๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

สวัสดีตอนเช้าค่ะครู

                เมื่อวานหนูมาถึงหอพักประมาณตีสี่ หลังทำดีท๊อก แล้วดูแลตนเองแล้วก็มานั่งเขียนบันทึกและเขียนจดหมายถึงครู พอฟ้าเริ่มสว่างหนูก็ไปวิ่งออกกำลังกาย กลับมาอาบน้ำไปทำงาน รู้สึกง่วง ๆ เพลีย ๆ แต่ก็ต้องทำงานพยายามกระตุ้นสติตนเองโดยการหายใจแรง ๆ เพราะรู้สึกง่วง ลมหายใจช่วยให้หนูวาดภาพได้ไม่ลำบากนัก วันนี้ความยากของงานอยู่ที่สไลด์ไม่ค่อยชัดนัก ต้องใช้ความอดทนเพราะภาพมีขนาดใหญ่ ต้องใช้ความอดทนอย่างมากเพื่อที่จะทำให้เสร็จ รู้สึกว่านานพอสมควรก็กลับมานั่งพัก แล้วค่อยเดินมาวาดต่อ

พอพักเที่ยง หนูเดินไปทานอาหารเจที่กรมอนามัย แล้วก็ซื้อผลไม้ติดมือกลับมาฝากคนที่ห้องด้วย หนูรู้สึกว่าการได้เดินมาทานอาหารเที่ยงไกล ๆ เป็นการกระตุ้นสติได้ดีค่ะ ทั้งขาไปและขากลับแม้อากาศจะร้อน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใจหนูรู้สึกร้อนรุ่มไปด้วย ในทางกลับกัน กลับเป็นเวลาวิเวก ณ ช่วงระหว่างวันได้ค่อนข้างดี

บ่าย ๆ หนูก็มานั่งทำงานต่อ ปรับแต่งปรับปรุงแผ่นกระดาษเพราะเริ่มมีขนาดค่อนข้างใหญ่แล้ว หนูนั่งมองผลงานของตนเอง สิ่ง ๆ นี้หนูใช้เวลาเป็นอาทิตย์ เพื่อให้ได้มา แต่ตลอดระยะทางหนูก็ได้เรียนรู้ใจตนเอง จากเดิมที่รู้สึกกลัว ร้อนรน แต่หลัง ๆ เริ่มเบาสบายวาดได้กับลมหายใจ การทำงานแบบช้า ๆ ช่วยให้หนูได้สังเกตตนเองได้ดีทีเดียวค่ะครู พอเลิกงาน เพื่อน ๆ เตือนว่า พรุ่งนี้จะมีเด็กปริญญาโท คณะเภสัชมาดูงานเจ็ดคน นานหนึ่งชั่วโมงและพี่หัวหน้าไม่อยู่ หลาย ๆ คนรู้สึกกังวล หนูนั่งมองงานตนเองยังไม่เสร็จ การเลื่อนหรือขยับสไลด์ในระหว่างที่ยังไม่เสร็จเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ พอเลิกงานทุกคนกลับหมด หนูยืนพิจารณางานตนเอง เครื่องที่หนูใช้เป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการใช้สาธิต หนูถามตนเอง “แกจะเห็นแก่ตัวรึ การที่ทำงานค้าง ๆ ไว้แบบนี้จะทำให้ใครหลาย ๆ คนรู้สึกกังวล แต่แกสบายคนเดียว” คิดได้ดังนี้หนูจึงเก็บสไลด์เก็บงานตนเอง เคลียร์พื้นที่ หนูเชื่อว่าเมื่อเตรียมการดีแล้วตั้งใจดีแล้ว หนูน่าจะพอเช็ตงานนี้ขึ้นมาได้ใหม่ จึงกลับบ้าน

หนูรู้สึกเหนื่อย ๆ เพลีย ๆค่ะครู ไปวิ่งออกกำลังกาย แล้วก็กลับมาอาบน้ำ ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิ แต่ใจหนูงอแงค่ะครู ขอพักสายตาสักหน่อยแล้วจะมาเขียนจดหมายหาคนแล้วหนูก็หลับไป ตื่นมาอีกทีตีสอง เปิดไฟนอนต่อ ตื่นมาอีกทีตีสาม ทำวัตรเช้า นั่งสมาธิภาวนา เปิดเช็คเมลล์ เข้า G2K แต่ยังไม่กล้าเขียน กลับจากวิ่งออกกำลังกายจึงมานั่งเขียนค่ะครู

ศีล

ข้อ ๑ มดตัวเล็ก ๆ ยังไต่อยี่ในห้องค่ะครู หนูยังกวาดเขาออกจากห้อง เป็นการทำร้ายเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

ข้อ ๒ ไม่ได้ขโมยของใครค่ะ

ข้อ ๓ หนูแอบถอนหายใจก่อนที่จะกล้าพิมพ์ข้อนี้ค่ะครู จิตใจหนูยังหมกหมุ่นอยู่ในความบีบคั้นในกาม อย่างไม่อาจจะปฏิเสธได้ แม้จะไม่ได้แย่งชิงหรือ ฉกฉวยแฟนใคร แต่ก็รู้สึกได้ถึงความดีดดิ้นภายใน ที่ศีลข้อนี้ช่วยให้เห็นใจได้ชัดเจนค่ะครู

ข้อ ๔ หนูทำได้อย่างที่พูดไว้ไม่ครบถ้วน รู้สึกว่าข้อนี้ง่ายดายนักที่จะด่างพร้อย การพูดคุยเพ้อเจ้อ หนูยังมีอยู่แต่ก็สั้นลงค่ะครู

ข้อ ๕ ประมาท หนูมีลมหายใจที่ชัดขึ้น แต่ก็ยังเห็นความประมาท ที่ยังละเลย ในความตั้งมั่นในตนเองค่ะ