่ หรือหากมีการจัดงานเลี้ยงจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร รูปแบบพิธีการเป็นอย่างไร ก็มาลองนั่งนึกไปนึกมาภาพของคนป่าที่กำลังเต้นระบำรอบกองไฟอย่างเผ่าซูลูที่ โด่งดังจนถูกคัดลอกมาใช้ในพิธีเปิดกิจกรรมรอบกองไฟเมื่อครั้งมีการเข้าค่าย พักแรมของเหล่าลูกเสือเนตรนารี ณ ค่ายลูกเสือต่าง ๆ ภาพของการส่งนางเอกของเรื่องไปมอบให้ลิงยักษ์ที่ได้นามเรียกขานว่า "คิงคอง" ในหนังของปีเตอร์ แจ๊คสัน ภาพของการละเล่นของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ภาพเขียนฝาผนังตามถ้ำตามหน้าผาหลาย ๆ แห่งทั่วโลก และภาพอีกมากมายหลายร้อยภาพที่ไหลผ่านเข้ามาในหัว ไล่เรียงจากอดีตกาลผ่านม่านเวลามาจนถึงสมัยที่เรายังเป็นเด็กจนกระทั่งเติบ โตเป็นผู้ใหญ่ในวัยปัจจุบัน
ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมเคยเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งแรกเมื่อใด และผมทำอะไรบ้างในการเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนั้น และผมก็จำไม่ได้แล้วว่าเคยร่วมงานเลี้ยงมาทั้งหมดกี่ครั้ง เอาแค่การไปร่วมงานแต่งงานอย่างเดียวนี้ก็ต้องร้องเพลงของ ไมค์ ภิรมย์พรกันแล้ว "งานแต่งที่ใดเป็นได้แค่แขกรับเชิญ" หลังจากงานเลิกก็เก็บของชำร่วยไว้ใช้ต่อในงานตัวเองตอนนี้น่าจะพอแจกแล้ว ลกระมัง
วันนี้ผมรู้แต่เพียงว่าภาพถ่ายของงานเลี้ยงต่าง ๆ มักจะมีรูปตัวเองยืนร้องเพลงอยู่บนเวที บางทีบางครั้งก็ร้องเดี่ยว บางเที่ยวบางหนก็ร้องคู่ หรืออาจจะร้องกันเป็นหมู่ในบางงาน นั่นก็แล้วแต่สถานการณ์จะดำเนินไป ตามสิทธิและหน้าที่ของแขกผู้ร่วมงานจะทำได้ จะว่าไปแล้วการร้องเพลงในงานเลี้ยงเริ่มต้นมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่คงตอบแบบฟัน ธงลงไปเลยว่าเริ่ม ณ พ.ศ. ใดก็คงจะยากแต่ที่แน่ ๆ เพิ่งจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายก็คงในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และความคิดสร้างสรรค์ของคนญี่ปุ่น ที่ได้เขียนโปรแกรมที่ช่วยให้ใคร ๆ ก็สามารถร้องเพลงได้อย่างง่ายดาย และเรียกกันจนติดปากว่า ร้องคาราโอเกะ หากไม่มีคนคิดโปรแกรมนี้ขึ้นมาไม่แน่ว่างานเลี้ยงในวันนี้อาจจะยังเล่นกั๊บ แก๊บ ตีเกราะ เคาะไม้ เคาะขวดกันอยู่ก็เป็นได้
ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่มีการร้องเพลง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหาร หรือผู้ที่กำลังจะก้าวไปสู่ตำแหน่งผู้บริหารในหน่วยงาน และองค์การต่าง ๆ ที่ท่านจะต้องมีความสามารถในการร้องเพลง เพราะเมื่อท่านได้เกียรติรับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงเมื่อไหร่ ท่านก็จะได้รับเชิญขึ้นไปร้องเพลงเป็นต่อที่สองเมื่อนั้น และเพื่อแสดงออกซึ่งความเป็นผู้นำในทุก ๆ ด้านของท่าน ท่านต้องขึ้นไปร้องครับท่าน ร้องซักเพลงนะครับท่าน นะครับท่านครับร้องหน่อยนะครับ และในที่สุดท่านก็จะพบตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางสายตาของผู้มาร่วมงาน แล้วการโชว์พราวก็เริมขึ้นตามจังหวะดนตรีและสีที่เคลื่อนผ่านตัวอักษรเนื้อ เพลงบนหน้าจอมอนิเตอร์
แน่นอนการเป็นผู้บริหารที่ดี มีความสารถในการนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถใน การร้องเพลง แต่ถ้าเราฝึกไว้ก็คงไม่เสียหลาย เพราะการร้องเพลงสามารถฝึกฝนกันได้เหมือนกับการหัดขี่จักรยาน ผมมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารท่านหนึ่งเมื่อสิบปีที่แล้ว เวลาท่านร้องเพลงเนี่ยเรียกได้ว่าต้องทำใจฟังและพยายามฟังให้เป็นเพลงที่สุด ส่วนเรื่องความไพเราะไม่ต้องถามถึง ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาก็ต้องช่วยกันผลักดันประคับประคองให้ท่านร้องไปได้ ตลอดรอดเพลง บางครั้งต้องคอยร้องคลอเบา ๆ เป็นเหมือนเส้นขาวบนรันเวย์เพื่อให้เครื่องบินร่อนลงได้อย่างปลอดภัย วันนี้เวลาร่วงเลยมาสิบปีเศษท่านผู้บริหารที่ว่านี้ท่านสามารถร้องเพลงโชว์ ได้อย่างดีเยี่ยม โดยไม่ต้องมีผู้ช่วยร้องอีกต่อไป ฉะนั้นแล้วการร้องเพลงสามารถฝึกกันได้ และเป็นอีกหนึ่งความสามารถส่วนตัวที่ผู้บริหารจะต้องเก็บเกี่ยวมาไว้เป็น สมบัติส่วนตัวของท่าน เพราะเมื่อท่านไปงานเลี้ยงท่านจะพบว่า "ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่มีการร้องเพลง"...